กรีนพีซเรียกร้องบ้านปูหยุดก่ออาชญากรรมสิ่งแวดล้อม

เรื่องราว - ตุลาคม 11, 2548
11 ตุลาคม 2548 อาสาสมัครกรีนพีซเปิดโปงบริษัทบ้านปูจำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในตัวการทำลายสภาพภูมิอากาศ พร้อมเผยหลักฐานเถ้าลอยปนเปื้อนโลหะหนักที่เป็นพิษ เรียกร้องให้บริษัทบ้านปูถอนการร่วมทุนในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งเป็นพลังงานสกปรกและก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศมหาศาล

วันนี้ อาสาสมัครกรีนพีซในชุดป้องกันมลพิษ นำถัง 2 ถังที่บรรจุเถ้าลอยจากการเผาไหม้ถ่านหินไปมอบให้กับผู้บริหารของบริษัทบ้านปูที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เถ้าลอยแต่ละถังล้วนปนเปื้อนไปด้วยโลหะหนัก อาทิ ปรอท แคดเมียม ตะกั่ว สารหนู และนิกเกิล พร้อมป้ายมีข้อความระบุว่า บริษัทบ้านปู/บีแอลซีพี ผู้ก่อมลพิษและเป็นอาชญากรที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ทั้งนี้ กรีนพีซเก็บเถ้าลอยมาจากศูนย์ทำอิฐบล็อกจากเถ้าลอยของบริษัทบีแอลซีพีซึ่งนำเอาเถ้าลอยดังกล่าวมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กำลังดำเนินการอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยองซึ่งบริษัทบ้านปูเป็นผู้จัดส่งถ่านหินให้

 

บริษัทบ้านปู เป็นผู้จัดส่งถ่านหินนำเข้าจากอินโดนีเซียเพื่อป้อนให้กับโรงไฟฟ้าถ่านหิน โกลว์ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดจังหวัดระยอง และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินของบริษัทบีแอลซีพี

 

ธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า บริษัทบ้านปูซึ่งเป็นบริษัทผู้ร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี กำลังทำให้ชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่มาบตาพุดและจังหวัดระยองตกอยู่ในความเสี่ยงจากมลพิษและนำไปสู่การทำลายสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เรียกร้องให้บริษัทบ้านปูถอนการร่วมทุนจากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี

 

โรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นแหล่งปล่อยมลพิษที่ร้ายแรง เช่น ปรอท โดยโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ ในประเทศไทยเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อื้อฉาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ฐานที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของคนไทยนับร้อยคน

 

กรีนพีซประเมินว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี ซึ่งมีกำลังผลิต 1,434 เมกกะวัตต์ จะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 229.4 ล้านตันภายใน 20 ปีของการดำเนินงาน ซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณดังกล่าวมีส่วนสำคัญก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ธารากล่าวว่า ต้นทุนที่แท้จริงของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินคือสิ่งแวดล้อมและชีวิตของประชาชน กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี จนกว่าจะมีการตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบเรื่องผลกระทบจากการดำเนินการของโครงการที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชน กรีนพีซยังเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรีบเร่งและสรุปผลการสอบสวน

 

 

 

กระบวนการไตรภาคีที่จัดขึ้นโดยโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี

 

ชุมชนหลายแห่งในเขตอุตสาหกรรมมาบตาพุดเริ่มรณรงค์ต่อต้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี ตั้งแต่ปี 2544 เพราะวิตกว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี จะก่อให้เกิดมลพิษในน้ำและอากาศ ทั้งยังได้ร้องทุกข์ไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้วด้วย

 

ในปี 2547 บริษัทบีแอลซีพี ใช้เงิน 25 ล้านบาทในการสร้างภาพลักษณ์ตามโครงการมวลชนสัมพันธ์ หนึ่งในนั้นคือการสร้างความเข้าใจผิดด้วยการสนับสนุนให้ชุมชนผลิตก้อนอิฐจากเถ้าลอยที่ได้จากโรงไฟฟ้า ทั้งที่เถ้าลอยเหล่านั้นล้วนปนเปื้อนด้วยสารเคมีเป็นพิษจากการเผาไหม้จากโรงไฟฟ้าถ่านหิน กรีนพีซ เรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมออกคำสั่งยุติการผลิตก้อนอิฐจากเถ้าลอยที่ได้จากโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี ที่บริเวณวัดตากวน ในเขตมาบตาพุดโดยทันที เพื่อเป็นการคุ้มครองคนงานและผู้ซื้อก้อนอิฐจากเถ้าลอยที่เต็มไปด้วยสารพิษ

 

กรีนพีซทั่วโลกกำลังรณรงค์เพื่อยุติผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือ ภาวะโลกร้อน ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงต่อมวลมนุษยชาติอยู่ขณะนี้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่นถ่านหิน การยุติภาวะโลกร้อนจึงทำได้โดยทุกประเทศลด ละ เลิกการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และหันมาพัฒนาและใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานสะอาด

 

ประเทศไทยมีศักยภาพในการเลือกใช้แหล่งพลังงานสะอาดโดยไม่ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ผลการศึกษาของกรีนพีซ ระบุว่า ภายในปี 2563 ความต้องการใช้ไฟฟ้าของคนไทยถึงหนึ่งในสาม สามารถได้มาจากพลังงานสะอาด เช่น ชีวมวล แสงอาทิตย์ และ ลม