กรีนพีซชี้เนสท์เล่จงใจละเลยเสียงผู้บริโภค

ย้ำเนสท์เล่ไม่สนโปสการ์ดเรียกร้องหยุดขายจีเอ็มโอจากผู้บริโภคนับหมื่นใบ

เรื่องราว - เมษายน 10, 2546
10 เมษายน 2546 กรุงเทพ –- กลุ่มรณรงค์สิ่งแวดล้อม - กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำโปสการ์ดกว่าหนึ่งหมื่นใบที่ผู้บริโภคชาวไทยจากทั่วประเทศ ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้เนสท์เล่หยุดขายอาหารจีเอ็มโอ และหยุดเลือกปฏิบัติต่อคนไทยเหมือนเป็นพลเมืองชั้นสอง ยื่นให้กับเนสท์เล่ที่โรงงานนวนครซึ่งเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแห่งหนึ่งของเนสท์เล

วันนี้ที่บริเวณหน้าโรงงานบริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) ในการนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี กลุ่มกรีนพีซได้นำกล่องติดด้วยโปสการ์ดขนาดใหญ่ที่มีข้อความว่า "คนไทยไม่เอาจีเอ็มโอ" พร้อมกับอาสาสมัครซึ่งแต่งกายด้วยโปสการ์ดไปรณรงค์หน้าโรงงานและเรียกร้องให้ผู้บริหารเนสท์เล่ ออกมารับโปสการ์ดเหล่านั้น โดยโปสการ์ดกว่าหมื่นใบนี้ ลงชื่อโดยคนไทยทั่วประเทศที่ไม่ต้องการอาหารจีเอ็มโอ ภาพในโปสการ์ดเป็นการ์ตูนล้อเลียนโลโก้รูปรังนกของเนสท์เล่ โดยมีลูกนกกระโดดร่มออกมาจากรังและเรียกร้องให้เนสท์เล่ "หยุดขายจีเอ็มโอ" เพื่อชี้ให้เห็นถึงคนไทยที่แสดงสิทธิของตนเองที่จะปฏิเสธอาหารจีเอ็มโอ

ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา กรีนพีซได้รณรงค์เพื่อเตือนคนไทยให้หลีกเลี่ยงจากการบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของวัตถุดิบที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมหรือ จีเอ็มโอ และให้ผู้บริโภคมึสิทธิในการรับรู้และสิทธิในการปฏิเสธอาหารจีเอ็มโอ จากการสุ่มตัวอย่างอาหารไปตรวจ กรีนพีซเคยตรวจพบอาหารทารกของเนสท์เล่ปนเปื้อนจีเอ็มโอหลายครั้ง โดยที่เนสท์เล่ไม่มีนโยบายจะเลิกใช้วัตถุดิบจีเอ็มโอในอาหารที่ขายในประเทศไทยแต่อย่างใด

นางสาววรุณวาร สว่างโสภากุล เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านวิศวพันธุกรรม กล่าวว่า เนสท์เล่ไม่ยอมเลิกใช้จีเอ็มโอ โดยอ้างว่าผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ การนำโปสการ์ดกว่าหนึ่งหมื่นใบที่ผู้บริโภคชาวไทยจากทั่วประเทศได้ร่วมกันลงชื่อรณรงค์กับกรีนพีซเรียกร้องให้เนสท์เล่หยุดขายจีเอ็มโอ เป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคไทยที่เข้าใจถึงอันตรายของจีเอ็มโอก็ไม่ต้องการเป็นหนูทดลองอาหารจีเอ็มโอเช่นเดียวกับคนในภูมิภาคอื่น เนสท์เล่จึงไม่ควรเพิกเฉยต่อเสียงของผู้บริโภค

