กรีนพีซทั่วโลกชุมนุมที่บ้านกรูด ร่วมสำแดงพลังหยุดโรงไฟฟ้าถ่านหิน

เรื่องราว - พฤษภาคม 2, 2545
2 พฤษภาคม 2545 ,กรุงเทพ - ผู้อำนวยการกลุ่มกรีนพีซและฝ่ายบริหารระดับสูงจากสำนักงานต่างๆ 26 ประเทศทั่วโลก ทั้งจากอาร์เจนตินา ออสเตรเลีย - แปซิฟิก, ออสเตรีย, เบลเยียม, บราซิล, แคนาดา, ชิลี, จีน, เชค, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, อินเดีย, ญี่ปุ่น, ลักเซมเบิร์ก, เมดิเตอร์เรเนียน, เม็กซิโก,นิวซีแลนด์, นอร์ดิก, รัสเซีย, สเปน, สวิตเซอร์แลนด์, อังกฤษ, สหรัฐอเมริกา รวมทั้งผู้อำนวยการของประเทศไทยนำทีมโดยผู้อำนวยการบริหารกรีนพีซสากล พร้อมด้วยอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ รวมตัวกันที่บ้านกรูดวันนี้เพื่อร่วมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินและร่วมกิจกรรมทำพิธีมอบแผงโซลาร์เซลล์ ที่ติดตั้งให้ชุมชนบ่อนอกและบ้านกรูดไปเมื่อเร็วๆ นี้ ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลให้ตัดสินใจยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้า

เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมากลุ่มกรีนพีซได้เข้าไปติดตั้งแผงระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์หรือ โซลาร์เซลล์ให้แก่ชาวบ้านที่บ้านกรูด ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จ. ประจวบคีรีขันธ์ ที่วัดธงชัยธรรมจักร ขนาด 2 กิโลวัตต์และให้แก่ตำบลบ่อนอก ที่โรงเรียนวัดหนองปุหลก ขนาด 1.8 กิโลวัตต์ เพื่อที่จะแสดงให้รัฐบาลไทยเห็นว่าชุมชนท้องถิ่นทั้งสองแห่งมีความพยายามในการเข้าหาพลังงานที่หมุนเวียนได้ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดและมีความเหมาะสมกับความต้องการใช้พลังงานของประเทศอย่างแท้จริง แทนที่การเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากถ่านหินทั้งสองแห่ง และในวันนี้กลุ่มผู้บริหารของกรีนพีซได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านที่บ้านกรูด พร้อมกับทำพิธีมอบแผงโซลาร์เซลล์อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการร่วมรณรงค์ในระดับโลกที่จะหยุดโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองแห่ง

 

ทั้งนี้เป็นเวลาถึง 8 ปีแล้วที่ชาวบ้านที่บ้านกรูดและตำบลบ่อนอกในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้คัดค้านโครงการโรงงานไฟฟ้าถ่านหินของบริษัท กัลฟ์ อิเล็กทริค เจเนอเรชั่น ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บริษัท เอดิสัน มิชชั่น เอเนอร์จีจากสหรัฐอเมริกาที่ตำบลบ่อนอก ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าหินกรูดเป็นของบริษัท ยูเนี่ยน เพาเวอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ซึ่งมีผู้ถือหุ้นจากฮ่องกง อิเล็กทริก และบริษัทโตเมน คอร์ปอเรชั่นรวมทั้ง โตชิบา Tsushoและชูบู อิเล็กทริก จากญี่ปุ่น

ดร. เกิร์ด ไลโพลด์ ผู้อำนวยการบริหาร กลุ่มกรีนพีซสากล ซึ่งเดินทางมาที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยเฉพาะที่บ้านกรูดเป็นครั้งที่สองแล้ว กล่าวว่า ประเทศไทยความจำเป็นต้องใช้พลังงาน แต่พลังงานที่ต้องการนั้นควรจะได้มาจากแสงอาทิตย์ พลังงานลมหรือแม้แต่จากทะเล ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพลังงานสะอาด ประเทศไทยไม่จำเป็นที่จะต้องผลิตพลังงานจากเทคโนโลยีที่ล้าหลังและเป็นเทคโนโลยีที่ก่อมลพิษทั้งต่อชุมชน ต่อประเทศไทยเอง และเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมของโลก โดยเฉพาะเทคโนโลยีในการผลิตไฟฟ้าเหล่านี้ได้มาจากกลุ่มบริษัทต่างชาติที่ช่วยกันผลักดัน และนำสิ่งเหล่านี้เข้ามาในประเทศไทย ดังนั้นหากเราต้องช่วยกันปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะป้องกันปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องโดยตรงจากการเผาผลาญถ่านหิน เราจะต้องช่วยกันทำให้เทคโนโลยีที่ผลิตพลังงานจากพลังงานหมุนเวียนในระดับโลกเพิ่มมากขึ้น

"ในปีนี้ประมาณเดือนกันยายนที่จะถึง รัฐบาลทั่วโลกจะร่วมประชุมสุดยอดสิ่งแวดล้อมโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Earth Summit ในกรุงโจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้มีประชากรทั่วโลกกว่า 2,000 ล้านคนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ กรีนพีซได้ผลักดันและทวงถามรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสิ่งแวดล้อมโลกว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเริ่มต้นยุคพลังงานสะอาด ด้วยการเปลี่ยนการลงทุนในการผลิตพลังงานขนาดใหญ่ไปสู่ภาคการผลิตพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยทั้งต่อชุมชนและบรรยากาศโลก

อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้เดินทางลงพื้นที่ที่ถูกเสนอสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองแห่งในจังหวัดประจวบฯ ในการเดินทางครั้งนั้นชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยในโครงการนี้ได้มาแสดงพลังถึง20,000 คน ผลจากการลงพื้นที่ดังกล่าวนายกรัฐมนตรีได้ให้สัญญากับชาวบ้านว่าจะประกาศผลการตัดสินใจว่า จะยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าหรือไม่ภายในเดือนเมษายน 2545

ด้าน ดร. จิรากรณ์ คชเสนี ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคอยู่ที่กรุงเทพฯ กล่าวว่า มีกลุ่มผู้ลงทุนระดับนานาชาติรวมทั้งบรรษัทขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองแห่งที่สร้างแรงกดดันต่อการตัดสินใจของรัฐบาลว่า จะยกเลิกหรือดำเนินโครงการนี้ต่อไป ดังนั้นน่าจะถึงเวลาแล้วที่นายกรัฐมนตรีจะรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ว่าพวกเราไม่ต้องการให้บริษัทจากต่างชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เช่นบริษัท เอดิสันจากสหรัฐอเมริกานำระบบผลิตพลังงานที่เป็นอันตรายต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมเข้ามาในประเทศไทย และการกระทำดังกล่าวของบริษัท เอดิสันเท่ากับเป็นการทิ้งภาระให้แก่ชุมชนในประเทศโลกที่สามเช่นประเทศไทย

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมากรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกรีนพีซ สหรัฐอเมริกาได้ร่วมกันรณรงค์หยุดการลงทุนจากบริษัท เอดิสันในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ตำบลบ่อนอก โดยเข้าพบกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เอดิสัน พร้อมกับจัดทำรายงานผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และปัญหาโลกร้อน ในรายงานชื่อว่า "อวสานเอดิสัน การต่อสู้เพื่อหยุดโครงการโรงไฟฟ้าบ่อนอกและบ้านกรูด ประเทศไทย"