อาสาสมัครกรีนพีซบุกยึดรถถังในฐานทัพเรือมาร์ชวูด

เรื่องราว - กุมภาพันธ์ 4, 2546
4 กุมภาพันธ์ 2546 / สหราชอาณาจักร / เมืองเซาท์แธมตัน - แม้ว่าจะมีการต่อต้านจากประชาชนโดยทั่วไปต่อกรณีที่รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจส่งกองกำลังเข้าร่วมโจมตีประเทศอิรัก แต่ก็ยังมีการลำเลียงรถถัง เฮลิคอปเตอร์ และรถจี๊ป มายังเมืองเซาท์แธมตันซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพมาร์ชวูดเพื่อเตรียมส่งไปยังอ่าวเปอร์เซียตลอดวันตลอดคืน กว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วที่กรีนพีซพยายามขัดขวางการลำเลียงและขนส่งยุทโธปกรณ์จากประเทศอังกฤษ และวันนี้อาสาสมัคร 14 คน จากกรีนพีซได้เข้าไปในฐานทัพเรือมาร์ชวูดและยึดรถถังและรถจี๊ปซึ่งจอดรอเพื่อจะเดินทางมุ่งสู่อ่าวเปอร์เซียไปกับเรือขนส่งสตีน่า ชิปเปอร์

เมื่อเวลา 08.00 น. อาสาสมัคร 14 คนจากกรีนพีซบุกเข้าไปในฐานทัพเรือมาร์ชวูดที่เมืองเซาท์แธมตันและได้เข้ายึดบรรดารถถังแลละรถจี๊ปที่จอดรอลงเรือขนส่งสตีน่า ชิปเปอร์ อาสาสมัครหญิง 4 คนที่หนีเรือเร็วของกระทรวงกลาโหมมาได้และขึ้นท่าเทียบเรือเพื่อเข้ายึดรถถัง ในขณะที่อีก 10 คนตัดรั้วมุดเข้าไปยึดรถจี๊ป

อาสาสมัครบางคนล่ามตัวเองไว้กับรถถังและรถจี๊ป ขณะที่บางคนปีนลงไปในรถถังแล้วปิดล็อคฝาถัง จากนั้นอาสาสมัครก็เริ่มใช้สีเขียนข้อความ "No War" ซึ่งมีความหมายว่า "อย่าทำสงคราม" ลงบนรถของกองทัพ อาสาสมัคร 7 คนถูกจับ อีก 4 คนยังคงล็อคตัวเองอยู่ในรถถังและอีก 2 คนยังล่ามตัวเองอยู่ข้างรถ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังอยู่ข้าง ๆ

อาสาสมัครชาวอเมริกันชื่อ แอชบี้ อายุ 24 ปี กล่าวว่า "รู้สึกดีมากที่ได้ลงมือทำอะไรซักอย่างเพื่อต่อต้านสงครามและเป็นสิ่งที่รอคอยตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินข่าว"

เจ้าหน้าที่รณรงค์ประจำเรือเรนโบว์ วอริเออร์ แบลค ลี ฮาร์วูด กล่าวว่า "เราจะพยายามใช้สันติวิธีทุกอย่างที่มีอยู่เพื่อหยุดการโจมตีประเทศอิรัก รัฐบาลสั่งตัดสมอเรือเรนโบว์ วอริเออร์และพยายามผลักดันเรือเรนโบว์วอริเออร์ออกจากเซาท์แธมตัน แต่เรายังคงหาทางต่อต้านสงครามนี้ต่อไป การโจมตีอิรักจะนำไปสู่ความทุกข์ยากของพลเรือนจำนวนมาก และจะเปิดโอกาสในการใช้อาวุธที่มีอานุภาพในการทำลายล้างสูง (WMD-Weapons of Mass Destructive) ต่อไป