"กรีนพีซและผู้บริโภคชาวไทยที่ร่วมรณรงค์เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรมที่เนสท์เล่จะเดินหน้าผลิตและขายอาหารจีเอ็มโอให้คนไทยต่อไป เนื่องจากเนสท์เล่สำนักงานใหญ่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ขายอาหารที่มีจีเอ็มโอให้แก่ผู้บริโภคชาวสวิส ปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าอาหารจีเอ็มโอปลอดภัยต่อสุขภาพในระยะยาว อีกทั้งการปลูกพืชจีเอ็มโอยังส่งผลกระทบต่อการเกษตรกรรมและทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เนสท์เล่จึงควรหยุดใช้วัตถุดิบจีเอ็มโอและหันมาใช้วัตถุดิบธรรมชาติ" นางสาววรุณวารกล่าว

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องจากผู้บริโภคที่อยู่ในไปรษณียบัตรนี้ มี 4 ประการคือ

1. หยุดขายอาหารจีเอ็มโอให้กับคนไทย

2. หยุดใช้เด็กไทยเป็นหนูทดลองอาหารจีเอ็มโอ

3. หยุดใช้มาตรฐานต่างระดับ

4. หยุดปฏิบัติกับคนไทยเป็นเหมือนพลเมืองชั้นสอง

ในระหว่างการรณรงค์ที่หน้าโรงงานเนสท์เล่ที่นวนคร กรีนพีซได้พยายามติดต่อเพื่อให้ตัวแทนของบริษัท เนสท์เล่ ที่โรงงานออกมารับโปสการ์ดจากผู้บริโภค แต่ทางโรงงานได้ปฏิเสธว่าผู้จัดการโรงงานไม่อยู่ โดยทุกคนติดประชุมที่สำนักงานใหญ่หรือลาพักร้อน ซึ่งกรีนพีซได้ติดต่อไปที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท เนสท์เล่ จึงได้ให้คำตอบว่าจะส่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายผลิตที่ทำงานอยู่ในโรงงานนวนครออกมารับโปสการ์ดจากกรีนพีซ แต่ในที่สุดแล้วก็ไม่มีผู้บริหารของเนสท์เล่ออกมา ดังนั้นกลุ่มกรีนพีซจึงได้เอาโปสการ์ดทั้งหมดทิ้งไว้ให้เนสท์เล่ที่หน้าโรงงาน

"การที่เนสท์เล่ไม่ลงมารับโปสการ์ด ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของผู้บริโภคไทยกว่าหนึ่งหมื่นคน เท่ากับเนสท์เล่ไม่ยอมฟังเสียงของผู้บริโภคไทย และปฏิเสธสิทธิของผู้บริโภคชาวไทยที่ไม่ต้องการบริโภคอาหารจีเอ็มโอ" นางสาววรุณวารกล่าว

เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา กรีนพีซได้ร่วมรณรงค์ในนามเครือข่ายพันธมิตรต้านจีเอ็มโอ ซึ่งประกอบด้วย สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก และไบโอไทย เนื่องในวันสิทธิผู้บริโภคสากล โดยเรียกร้องต่อบริษัทเนสท์เล่ให้ประกาศนโยบายหยุดใช้จีเอ็มโอและหยุดบทบาทในการสนับสนุนให้บริษัทข้ามชาติครอบงำแหล่งอาหารของไทยด้วยจีเอ็มโอ

นอกจากในประเทศไทยแล้ว ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนี้ ผู้บริโภคในประเทศอื่นๆ เช่น จีน ฮ่องกง บราซิล ก็มีการรณรงค์ให้เนสท์เล่หยุดขายอาหารจีเอ็มโอ ในขณะที่ในยุโรปหลายประเทศ ผู้บริโภคได้ร่วมกันรณรงค์จนเนสท์เล่เลิกขายอาหารจีเอ็มโอในประเทศเหล่านี้ไปแล้ว

"นี่แสดงให้เห็นชัดว่า เนสท์เล่มีมาตรฐานต่างระดับ ไม่เท่ากันทั่วโลก และผลิตอาหารโดยไม่คำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่และสิทธิของผู้บริโภค" นางสาววรุณวาร กล่าว