คำตัดสินองค์การการค้าโลกไร้ผลประตูยุโรปยังปิดตายต่อจีเอ็มโอ

เรื่องราว - กุมภาพันธ์ 8, 2549
กรีนพีซประณามองค์การการค้าโลก หรือ ดับเบิลยูทีโอ ที่สนับสนุนความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ แคนาดา และอาร์เจนติน่า บังคับยุโรปให้ยอมรับจีเอ็มโอ ชี้ประเทศไทยควรศึกษาบทเรียนจากยุโรป โดยใช้พลังประชาชนและผู้บริโภคกำหนดกฎหมายป้องกันจีเอ็มโอที่เข้มงวด เพื่อปกป้องสิทธิและอธิปไตยของคนไทย

แดเนียล มิทเลอร์ ที่ปรึกษาการค้าระหว่างประเทศ กรีนพีซสากล กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังอยู่ในโลกแห่งความฝัน หากคิดว่า คำตัดสินขององค์การการค้าโลกจะทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมพืชจีเอ็มโอได้รับชัยชนะ เพราะสาธารณชนและเกษตรกรส่วนใหญ่ และรัฐบาลอีกหลายประเทศต่างต่อต้านจีเอ็มโอ ตลาดที่ปฎิเสธจีเอ็มโอจึงยังมีอยู่ทั้งในยุโรปและทั่วโลก เกษตรกรอเมริกันยังต้องสูญเสียมูลค่าการส่งออกข้าวโพดจีเอ็มโอถึง 12,000 ล้านบาทในแต่ละปีต่อไป (1) และเป็นสัญญาณเตือนไปยังประเทศผู้ส่งออกอีกหลายแห่งว่า แท้จริงแล้วพืชจีเอ็มโอไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

 

เป็นที่คาดกันว่า รัฐบาลสหรัฐจะพยายามใช้คำตัดสินชี้ขาดขององค์การการค้าโลก บังคับให้ประเทศอื่น ๆ ตอบรับพืชจีเอ็มโอ อย่างไรก็ตามทุกประเทศ มีสิทธิปฎิเสธพืชจีเอ็มโอภายใต้พิธีสารคาร์ตาเฮน่า ว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ ของสหประชาชาติ กรีนพีซเห็นว่าองค์การการค้าโลกไม่ควรถูกใช้เพื่อบ่อนทำลายการปกป้องสิ่งแวดล้อม

 

แดเนียล มิทเลอร์ กล่าวว่า องค์การการค้าโลกใช้เวลามากกว่าที่คาดการณ์ไว้กว่า 2 ปี เพื่อตัดสินชี้ขาดกรณีนี้ แสดงให้เห็นว่า สถาบันที่ให้ความสำคัญต่อผลประโยชน์ทางการค้าเหนือสิ่งอื่นใดนั้นขาดคุณสมบัติที่จะพิจารณาประเด็นทางวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อน กรณีดังกล่าวไม่มีอะไรมากไปกว่าความพยายามอย่างสุดกำลังของรัฐบาลสหรัฐ และบริษัทผู้ผลิตเคมีเกษตร ที่จะใช้องค์การการค้าโลกเป็นเครื่องมือสร้างตลาดให้กับสินค้าที่ไม่จำเป็น เสี่ยงอันตราย และไม่มีใครต้องการอย่างจีเอ็มโอ

 

ในปี 2548 รัฐบาลแห่งยุโรปลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่ให้คงกฎหมายห้ามพืชจีเอ็มโอในระดับประเทศ (2) และแต่ละประเทศยังปฎิเสธพืชจีเอ็มโออย่างต่อเนื่อง เช่น กรีซประกาศเพิ่มกฎหมายให้ครอบคลุมถึงเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดจีเอ็มโอของมอนซานโต ออสเตรียเพิ่งประกาศเจตนารมณ์ห้ามนำเข้าออยเรปซีดจีเอ็มโอ ส่วนฮังการี และโปแลนด์ได้ประกาศกฎหมายห้ามจีเอ็มโอเมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันมีการประกาศเขตปลอดจีเอ็มโอ (GMOs free zones) 172 แห่งในยุโรป ส่วนในสวิสเซอร์แลนด์การคงกฎหมายห้ามจีเอ็มโอเกิดขึ้นโดยการลงมติของประชาชน แสดงให้เห็นว่ายุโรปยังคงปิดตายสำหรับจีเอ็มโอ

