ไม่เอาถ่านหินอีกแล้ว

เรื่องราว - มีนาคม 30, 2544
30 มีนาคม 2544 บาร์โคโลด/มนิลา - ชุมชนในท้องถิ่นคนผิวดำและชาวตะวันตก และองค์กรกรีนพีซได้นำกระสอบบรรจุถ่านจำนวน 24 กระสอบมากองไว้ที่หน้าทางเข้าศาลากลางจังหวัด เพื่อเป็นการเตือนเจ้าหน้าที่ที่จะมาปฎิบัติหน้าที่ว่า พวกเขาจะไม่ทนต่อความพยายามที่จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินที่สกปรกในเมืองปูลูปันดา

"ถ้าคุณไม่ต้องการมันในสวนหลังบ้านคุณ ก็อย่าเอามากองไว้ที่หลังบ้านของพวกเรา" เอลลา จาซิลโด้ ผู้นำกลุ่มประชาชนเมืองปูลูปันดาผู้ต่อต้านโรงไฟฟ้าพลังถ่านหิน (PPAC)กล่าว " ที่เราทำแบบนี้ก็เพื่อเตือนเจ้าหน้าที่ที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ว่า การต่อต้านกลุ่มพลังงานเซ็นทรัลเนกรอส (Central Negros Power Coporation's-CNPC) นั้นยังคงแข็งแกร่งและมุ่งมั่นอยู่ เราได้ต่อสู้โครงการพลังงานสกปรกนี้มา 3 ปีแล้วและเราก็พร้อมที่จะสู้ต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ เราคงจะยอมรับโครงการพลังงานสกปรกในปูลูปันดาและในจังหวัดนี้ไม่ได้หรอก"

เจ้าหน้าที่ของกรีนพีซยังได้แสดงป้ายขนาดใหญ่ไว้บนหลังคาและดาดฟ้าของศาลากลางจังหวัดเพื่อต้องการให้ชุมชนของพวกเขามีพลังงานที่สะอาดขึ้น

จากคำบอกเล่าของเร็ด คอนสแตนติโน่ เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านพลังงานของกรีนพีซนั้น ข้อโต้แย้งในเรื่องโครงการที่สกปรกนี้ไม่ได้จำกัดวงเฉพาะในเมืองปูลูปันดาและชาวฟิลิปปินส์เท่านั้น เขากล่าวว่า ชาวเมืองได้ส่งข้อแถลงที่เป็นคำกล่าวที่แข็งกร้าวไปยังบริษัทประกันภัยและการเงินส่งออกออสเตรเลีย (Australian Export Finance and Insurance Corporation-EFIC) โดยเรียกโครงการของ CNPC ว่าเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่ากลัว ทาง EFCI ได้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทางผู้นำชุมชนทราบถึงความสนใจของ EFCI ที่จะลงทุนในโครงการพลังงาน

คอนสแตนตินได้เน้นว่า "การลงทุนในโรงงานพลังงานถ่านหินของ CNPC นั้นจะทำให้ภาพลักษณ์ด้านธุรกิจระหว่างประเทศของ EFIC นั้นมัวหมองอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่โครงการนี้จะเป็นฝันร้ายต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่โครงการนี้ยังถูกดูหมิ่นและต่อต้านจากประชาชนอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น โครงการนี้ยังมีความไม่ปกติในหลายๆด้านเป็นอย่างมาก จนทำให้กลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่อย่างกลุ่มอ็อกเดน เอเนอจี้ (Ogden Energy) และกลุ่มเอเชีย บราว์น โบเวอรี่ (Asea Brown Boveri) ถูกกดดันจนต้องถอนตัวจากโครงการเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว"

ในช่วงการประท้วงนั้น ทางกรีนพีซได้นำจดหมายจาก ฟาคุนโด้ ยาเนซ่า ประธานกลุ่ม CNPC เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2001 มาแสดงต่อสื่อมวลชน ซึ่งมีเนื้อความกดดันการท่าเรือฟิลิปปินส์ให้ออกใบอนุญาตการก่อสร้าง เพื่อให้ทางท่าเรืออำนวยความสะดวกในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังถ่านหิน

"นี่เป็นจดหมายที่แสดงถึงความไร้สำนึกที่อ้างว่า ทาง DENR ได้ล้มเลิกกับทาง ECC 'เที่ยงคืน' เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2001" คอนสแตนติโน่กล่าว "แรงกดดันอย่างต่อเนื่องของ CNPC ที่จะให้การท่าเรืออำนวยความสะดวกนั้นถือเป็นการดูถูกจุดประสงค์ของชุมชนอย่างชัดเจนต่อโรงไฟฟ้าพลังถ่านหิน"

กระทรวงการค้าและพลังงานได้ชี้ให้เห็นในเดือนต่อมาว่า ขณะที่ยังมีการพิจารณาการขอจดทะเบียนของ CNPC ต่อคณะกรรมการการลงทุนเนื่องจากการขออนุญาตที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น ทางสหภาพก็ไม่สามารถที่จะใช้การจดทะเบียนไปทัดทานอำนาจของกลุ่มผู้ลงทุนได้ และในการประชุมกับกลุ่มกรีนพีซเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โฮเซ่ อิสิโดร คามาโช่ เลขานุการการพลังงานได้กล่าวว่า หน่วยงานของเขาไม่สามารถรับรองและให้อนุญาตกับทาง CNPC ได้ โดยให้เหตุผลว่า กว่า 90% ของผู้ลงทุนนั้นได้ขอถอนตัวไปแล้ว

จาซิลโด้กล่าวในการชุมนุมว่า " เราจะยืนหยัดต่อสู้อยู่ที่หน้าทางเข้าของที่ทำการเมืองเพื่อให้เจ้าหน้าที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งนั้นได้รับรู้ปัญหา และเราก็จะให้ทางเฮเฮอร์สัน อัลบาเรซ ซึ่งเป็นเลขานุการของ DENR ได้รับรู้เช่นกัน เขาไม่ควรที่จะเรียกคืน ECC 'เที่ยงคืน' เท่านั้น เขาควรยกเลิกมันเดี๋ยวนี้เลย"

ก่อนที่จะมาดำเนินการที่เมืองหลวงนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมได้จัดการชุมนุนที่มีความหมายถึงการยึดพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังถ่านหินที่เมืองปูลูปันดา ซึ่งพวกเขาได้แสดงป้ายขนาดใหญ่ที่มีข้อความว่า "เราประชาชนขอปฏิเสธ โครงการโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินที่สกปรกนี้ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม" กลุ่มผู้ชุมนุมนับร้อยต่างใส่หน้ากากสีดำทำทีเข้าไปยึดครองพื้นที่ ขณะที่ผู้นำชุมชนก็เรียกร้องให้ประชาชนดำเนินการต่อสู้ต่อไปเพื่อสภาพแวดล้อมของพวกเขา

โรงไฟฟ้าพลังถ่านหินที่เมืองปูลูปันดา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนของโลหะหนักในแหล่งน้ำของเมืองนั้น ได้ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 1980 โดยใช้ถ่านหินบริสุทธิ์เป็นเชื้อเพลิง