วันนี้ยังมีอีก 2 ประเทศที่มีการประท้วงเพื่อต่อต้านการโจมตีอิรักเกิดขึ้นคือออสเตรเลียและฝรั่งเศส อาสาสมัครของกรีนพีซในเมืองตูลุสประเทศฝรั่งเศส ขัดขวางเรือบรรทุกเครื่องบินที่กำลังจะออกจากสนามบินชาลส์เดอโกลล์ไปยังประเทศตุรกีโดยไม่มีวัตถุประสงค์แน่ชัด โดยอาสาสมัครเหล่านี้ตั้งคำถามกับประธานาธิบดี ชาค ชีรัค ว่า "ถ้าประเทศฝรั่งเศสไม่สนับสนุนการโจมตีอิรัก เหตุใดจึงต้องส่งเรือบรรทุกเครื่องบินไปตุรกี" ขณะที่ในประเทศออสเตรเลีย อาสาสมัครปล่อยลูกบอลลูนร้อนบริเวณด้านนอกรัฐสภาในแคนเบอร์รา โดยบนบอลลูนมีข้อความเรียกร้องให้รัฐบาลออสเตรเลียหยุดส่งกองกำลังไปยังอิรัก และให้ช่วยกันจรรโลงสันติภาพให้เกิดขึ้น

กรีนพีซต่อต้านการทำสงครามกับอิรักในทุกกรณี ไม่ว่าการโจมตีนั้นจะเป็นมาตรการลงโทษจากสหประชาชาติหรือไม่ก็ตาม เพราะการทำสงครามจะทำลายล้างมนุษยชาติและเกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตามมาอย่างมากมาย ตามข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและการสาธารณสุขในสงครามครั้งหนึ่งอาจคร่าชีวิตพลเรือนนับพันและจะมีผู้คนจำนวนมหาศาลที่เสียชีวิตเพราะความหิวโหยและโรคร้าย

ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และนายกรัฐมนตรีโทนี่ แบลร์ อ้างว่าเหตุที่ต้องโจมตีอิรักเพราะประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน แสดงความต้องการที่จะครอบครองอาวุธที่มีอานุภาพในการทำลายล้างสูง แต่อย่างไรก็ตามการใช้กองกำลังทหารเข้ายึดประเทศที่ครอบครองหรือสงสัยว่าจะมีอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธชีวภาพ และอาวุธเคมีในครอบครองไม่ได้เป็นการควบคุมประเทศเหล่านี้อย่างมีหลักเกณฑ์

เราเชื่อว่าหนทางแก้ไขเรื่องการครอบครองอาวุธอานุภาพสูงคือ การเข้าควบคุมและเข้าปลดอาวุธโดยกองกำลังนานาชาติ โครงการนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้วในรูปของสนธิสัญญาห้ามแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ (NTP-Nuclear Non-Proliferation Treaty) อนุสัญญาอาวุธชีวภาพ และอนุสัญญาอาวุธเคมี แต่แทนที่จะทำให้สนธิสัญญาเหล่านี้แข็งแกร่งขึ้น การกระทำของสหรัฐกลับจะทำให้สนธิสัญญาเหล่านี้อ่อนแอลง

สงครามครั้งนี้มีน้ำมันเป็นเหตุจูงใจประการหนึ่ง ประเทศที่ให้การสนับสนุนกองกำลังทางทหารกับประเทศที่สนับสนุนเมื่อสหรัฐปฏิเสธที่จะลงนามในพิธีสารเกียวโตซึ่งเป็นปฐมบทแห่งความขัดแย้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นกลุ่มประเทศเดียวกัน กลุ่มบริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกันที่ต่อต้านการลงนามในพิธีสารเกียวโตก็เป็นกลุ่มบริษัทเดียวกับที่สนับสนุนการทำสงครามกับอิรัก รัฐบาลอังกฤษเพิ่งประกาศเมื่อไม่นานนี้ว่านโยบายต่างประเทศที่มีความสำคัญติดห้าอันดับแรกคือ การจัดหาแหล่งพลังงานให้เพียงพอ แต่กระนั้นนายกรัฐมนตรีโทนี่ แบลร์ก็ยังคงปฏิเสธว่าการโจมตีอิรักครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำมันเลย