'กรีนพีซ' ทั่วโลกเรียกร้องรัฐบาลหยุดบ่อบำบัดน้ำเสียสมุทรปราการ

รวมพลังชาวคลองด่านประกาศเขต 'อาชญากรรมสิ่งแวดล้อม'

เรื่องราว - พฤษภาคม 26, 2544
26 พฤษภาคม 2544 สมุทรปราการ, ประเทศไทย -กลุ่มกรีนพีซนำเจ้าหน้าที่จากทั่วโลกจัดการรณรงค์ร่วมกับชาวบ้านในจังหวัดสมุทรปราการเรียกร้องรัฐบาลและธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) หยุดสนับสนุนและหยุดเดินหน้าโครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย หลังจากผลการประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบที่เป็นอิสระที่ตั้งขึ้นโดยเอดีบีไม่มีความเป็นกลาง และย้ำถึงผลกระทบจากโลหะหนักปนเปื้อนในน้ำทิ้งและกากตะกอน ส่งผลให้อ่าวไทยและชุมชนประมงชายฝั่งตกอยู่ในภาวะวิกฤต

วันนี้กลุ่มกรีนพีซได้จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนและร่วมรณรงค์ระหว่างเจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านสารพิษซึ่งมาประชุมกันในประเทศไทยเพื่อสนับสนุนการคัดค้านโครงการจัดการน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษจังหวัดสมุทรปราการ (โครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย) ของชาวบ้านในตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อและตำบลใกล้เคียงเช่น ตำบลสองคลองและแสมขาว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

ชาวประมงและผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงฟาร์มหอยแมลงภู่ได้นำเรือประมงออกมาร่วมรณรงค์กับกลุ่มกรีนพีซจากทั่วโลกจำนวนกว่า 30 คน โดยได้เคลื่อนขบวนออกไปปฏิบัติการในทะเลเพื่อพิทักษ์ชุมชนและระบบนิเวศของอ่าวไทย โดยนำธงสีเหลืองที่มีข้อความว่า "หยุดก่อมลพิษ" และ "การแก้ปัญหาที่ปลายท่อ ไม่ใช่ทางออก" เป็นภาษาต่างๆ ไปปักรอบแท่นปล่อยน้ำทิ้งของโครงการที่กำลังก่อสร้างในทะเล พร้อมกับได้ขึงแถบผ้าสีเหลืองคาดดำโดยรอบบริเวณนั้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อมจากโครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย

นายธารา บัวคำศรี เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การรณรงค์ของกรีนพีซในครั้งนี้ต้องการให้รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการเห็นว่า รัฐบาลกำลังเดินในทางที่ผิดพลาดในการอนุมัติโครงการที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียทั้งในด้านงบประมาณและผลกระทบในหลายๆ ด้านเหมือนกับที่ชาวบ้านในตำบลคลองด่านและพื้นที่ใกล้เคียงพยายามเสนอข้อมูลมานานกว่าสองปี

"การรวมน้ำเสียจากโรงงานและครัวเรือนทั่วจังหวัดสมุทรปราการเข้าด้วยกันนั้น เป็นการทำให้น้ำเสียมีความยุ่งยากมากขึ้นในการกำจัดสารมลพิษตกค้างจากโรงงานอุตสาหกรรม เห็นได้ชัดว่าการสนับสนุนเงินกู้ของเอดีบีในโครงการนี้ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหามลพิษ แต่กลับทำให้เกิดความสูญเสียทรัพยากรและงบประมาณมหาศาลจากโครงการที่ไร้ประสิทธิภาพและยังคุกคามสิ่งแวดล้อมและชุมชนอีกด้วย" เจ้าหน้าที่รณรงค์ของกรีนพีซ กล่าว

ทั้งนี้จากแผนการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดขึ้นจากธนาคารพัฒนาเอเชียได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่เป็นอิสระขึ้นมาและได้มีการนำเสนอรายงานไปเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เสนอให้ขยายแนวเขตเพื่อป้องกันมลพิษโดยเฉพาะโลหะหนักจากน้ำที่จะปล่อยทิ้งจากเดิม 500 เมตรเป็น 1,000 เมตร การขยายแนวเขตดังกล่าวทำให้เห็นถึงแนวโน้มของการปนเปื้อนของโลหะหนักในน้ำทิ้งที่ยากจะป้องกัน

"แผนลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เสนอโดยเอดีบีเกิดขึ้น เนื่องจากโครงการนี้ไม่ได้มีการศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและชุมชนตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ การประเมินผลกระทบในระยะที่ผ่านมาเป็นเพียงการประเมินจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์หรือข้อมูลเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยที่ไม่มีการศึกษาข้อมูลจากชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ที่ทำมาหากินกับท้องทะเลและชุมชนนั้นมาเป็นร้อยๆ ปี

"หากรัฐบาลและเจ้าของเงินกู้อย่างเอดีบีไม่ดันทุรังที่จะทำโครงการที่ไม่มีความเหมาะสมและไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านต้องการหรือจะเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ควรจะหยุดการก่อสร้างโครงการทั้งหมด และเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจากทั้งสองฝ่ายโดยเท่าเทียมกัน ยิ่งไปกว่านั้นควรจะส่งเสริมให้โรงงานต่างๆ เปลี่ยนไปสู่เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดจริงๆ และเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าในกระบวนการผลิตมีสารเคมีที่เป็นพิษอะไรบ้าง รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจบทบาทและสิทธิของตนที่จะปลอดจากการถูกคุกคามด้วยมลพิษquot;นายธารากล่าว

ด้านรูธ สติงเกอร์ นักวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการวิจัยของกรีนพีซ มหาวิทยาลัยเอ็กซิทเตอร์ ลอนดอน กล่าวว่า ปัญหาที่สำคัญจากโครงการบำบัดน้ำเสียรวมเช่นโครงการบ่อบำบัดสมุทรปราการคือ การจัดการกากตะกอนที่ปนเปื้อนมลพิษไม่เหมาะสม เนื่องจากตะกอนที่ปนเปื้อนด้วยสารมลพิษตกค้างเช่น ไดออกซิน ฟูราน และโลหะหนักจากโรงงานต่างๆ จะปนเปื้อนเข้ากับตะกอนจากน้ำเสียของครัวเรือน การแยกกากตะกอนสองชนิดเพื่อบำบัดในทางปฏิบัตินั้นไม่ได้ผลและทำได้ยาก กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับโครงการบำบัดน้ำเสียเมืองเวียริบี ประเทศออสเตรเลียมาแล้ว ดังนั้นรัฐบาลไทยควรจะรับฟังเสียงของประชาชนโดยหยุดโครงการและเรียนรู้ที่จะไม่เดินตามประเทศอุตสาหกรรมในการใช้เทคโนโลยีที่ผิดพลาด

หมวด