เราไม่ต้องการอาหารเด็กดัดแปลงพันธุกรรม!

บริษัทโนวาทิสจะตรวจสอบการปนเปื้อนวัตถุดิบดัดแปลงพันธุกรรมในอาหารเด็กบริษัทเกอร์เบอร์ บริษัทฯให้คำมั่นว่า

เรื่องราว - สิงหาคม 22, 2544
22 สิงหาคม พ.ศ. 2544 กรุงมะนิลา โนวาทิสบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอาหารและเคมีเกษตรกรรมแห่งสวิตเซอร์แลนด์ ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการตรวจสอบข้อกล่าวหาของกลุ่มกรีนพีซที่ว่า ผลิตภัณฑ์อาหารเด็กบริษัทเกอร์เบอร์ ในเครือบริษัทโนวาทิส ที่จำหน่ายในฟิลิปปินส์นั้น มีส่วนผสมของวัตถุดิบดัดแปลงพันธุกรรม

ในจดหมายถึงกรีนพีซ ลงวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2544 มร.เฟลิก เรเบ หัวหน้าฝ่ายสื่อสัมพันธ์บริษัทโนวาทิสอินเตอร์เนชั่นแนล แจ้งว่าทางบริษัทฯ จะดำเนินการตรวจสอบข้อกล่าวหารุนแรงนี้อย่างไม่รอช้า และหากทางเราทราบถึงรายละเอียดที่แท้จริงแล้ว ทางเราจะดำเนินการอันเหมาะสมต่อไป"

ต่อหน้าสื่อโทรทัศน์สวิตเซอร์แลนด์ มร.เรเบ ยืนยันกับกรีนพีซว่า "จะดำเนินการอันเหมาะสม" ซึ่งหมายความว่า จะไม่ให้มีสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในผลิตภัณฑ์ของทางบริษัท ปีที่แล้วบริษัทเกอร์เบอร์ในเครือบริษัทโนวาทิส ให้คำมั่นว่าจะหยุดใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในผลิตภัณฑ์อาหารของทางบริษัททั่วโลก

ทว่าผลการวิเคราะห์ในห้องทดลองครั้งใหม่ของกรีนพีซเปิดเผยว่า มีดีเอ็นเอข้ามสายพันธุ์จำนวนมากจากอาหารดัดแปลงพันธุกรรม ในผลิตภัณฑ์อาหารเด็กหลายชนิดที่จำหน่ายในฟิลิปปินส์ รวมถึงผลิตภัณฑ์สามรายการของบริษัทเกอร์เบอร์ในเครือบริษัทโนวาทิส ผลการทดลองพบว่า ถั่วเหลืองที่ใส่ในผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัทเกอร์เบอร์ มีการปนเปื้อนวัตถุดิบดัดแปลงพันธุกรรมในระดับที่สูงมาก ได้แก่ กรีน มองโก 66.7% ครีม ออฟ บราวน์ ไรซ์ 55.2% และมิกซ์ฟรุ๊ต 34.3% ผลิตภัณฑ์ของเกอร์เบอร์ทั้งหมดนี้ผลิตในอินโดนีเซีย โดยบริษัท P.T. Gizindo Prima Nusantara และจัดจำหน่ายในฟิลิปปินส์โดยบริษัท Taguis-based Zuellig Ingchcape, Inc..

"พวกเรายินดีกับการตัดสินใจของบริษัทเกอร์เบอร์ในเครือบริษัทโนวาทิสที่จะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไม่รอช้า และดำเนินการที่จำเป็นในการแยกสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมออกจากผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทฯ เรายอมรับไม่ได้ที่บริษัทโนวาทิสจะใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันต่อผู้บริโภค และเด็กทารกในประเทศกำลังพัฒนา" เจ้าหน้าที่รณรงค์ โบ บาคอนกิส (Beau Baconguis) ของกลุ่มกรีนพีซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

เมื่อวานนี้นักเคลื่อนไหวของกรีนพีซทำการประท้วงหน้าสำนักงานใหญ่บริษัทโนวาทิส ในกรุงเบเซล สวิตเซอร์แลนด์ โดยใช้หุ่นเด็กหลายร้อยตัวปิดทางเข้าใหญ่ของตึก หุ่นเหล่านี้แขวนป้ายประท้วงไว้ว่า โนวาทิส/เกอร์เบอร์ รักษาสัญญาด้วย!! และข้อความที่ว่า โนวาทิส/เกอร์เบอร์หยุดอาหารเด็กดัดแปลงพันธุกรรม!!

นอกเหนือจากอาหารเด็กสามรายการของบริษัทเกอร์เบอร์ในเครือบริษัทโนวาทิสแล้ว ห้องทดลองดีเอ็นเอ ชิปส์ ที่ฮ่องกง ซึ่งได้รับการรับรองจากนานาชาติ ยังตรวจพบผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุดิบดัดแปลงพันธุกรรมดังนี้ ซีรีแล็ค และวีต ของเนสเล่ (Nesle's Cerelac, Wheat), ช็อคโกส์เช็กซ์ ของเค็ลล็อก (Kellog's Chocos Chex), เนอร์ซอย และไอโซมิล ของไวแอ็ท (Wyeth's Nursoy, Isomil) และ ฮ็อตวีตซีเรียล ของฟารินา (Farina's Hot Wheat Cereal) แม้จะตรวจพบว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัท Wyeth and Philmico-Mauri (ผู้ผลิต Farina Cereal) มีการปนเปื้อนสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม แต่ทางบริษัทฯ ก็ได้กล่าวกับกรีนพีซว่า ทางบริษัทฯมีนโยบายที่จะพยายามไม่ใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในผลิตภัณฑ์อาหารของตน

กรีนพีซยังเรียกร้องให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ดำเนินการเรื่องระบบติดฉลากอาหารอย่างเร่งด่วน ซึ่งจะกำหนดให้บริษัทผู้ผลิตอาหารติดฉลากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมดัดแปลงพันธุกรรม เนื่องจากความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลกระทบของพันธุวิศวกรรมต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์นั้น ยังมีอยู่น้อยมาก กรีนพีซเชื่อว่าประชาชนและผู้บริโภคทั่วโลกมีสิทธิที่จะรับรู้ว่า อาหารของพวกเขาผลิตอย่างไร และมีสิทธิที่จะปฏิเสธการบริโภคอาหารดัดแปลงพันธุกรรม