ไฟป่าโหมกระหน่ำอินโดนีเซียอีกระลอก กรีนพีซเรียกร้องรัฐบาลเร่งปกป้อง

เรื่องราว - สิงหาคม 30, 2549
ไฟป่าโหมลุกไหม้บนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียอีกระลอกจนกลายเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดเป็นปกติ กรีนพีซส่งหน่วยเฉพาะกิจลงพื้นที่ในจังหวัดเรียว ตรวจสอบและเก็บข้อมูลไฟป่าครั้งล่าสุด พบป่าถูกทำลายเป็นบริเวณกว้าง มีควันไฟปกคลุมหนาทึบ ซึ่งมีผลคุกคามสุขภาพประชาชนหลายล้านคน และเป็นปัจจัยเอื้อต่อวิกฤตโลกร้อนขณะนี้ กรีนพีซ เรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียยุติการแผ้วถางที่ดินในเขตป่าที่มีความเปราะบางต่อการทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่า

สภาพพื้นที่ป่าบนเกาะสุมาตราที่ถูกทำลายโดยไฟป่า

รถบรรทุกขนไม้บางส่วนออกมาจากพื้นที่ที่ถูไฟไหม้

หน่วยเฉพาะกิจของกรีนพีซพบการแผ้วถางที่ดินเพื่อปลูกป่าต้นอะคาเซียป้อนอุตสาหกรรมไม้อัด และทำไร่ปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดไฟป่า และเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างถาวร

 

ฮับโซโร ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ป่าส่วนใหญ่บนเกาะสุมาตราเป็นป่าพรุ ถูกรุนรานจากการลักลอบตัดไม้ แผ้วถางป่าเพื่อขุดคลอง และให้สัมปทานตัดไม้ จนป่าตกอยู่ในสภาพแห้งแล้ง ซึ่งเปรียบได้กับฟองน้ำเปียกๆ ตากแดดจนแห้ง และกลายเป็นเชื้อเพลิงติดไฟในที่สุด หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงวงจรที่กระตุ้นให้เกิดไฟป่าเหล่านี้ การเกิดไฟป่าจะเกิดขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง และเป็นบริเวณกว้างมากขึ้น

 

รัฐบาลอินโดนีเซียต้องพิจารณาการอนุญาตให้แผ้วถางที่ดินบนเกาะสุมาตรา เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในบริเวณกว้างและยากแก่การควบคุมในอินโดนีเซีย ฮับโซโร กล่าว

 

การเปลี่ยนสภาพของป่าพรุ และวิกฤตไฟป่า เป็นการคุกคามสิ่งแวดล้อมในระดับสากล จากการก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในปริมาณมากขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อวิกฤตโลกร้อนขณะนี้

 

นูร์ ฮิดายาติ ผู้ประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการทำลายป่า โดยเฉพาะการเผาป่า ทำให้วิกฤตโลกร้อนแย่ลง เนื่องการไฟป่าทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งมากขึ้น และยิ่งส่งผลให้เกิดไฟป่าง่ายขึ้นเป็นระลอก เกิดเป็นวงจรการทำลายล้างสภาพภูมิอากาศ ความพยายามทั้งระดับประเทศ ภูมิภาค และนานาชาติจำเป็นต้องร่วมกันปกป้องผืนป่าเหล่านี้ จากการลักลอบตัดไม้ การเปลี่ยนสภาพป่า และไฟป่า เพื่อเป็นการปกป้องผู้คนจากผลกระทบที่เป็นอันตรายจากภาวะโลกร้อน

 

พื้นที่ป่าพรุในจังหวัดเรียวมีประมาณ 4 ล้านเฮกเตอร์ บริษัทตัดไม้ยักษ์ใหญ่เช่น APP และ APRIL กำลังเปลี่ยนป่าพรุให้เป็นป่าปลูกเพื่ออุตสาหกรรมไม้อัด ในจังหวัดบูกิต บาตู กรีนพีซพบไฟป่าเกิดขึ้นในป่าสัมปทานของบริษัท PT. Satria Perkasa Agung ซึ่งเป็นบริษัทสาขาของบริษัท APP ขณะที่บริษัททั้งสองแห่งได้ปรับเปลี่ยนสัมปทานเพื่อแผ้วถางป่าได้ทั้งหมดในพื้นที่สัมปทาน

 

ฮับโซโรกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดจากสัมปทานเหล่านี้คือบริษัทที่ได้สัมปทานตัดไม้ในเขตป่าที่มีความอ่อนไหวมากต่อการสูญเสียระบบนิเวศ ไฟป่าเริ่มจากจุดเล็กๆ หรือไม่ก็เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด การให้สัมปทานตัดไม้จึงเท่ากับเป็นการเปิดทางสะดวกต่อการลุกไหม้ของป่าพรุ และเมื่อป่าติดไฟแล้วก็ยากที่จะดับได้หากไม่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก

 

กรีนพีซ เรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียต้อง

-         ประกาศให้วิกฤตไฟป่าเป็นภาวะภัยพิบัติแห่งชาติเพื่อนำไปสู่ปฎิบัติการต่อสู้ไฟป่าที่เป็นไปได้

-         สอบสวน และชะลอการดำเนินการของบริษัทตัดไม้เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการแผ้วถางป่าจนเป็นต้นเหตุของไฟป่า

-         วางกลไกอย่างถาวรในการประเมินปัจจัยเสี่ยงต่างๆ พัฒนาแบบจำลองของสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาค วางรูปแบบและประเมินยุทธศาสตร์การปรับตัวซึ่งพิจารณาจากปัจจัยอ่อนไหวของชุมชน และเผ่าพันธุ์ของพืชและสัตว์พื้นเมือง

-         หยุดยั้งการแผ้วถางป่าเพื่อคงไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในป่าพรุที่มีความอ่อนไหวต่อการถูกทำลาย

หากต้องการภาพ วิดิโอ และข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ฮับโซโร ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (จาร์กาต้า) โทร. + 628 1211 08256 นูร์ ฮิดายาติ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (จาร์กาต้า) โทร. +628 12997 2642 เอื้อพันธ์ ชำนาญเอื้อ ผู้ประสานงานสื่อมวลชน (กรุงเทพฯ) โทร.0 1928 2426

หมวด