เมื่อสายรุ้งหมดอิสรภาพและสงครามกำลังก่อตัว

บันทึกเหตุการณ์จริงจากนักรบสายรุ้งชาวสเปน

เรื่องราว - มีนาคม 15, 2546
โรตา คาดิซ / ประเทศสเปน , 15 มีนาคม 2546 –- เรือรณรงค์ “เรนโบว์ วอริเออร์” ของกรีนพีซ ถูกจับขณะพยายามหยุดยั้งการเคลื่อนขบวนยุทโธปกรณ์ ส่งผลให้กัปตันและลูกเรือจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม

บาดแผลถลอกและความเคล็ดยอกที่เราเผชิญนี้เล็กน้อยเมื่อเทียบกับความตายและความเสียหายที่สงครามในอิรักจะก่อให้เกิดขึ้นกับผู้คนบริสุทธิ์จำนวนมาก พวกเรากล้าที่จะฝันว่าสงครามครั้งนี้ยังสามารถหยุดยั้งไว้ได้

เรือ "เอสเปอรานซ่า" อาจจะเป็นเรือแห่งความหวังของกรีนพีซ หากแต่ "เรือเรนโบว์ วอริเออร์" เป็นเรือแห่งความฝัน ด้วยรูปวาดสายรุ้งด้านข้างลำเรือและปลาโลมาไม้แกะสลักบนหัวเรือ ดูเหมือนจะมีมนต์ขลังอย่างประหลาด ปลาโลมาจะปรากฎขึ้นเมื่อเราต้องการกำลังใจและสายรุ้งจะทาบทอบนท้องฟ้าเมื่อเรามีความฝัน

ฉันเคยได้ยินเรื่องราวที่ "เรือเรนโบว์ วอริเออร์" ถูกลอบวางระเบิดโดยสายลับฝรั่งเศส และเรื่องราวการช่วยเหลือชาวบ้านบนเกาะ Rongelap ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้และอีกหลายเรื่องที่เกิดขึ้นในภายหลัง ฉันจึงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อได้มายืนอยู่บนสะพานเรือขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมเรือเอาไว้และพังประตูเข้ามาในที่สุด

เราได้ทอดสมออยู่นอกทางเข้าฐานทัพเรือ Rota มากว่า 14 ชั่วโมง ด้านในของอ่าวนี้คือฐานทัพเรือขนส่งสหรัฐขนาดใหญ่เป็นท่าเทียบเรือลำเลียงเสบียงที่กำลังมุ่งหน้าสู่อ่าวเปอร์เซีย

เป็นเวลา ประมาณ 18.00 น. เมื่อกัปตันเรียกประชุมลูกเรือและแจ้งให้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการให้เราออกจากบริเวณนี้ กัปตันต้องการความเห็นของลูกเรือและเราตอบว่าเราจะอยู่ที่นี่ต่อไปเพื่อทำตามความฝันของเราให้เป็นจริง

ประมาณเที่ยงคืนตำรวจเริ่มหมดความอดทนในการรอคอยให้พวกเราเคลื่อนย้าย เรือลากจูง 2 ลำมาถึงที่ "เรือเรนโบว์ วอริเออร์" พร้อมเรือเล็กของตำรวจเพื่อมาตัดสมอ จากนั้นก็เริ่มลากเรากลับไปยังท่าเทียบเรือพาณิชย์ใน คาดิซ ที่ซี่งเราได้เทียบท่าอยู่เมื่อวาน

เมื่อเรามาถึงอ่าวคาดิซ ฉันได้ยินกัปตันพูดว่า "ตำรวจพยายามจะเข้ามาในเรือ ขอให้ทุกคนลงไปอยู่ข้างล่างให้หมด" แล้วทุกคนก็พากันลงจากสะพานเรือไปเหลือเพียงกัปตันและผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ ตอนนั้นฉันอยู่ที่กราบเรือด้านซ้าย ฉันได้ยินเสียงดังมาจากช่องหน้าต่างของประตูด้านหลัง จากนั้นก็มีเสียงกระจกร่วงกราว ตำรวจทุบอีกไม่กี่ครั้งก็เกิดเป็นรูใหญ่พอที่จะทำให้ฉันเห็นหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงได้ เขาเอื้อมแขนเข้ามาปลดล็อคประตู ฉันรีบตรงไปที่บันไดในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 10 นายกำลังเดินผ่านประตูเข้ามา

นายตำรวจระดับสูงตะโกนเรียกกัปตันแดเนียลซึ่งยืนอยู่หลังฉันพอดี เราถอยร่นมาจนสุดทางเดิน ตำรวจเดินฝ่าลูกเรือหลายคนที่ยืนบังหน้าฉันอยู๋เพื่อเข้ามานำตัวกัปตันออกไป ฉันได้ยินเสียงตะโกนและเสียงทุบตีอย่างแรง ลูกเรือคนหนึ่งถูกศอกเข้าที่จมูกแล้วจึงถูกใส่เครื่องล็อคศีรษะ ส่วนอีกคนถูกชกเข้าที่ท้องก่อนจะถูกล็อคด้วยเครื่องล็อคศีรษะ ไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงก็มายืนอยู่ตรงหน้าฉันและตะโกนเรียกกัปตันซึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ฉันถือกล้องด้วยมือที่สั่นไหว

กัปตันแดเนียลเปิดสัญญาณเตือนภัย หลังสถานการณ์ตึงเครียดเพียงไม่กี่นาทีกัปตันจึงไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะหลังว่าจะช่วยให้ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัยได้ ตำรวจล่าถอยกำลังทั้งหมดออกไปอยู่บนดาดฟ้าเรือ พวกเราจำนวนหนึ่งตามออกไป เศษแก้วเกลื่อนเต็มพื้น กัปตันถูกมัดมืออยู่ด้านนอก ตำรวจกลับเข้ามาจับกุมฟิลซึ่งเป็นหัวหน้ากลาสีเรือและคาร์ลอสซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รณรงค์ชาวสเปนไปด้วย ทั้งคู่ถูกนำตัวไปรวมกับกัปตันบนดาดฟ้า และถูกมัดมือเช่นกัน

เรือลากจูงลากเข้าเข้ามาเทียบท่า พวกเราบางคนได้รับอนุญาตให้มาช่วยจัดการกับเชือกผูกโยงกับท่าเรือ หลังจากนั้นทั้งสามคนจึงถูกนำตัวขึ้นรถตู้ไป

เป็นเหตุการณ์รุนแรงที่ฉันไม่อาจจะลืมได้ง่าย ๆ ทุกคนรู้สึกตกใจและเสียใจที่กัปตันต้องถูกนำตัวไป แต่นี่คงเป็นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความรุนแรงที่ชาวอิรักจะได้เพบ หากอเมริกา อังกฤษและสเปนยังคงเดินหน้าพยายามถล่มอิรักต่อไป เป็นเพราะทั้งสามประเทศนี้ที่ทำให้เราต้องเอาตัวเข้าเสี่ยง เป็นเพราะพลเรือนบริสุทธิ์จำนวนมากที่จะต้องตายและบาดเจ็บ เราจึงต้องพยายามหยุดเรือขนส่งของกองทัพสหรัฐที่ชื่อ Cape Horn ขณะกำลังลำเลียงเสบียงไปยังอ่าวเปอร์เซีย

เป็นเพราะเราฝันถึงทางออกอย่างสันติ เราจึงลอยลำไปกับสายรุ้ง

ร่วมรณรงค์ต่อต้านสงครามได้โดยส่งจดหมายถึงสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ให้ยับยั้งสงคราม คลิ๊กที่นี่