กรีนพีซเรียกร้องรัฐบาลใช้ทางออกของมติสหประชาชาติ

หยุดสงครามสหรัฐฯ - อิรัก

เรื่องราว - มีนาคม 25, 2546
25 มีนาคม 2546 –-กลุ่มรณรงค์เพื่อสันติภาพและสิ่งแวดล้อมระดับโลก - กรีนพีซแถลงข่าววันนี้ที่สวนสันติภาพ กรุงเทพฯ ถึงกรณีการใช้กำลังทางทหารบุกอิรักของสหรัฐฯ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสหประชาชาติ ซึ่งถือว่าเป็นสงครามแบบเอกนิยม (unilateralism) ที่ไร้จริยธรรม กรีนพีซจึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยร่วมแสดงพลังกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกเพื่อรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ

ดร. จิรากรณ์ คชเสนี ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวในการแถลงข่าว

"โอกาสสุดท้ายสู่สันติภาพ : ทางออกจากสถานการณ์สงคราม" ว่า การใช้กองกำลังที่เหนือกว่าของสหรัฐอเมริกา อังกฤษและพันธมิตรบุกเข้าถล่มอิรักเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ถือเป็นการใช้ยุทธวิธีข่มขู่ให้เกิดความตื่นตระหนก ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศที่มีอยู่ นอกจากนี้สงครามยังก่อให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชนบ้านเรือนและสาธารณูปโภคที่นำไปสู่อันตรายต่อชีวิตของผู้คนในอนาคตจำนวนมาก

สงครามครั้งนี้ถือว่าเป็นการก่ออาชญากรรมหากนับตามสนธิสัญญาเจนีวาและกฎหมายของศาลอาชญากรรมสากล ดังนั้นเพื่อสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นกับโลกโดยเร็วที่สุด รัฐบาลไทยและประเทศสมาชิกของสหประชาชาติควรยุติความขัดแย้งและความรุนแรงโดยการผนึกกำลังเข้าร่วมเป็นแนวร่วมเพื่อสันติภาพเพื่อหยุดการทำลายล้างอิรักครั้งนี้

กรีนพีซเห็นว่า ยังมีหนทางยับยั้งสงครามกับอิรักครั้งนี้ได้ โดยผ่านทางมติ 377 (A) ของสหประชาชาติ ที่มีชื่อเรียกว่า "แนวร่วมเพื่อสันติภาพ" (Uniting for Peace) ซึ่งนับเป็นวิธีการสุดท้ายที่จะยับยั้งสงครามครั้งนี้ได้ มติแนวร่วมเพื่อสันติภาพระบุว่า หากประเทศสมาชิกถาวรของสภาความมั่นคง (ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา) ไม่สามารถลงมติเป็นเอกฉันท์เมื่อมีภัยคุกคามต่อสันติภาพของโลก และไม่สามารถรักษาสันติภาพระหว่างประเทศไว้ได้ ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติจะเข้ามามีบทบาทในการพิจารณากรณีนั้น ๆ ทันที

เนื่องจากความเร่งด่วนในกรณีสงครามครั้งนี้ กรีนพีซและกระบวนการความเคลื่อนไหวทางสังคมอื่นๆ จึงรณรงค์เพื่อสนับสนุน มติ 377 (A) ขณะนี้ประธานาธิบดีเมกะวาตี ซูกาโน บุตรี ของอินโดนีเซียได้เรียกร้องให้มีการประชุมพิเศษฉุกเฉินภายใต้มติ 377 (A) ประเทศรัสเซีย บราซิลและมาเลเซียก็กำลังจะดำเนินการเช่นเดียวกัน ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนนายยาน คาแวน ประธานที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติของสาธารณรัฐเช็คกล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการเปิดประชุมวาระพิเศษที่จะทำให้เกิดการเจรจาอันนำไปสู่การใช้แนวทางดังกล่าวเพื่อยุติสงคราม

"รัฐบาลไทยควรสนับสนุนมติ 377 (A) ของแนวร่วมเพื่อสันติภาพของสหประชาชาติเพื่อหยุดความสูญเสียต่อชีวิตผู้คนและสร้างทางออกที่นำไปสู่การเจรจาตกลงเพื่อการปลดอาวุธ หรือสนับสนุนให้เกิดการประชุมเจรจาอย่างเร่งด่วนในระดับนานาชาติอันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาสงครามที่กำลังเกิดขึ้น" ดร.จิรากรณ์กล่าว

ทั้งนี้การเรียกร้องให้ที่ประชุมสหประชาชาติหยุดสงครามต่ออิรักก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติที่กรุงนิวยอร์ก เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กลไกในการผนึกกำลังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกของสหประชาชาติในการเข้าเป็นแนวร่วมเพื่อสันติภาพกลายเป็นทางออกที่ทุกคนเห็นว่าจะนำไปสู่การยุติสงครามต่ออิรักได้ แม้ว่านับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 สหประชาชาติได้ใช้กระบวนการมติแนวร่วมเพื่อสันติภาพมา 10 ครั้ง โดยประเทศที่ใช้มตินี้เป็นประเทศแรก คือ สหรัฐอเมริกา หลังจากที่ประเทศอียิปต์เข้าครอบครองคลองสุเอซเมื่อปี พ.ศ. 2499 อังกฤษและฝรั่งเศสได้เข้าโจมตี และยึดครองพื้นที่บางส่วนของคลองสุเอซ

ด้านนายวสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินเพื่อชีวิตที่รณรงค์คัดค้านสงครามต่ออิรักมาโดยตลอด ซึ่งเข้าร่วมในการแถลงข่าวของกรีนพีซ กล่าวว่า จากการที่ได้เดินทางไปกรุงแบกแดดเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตนรู้สึกถึงความสูญเสียและความหวาดหวั่นของประชาชน โดยเฉพาะที่น่าเป็นห่วงคือเด็กๆ และการที่ได้ตึกรามที่เพิ่งไปเยี่ยมเยียนมาถูกสงครามถล่ม จึงเป็นเหมือนฝันร้าย อยากเรียกร้องให้ประชาคมโลกผลักดันรัฐบาลของตนได้ใช้อำนาจในการจัดการกับสหรัฐฯ ที่ได้ละเมิดมติของสหประชาชาติเช่นเดียวกับฮิตเลอร์ผู้นำของนาซีที่ได้ฉีกสนธิสัญยาแวร์ซายและเรียกร้องให้จัดการกับผู้นำของสหรัฐฯ อังกฤษและสเปนในฐานะที่เป็นอาชญากรสงคราม