กรีนพีซออกแคมเปญหยุดจีเอ็มโอรับปีใหม่

เตือนคนไทย 'อย่าหยิบยื่นอาหารจีเอ็มโอ ให้คนที่คุณรัก'

เรื่องราว - ธันวาคม 11, 2545
กรุงเทพ , 11 ธันวาคม 2545 –กรีนพีซจัดกิจกรรมรณรงค์ก่อนปีใหม่เตือนชาวไทยหยุดซื้ออาหารจีเอ็มโอ เพราะยังไม่รู้ว่าปลอดภัยในระยะยาว แถมยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเกษตรกรรม แนะผู้บริโภคตรวจสอบรายชื่ออาหารปลอดจีเอ็มโอจากคู่มือจ่ายตลาดฯ ก่อนจัดกระเช้าปีใหม่ให้ผู้ที่เคารพรัก พร้อมเปิดเผยรายชื่อผลิตภัณฑ์ปนเปื้อนจีเอ็มโอล่าสุด พบซ้ำอาหารทารกเนสท์เล่ซีรีแล็ค รวมทั้งเครื่องดื่มธัญญาหารเนสวิต้า และถั่วเหลืองตราลีดเดอร์ไพรซ์ของบิ๊กซี

วันนี้เจ้าหน้าที่รณรงค์และอาสาสมัครกลุ่มกรีนพีซปักหลักทำกิจกรรมรณรงค์ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งถือเป็นจุดศูนย์กลางของกรุงเทพฯ และหลักกิโลเมตรที่ศูนย์ของประเทศไทย โดยขึงป้ายผ้าเตือนประชาชน มีข้อความว่า "ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่กินจีเอ็มโอ" พร้อมนำเสนอภาพรณรงค์เป็นสัญลักษณ์ของเด็กทารกไทยที่กลายเป็นหนูทดลองอาหารดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) และเดินแจกคู่มือจ่ายตลาดรอบบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อเตือนคนไทยถึงอันตรายของจีเอ็มโอที่ยังไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่ได้ถูกส่งมาขายให้แก่คนไทย และเชิญชวนให้เลือกซื้ออาหารปลอดจีเอ็มโอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีใหม่

นางสาววรุณวาร สว่างโสภากุล เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านวิศวพันธุกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงจุดประสงค์ของการรณรงค์ครั้งนี้ว่า ช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่แล้ว คนไทยมักจะเลือกซื้ออาหารและสินค้าต่างๆ เพื่อมอบเป็นกระเช้าของขวัญปีใหม่ให้กับคนที่รักหรือเคารพนับถือ จึงอยากจะเตือนให้หลีกเลี่ยงอาหารจีเอ็มโอไว้ก่อนเพราะ จีเอ็มโอเกิดจากการดัดแปลงยีนของสิ่งมีชีวิตแบบผิดธรรมชาติยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างเพียงพอว่าปลอดภัยต่อการบริโภคในระยะยาว นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าจีเอ็มโออาจสร้างสารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้และก่อให้เกิดการดื้อสารปฏิชีวินะในร่างกายของคนเราได้ เท่าที่ผ่านมามีผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์พบว่า ดีเอ็นเอแปลกปลอมของจีเอ็มโอนี้สามารถตกค้างอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้ ส่วนในด้านสิ่งแวดล้อมมีงานวิจัยแล้วว่าพืชจีเอ็มโอสามารถปนเปื้อนไปในธรรมชาติได้ในวงกว้างและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์

"สำหรับข้อกล่าวอ้างที่ว่าการปลูกพืชจีเอ็มโอจะทำให้ผลผลิตสูงขึ้นนั้น จากรายงานเรื่อง 'เมล็ดพันธุ์อันน่าสงสัย' (Seeds of Doubt) ของสมาคมดิน (Soil Association) แห่งสหราชอาณาจักรพบว่าไม่เป็นความจริง ถั่วเหลืองราวด์อัพเรดี้ให้ผลผลิตน้อยกว่าถั่วเหลืองปลอดจีเอ็มโอถึงร้อยละ 6 ถึง 11 และต้นทุนเมล็ดพันธุ์จีเอ็มโอราคาแพงกว่า ในขณะที่ผลผลิตจีเอ็มโอขายได้ในราคาต่ำกว่า" นางสาววรุณวารกล่าวเสริม

ในการรณรงค์ครั้งนี้ กรีนพีซ ยังได้เปิดเผยผลการตรวจอาหารครั้งล่าสุดพบอาหารที่ปนเปื้อนจีเอ็มโอ 3 ชนิด คือ 1) เนสท์เล่ ซีรีแล็ค อาหารเสริมธัญพืชสำหรับทารก สูตรผลไม้รวม 2) เนสท์เล่ เนสวิต้าเครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูป รสดั้งเดิม และ 3) ถั่วเหลืองซีกยี่ห้อลีดเดอร์ไพรซ์ซึ่งเป็นยี่ห้อของบิ๊กซี โดยที่ผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ทั้งสองชนิดอยู่ในบัญชีดำของคู่มือจ่ายตลาด

สำหรับซื้ออาหารปลอดจีเอ็มโอ ก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนถั่วเหลืองซีกเพิ่งตรวจพบเป็นครั้งแรก

"เนสท์เล่ไม่เคยมีนโยบายที่จะไม่ใช้วัตถุดิบจีเอ็มโอในประเทศไทยหรือในเอเชียเลย ทั้งๆ ที่ในยุโรปหลายประเทศ เนสท์เล่ประกาศไม่ใช้จีเอ็มโอ กรีนพีซตรวจซีรีแล็คเมื่อไหร่ก็มักจะเจอจีเอ็มโอเมื่อนั้น ส่วนผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองซีกยี่ห้อลีดเดอร์ไพรซ์ซึ่งเป็นเฮ้าส์แบรนด์ของบิ๊กซีนั้น พบว่าปนเปื้อนถั่วเหลืองจีเอ็มโอชื่อราวน์อัพเรดี้เกินกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ก่อนหน้านี้กรีนพีซเคยส่งแบบสอบถามเพื่อสอบถามนโยบายของบิ๊กซีเกี่ยวกับเรื่องจีเอ็มโอ แต่ไม่เคยได้รับคำตอบ แสดงให้เห็นว่าบริษัทใดที่ไม่มีนโยบายปลอดจีเอ็มโอหรือไม่ใส่ใจที่จะคัดเลือกวัตถุดิบที่ใช้ผลิตอาหาร อาหารที่ผลิตออกมาก็อาจปนเปื้อนจีเอ็มโอเมื่อไหร่ก็ได้" เจ้าหน้าที่รณรงค์ของกรีนพีซกล่าว