'กรีนพีซ' จัดขบวนจักรยานค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน

เรื่องราว - มีนาคม 8, 2545
'กรีนพีซ' จัดขบวนจักรยานค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน

'กรีนพีซ' จัดขบวนจักรยานค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินหนุนการต่อสู้ของชาวประจวบฯ ดันรัฐเปลี่ยนใช้ 'พลังงานสะอาด'

ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มกรีนพีซสากลคนล่าสุด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รณรงค์จากประเทศในแถบเอเชียและยุโรป ผนึกกำลังชาวบ้านประจวบคีรีขันธ์ในการต่อสู้กับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน เรียกร้องให้รัฐบาลไทยหันไปส่งเสริมการผลิตพลังงานจากแหล่งที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ด้วยการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานรณรงค์ และติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้กับโรงเรียนในชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวของกลุ่มกรีนพีซเป็นส่วนหนึ่งในการประชุมประจำปีที่จัดขึ้น ณ บ้านกรูด ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 40 คน กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการประกาศเจตนารมณ์ในการเป็นแนวร่วมรณรงค์คัดค้านโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ซึ่งจะก่อสร้างตามโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ 2 แห่งในตำบลบ่อนอก อำเภอเมืองและบ้านกรูด ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน โดยบรรดานักรณรงค์ของกรีนพีซได้ร่วมกันปั่นจักรยานเพื่อไปติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาด 64 วัตต์เพื่อสาธิตถึงความเป็นไปได้ของพลังงานสะอาด

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านจากบ้านกรูด และบ่อนอกเข้าร่วมการรณรงค์ครั้งนี้ โดยเริ่มจากสถานีรถไฟบ้านกรูดผ่านชุมชนบริเวณตลาดสดและหมู่บ้านประมงเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร พร้อมกับมีข้อความบนธงติดประดับจักรยานว่า "เราต้องการพลังงานสะอาด" และ "พิทักษ์ประจวบคีรีขันธ์เดี๋ยวนี้" เป็นภาษาต่างๆ เจ้าหน้าที่ของกรีนพีซยังได้ร่วมกันแจกจ่ายเอกสารข้อมูลผลกระทบของถ่านหินต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ และหยิบยกข้อดีของพลังงานทางเลือก จนกระทั่งขบวนรณรงค์ได้ไปสิ้นสุด ณ โรงเรียนวัดธงชัยธรรมจักร เพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์และสาธิตการใช้งานให้นักเรียนและชาวบ้านชม

นางสาวเพ็ญรพี นพรัมภา เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านพลังงาน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า กรีนพีซต้องการการสนับสนุนการรณรงค์คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินของชาวประจวบฯ เนื่องจากถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน ทำลายระบบนิเวศน์และสิ่งมีชีวิตทางทะเล อีกทั้งก่อความพินาศให้วิถีชีวิตชุมชน กรีนพีซได้มาติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อที่จะชี้ให้ชาวประจวบฯเห็นถึงความเป็นไปได้ในการใช้พลังงานทางเลือกอื่น ๆ ว่าเป็นไปได้จริง

จากข้อมูลของกรีนพีซ ถ่านหินเป็นพลังงานจากซากดึกดำบรรพ์ที่มีปริมาณคาร์บอนมากที่สุด ซึ่งจะผลิตคาร์บอนมากกว่าการใช้น้ำมันถึง 29 เปอร์เซ็นต์ และมากกว่าก๊าซธรรมชาติ 80 เปอร์เซ็นต์ และเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้น เนื่องจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นตัวการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศ ยิ่งกว่านั้นยังเป็นแหล่งของปรอทและเถ้าละอองเล็กๆ ที่เกิดจากการเผาไหม้ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพจนถึงขึ้นเสียชีวิต

ดร. เกิร์ด ไลโพลด์ ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซสากลกล่าวว่า หลังจากที่ได้เห็นชุมชนที่บ่อนอกและบ้านกรูดแล้ว รู้สึกว่าประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่งดงามและมีระบบนิเวศน์ที่สำคัญ เพราะฉะนั้นข้อเสนอที่จะให้ทีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าฯ ของรัฐบาลจึงควรจะมีการทบทวน กรีนพีซให้พันธะสัญญาต่อชุมชนว่าจะรณรงค์อย่างแข็งขันต่อโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่นี้ เจ้าหน้าที่ของเราที่ร่วมประชุมในพื้นที่นี้เพื่อเป็นสักขีพยานในการหาหนทางที่จะรณรงค์คัดค้านโครงการนี้ต่อไป พร้อมกับสนับสนุนให้วิถีชีวิตชุมชนมีความเป็นอยู่ที่มั่นคง

"ตลอดระยะเวลาที่ชาวบ้านได้คัดค้านโครงการดังกล่าว เราไม่อยากจะนึกเลยว่าความพยายามของภาครัฐและบริษัทเอกชนที่ผลักดันโครงการดังกล่าวได้ทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรและเวลาแค่ไหนแล้ว กรีนพีซเข้ามาร่วมการต่อสู้โครงการนี้พร้อมกับชาวบ้านและองค์กรพัฒนาเอกชนอื่น เพื่อที่จะหยุดแหล่งเงินทุนที่ให้การสนใจโครงการโรงไฟฟ้าฯ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือแหล่งเงินทุนจากรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมเทคโนโลยีที่สกปรก ดังนั้น พวกเราจึงจะเดินหน้าทำงานต่อไปจนกว่าฝ่ายสนับสนุนจะตัดสินใจทบทวนและเปลี่ยนเป็นการสนับสนุนการผลิตพวกเราจึงจะเดินหน้าทำงานต่อไปจนกว่าฝ่ายสนับสนุนจะตัดสินใจทบทวนและเปลี่ยนเป็นการสนับสนุนการผลิตพลังงานที่สะอาดและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานจากแสงอาทิตย์ พลังงานลม และมวลชีวภาพ" นางสาวเพ็ญรพีกล่าว

ด้าน ดร. เกิร์ด กล่าวสรุปว่า การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้แก่ชุมชนของกรีนพีซในวันนี้ แม้จะไม่ใช่การสนับสนุนช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ของพลังงานสะอาดซึ่งมีอยู่จริง เพียงแต่ยังไม่ได้มีการใช้อย่างกว้างขวาง ตัวอย่างในครั้งนี้น่าจะนำไปสู่การก้าวข้ามจากการผลิตพลังงานโดยโครงการขนาดใหญ่ที่ทำให้เกิดปัญหาต่อชุมชนและระบบนิเวศไปสู่ส่วนเล็ก ๆ ที่มุ่งสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนซึ่งทำให้เราไม่ต้องเผชิญกับปัญหาจากการให้พลังงานในรูปแบบเดิม