กรีนพีซหยุดเจบิค เลิกปล่อยกู้สร้างโรงงานเผาขยะมหาภัย

เรื่องราว - พฤษภาคม 21, 2544
21 พฤษภาคม 2544 กรุงเทพฯ - กรีนพีซบุกสำนักงานใหญ่ธนาคารแห่งญี่ปุ่นเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือ เจบิค ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกบนถนนราชดำริ เรียกร้องให้ยุติเงินกู้สำหรับโครงการสร้างโรงงานเผาขยะในกรุงเทพฯ พร้อมเตือนรัฐบาลไทยหยุดรับเทคโนโลยีที่สกปรก

เนื่องในวาระวันต้านโรงงานเผาขยะโลก (Global Anti Incineration Day) ซึ่งตรงกับวันเปิดการประชุมเพื่อลงนามในอนุสัญญากำจัดสารมลพิษตกค้าง (POPs Convention) ที่ประเทศสวีเดน นักรณรงค์ของกรีนพีซได้แขวนป้ายผ้าขนาดใหญ่ 10 คูณ 10 เมตรลงมาจากดาดฟ้าอาคารที่ตั้งสำนักงานเจบิคโดยมีข้อความว่า "ญี่ปุ่น ผู้ก่อไดออกซิน : หยุด โรงงานเผาขยะ" พร้อมชุมนุมร่วมกับตัวแทนชุมชนจากตำบลคลองด่านและเขตคลองเตยที่บริเวณด้านหน้าตึก โดยบรรดาผู้ชุมนุมได้ถือป้ายล้อเลียนสัญลักษณ์และชื่อย่อของเจบิค (JBIC) และโครงการความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่น (ODA) เป็นต้นว่า ธนาคารแห่งญี่ปุ่นเพื่อบริษัทเผาขยะ ธนาคารแห่งญี่ปุ่นเพื่อการก่อมะเร็ง ความช่วยเหลือญี่ปุ่นเพื่อการทำลายและความแปลกแยก"

"นายธารา บัวคำศรี เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่าในฐานะที่เจบิคเป็นแหล่งทุนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดสำหรับโครงการในประเทศโลกที่สาม กรีนพีซขอเรียกร้องให้เจบิคยุติแผนการณ์ให้เงินกู้กับโครงการสกปรกต่างๆ อย่างเช่น โครงการโรงงานกำจัดมูลฝอยอ่อนนุชซึ่งมีโรงงานเผาขยะอยู่ด้วย ญี่ปุ่นควรกำหนดทิศทางการให้กู้ยืมเงินใหม่ และช่วยประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการผลิตภาคอุตสาหกรรมให้มุ่งไปสู่เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด

ญี่ปุ่นเป็นแหล่งเงินกู้ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับโครงการหลายโครงการในประเทศกำลังพัฒนา ในปี พ.ศ. 2542 เจบิคทำสัญญาเงินกู้ ODA (ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 36 สัญญา คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ

นางสาวอยาโกะ เซกิเนะ เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซญี่ปุ่น กล่าวว่า "ค่าใช้จ่ายสำหรับโรงงานเผาขยะในญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วง 10 ปีมานี้ รวมเป็นเงินประมาณ 6 - 8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 270 - 360 ล้านบาท) ต่อปี ถ้าประเทศกำลังพัฒนาเดินตามรอยญี่ปุ่น ก็เท่ากับใช้เงินที่มีอยู่สำหรับความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาไปกับโรงงานเผาขยะจนหมดไม่มีเหลือไปใช้ทำอย่างอื่น"

นายธารากล่าวเพิ่มเติมว่า "โรงงานเผาขยะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุที่ราคาแพงมาก และยิ่งทำให้ปัญหาขยะเลวร้ายลงไปอีก เพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองแล้ว ยังปล่อยสารพิษไดออกซินซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ เราขอให้รัฐบาลพัฒนาไปสู่ทางเลือกที่สะอาดและยั่งยืนกว่า ซึ่งจะไม่สร้างสารพิษที่เป็นอันตรายต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม"

อย่างไรก็ดี นอกจากโครงการที่อ่อนนุชแล้ว เจบิคยังมีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินที่แม่เมาะ จังหวัดลำปาง และร่วมให้เงินกู้ในโครงการบำบัดน้ำเสียรวมสมุทรปราการ ที่ตำบลคลองด่าน นอกจากนี้ยังกำลังพิจารณาให้เงินกู้กับโครงการโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินบ้านหินกรูด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อีกด้วย

นายวัลลภ หิริกุล กลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมคลองเตยย้ำว่า "เราไม่ต้อนรับเทคโนโลยีสกปรกที่สถาบันการเงินอย่างเจบิคให้เงินกู้สนับสนุน เพราะเจบิคละเลยสิทธิชุมชนและไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เราต้องการให้ครอบครัวและลูกหลานของเรามีชีวิตอยู่อย่างปลอดมลพิษ"

หมวด