 

ภัสน์วจี  ศรีสุวรรณ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวย้ำว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาต้องการใช้กรณีนี้ข่มขู่และตีกันประเทศอื่น ๆ ไม่ให้กำหนดกฎหมายห้ามจีเอ็มโอ แต่คนไทยต้องเชื่อมั่นใน

 

 

อธิปไตยของชาติและสิทธิของประชาชนไทยที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อม ด้วยการกำหนดกฎหมายภายในประเทศที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น และอิงกับหลักการ ป้องกันไว้ก่อนซึ่งเป็นหลักการที่ได้รับการรับรองภายใต้พิธีสารคาร์ตาเฮน่า ที่ประเทศไทยเพิ่งเข้าเป็นภาคี เช่น ยกระดับมติคณะรัฐมนตรีห้ามทดลองพืชจีเอ็มโอในสภาพไร่นาเพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่แวดล้อมให้เป็นกฎหมาย และปรับแก้กฎการติดฉลากสำหรับอาหารจีเอ็มโอให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคมีสิทธิเลือกปฏิเสธอาหารจีเอ็มโอ

 

จีเอ็มโอเป็นพืชที่มีเจ้าของ ยังไม่พิสูจน์ว่าปลอดภัย และไม่มีตลาดรองรับ หากประเทศไทยยอมอ่อนข้อให้กับข้อเรียกร้องของรัฐบาลต่างชาติหรือองค์กรระหว่างประเทศมีบริษัทจีเอ็มโอชักใยอยู่เบื้องหลัง จะทำให้ประเทศไทยสูญเสียสิทธิและอธิปไตยในการปกป้องสิ่งแวดล้อม สุขภาพ การค้า และสิทธิของเกษตรกร ภัสน์วจีกล่าว

 

 

หมายเหตุ

 (1)  รัฐบาลสหรัฐอ้างว่า สูญเสียยอดขายผลผลิตข้าวโพด 200 ล้านเหรียญสหรัฐ  ผลผลิตข้าวโพดและถั่วเหลืองรวม 300 ล้าน

เหรียญสหรัฐ ดูรายละเอียดได้ที่ “European Commission Opts Not To Push For End of GMO Moratorium,” INSIDE U.S. TRADE, มกราคม 25, 2545; หรือที่ http://www.ers.usda.gov/publications/wrs984/wrs984e.pdf

(2) คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปพยายามที่จะใช้การฟ้องร้องในองค์การการค้าโลกมาบังคับให้ประเทศสมาชิก 5 ประเทศที่ถูกโจมตีโดยสหรัฐฯ (กรีซ ฝรั่งเศส ออสเตรีย ลักเซมเบอร์ก และเยอรมนี) ให้ยกเลิกกฎหมายห้ามจีเอ็มโอระดับประเทศของตัวเอง เมื่อคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปยื่นข้อเสนอที่จะยกเลิกกฏหมายห้ามพืชจีเอ็มโอเพื่อขอคะแนนเสียงจากรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2547 ประเทศสมาชิก 22 จาก 25 ประเทศ ลงคะแนนคัดค้านข้อเสนอของคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป และรับรองว่ากฎหมายดังกล่าวถูกต้องและสามารถบังคับใช้เช่นเดิม คำตัดสินนี้ ส่งผลให้คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปต้องถอนข้อเสนอที่จะให้ยกเลิกกฎหมายห้ามพืชจีเอ็มโอออกไป

ร่วมบริจาค

ท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมได้โดยบริจาค ที่นี่