กรีนพีซเปิดรายงาน ปฎิวัติพลังงานไทยไม่ต้องใช้ถ่านหิน

เรื่องราว - พฤศจิกายน 9, 2549
กรุงเทพฯ 9 พฤศจิกายน 2549 – กรีนพีซเปิดรายงานฉบับใหม่วันนี้ ระบุ ประเทศไทยสามารถบรรลุความต้องการด้านพลังงานในอนาคตได้จากระบบการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์โดยการเน้นไปที่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดมากขึ้น รายงานเรื่อง “กระจายศูนย์การผลิตไฟฟ้าไทย: สู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน” มีข้อเสนอที่เรียกร้องให้เปิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการวาง “แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า” หรือ “แผนพีดีพี”

Chris Graecen of Palang Thai and Tara Buakamsri of Greenpeace present an energy revolution for Thailand that excludes fossil fuels.

รายงาน นี้ได้นำเสนอในช่วงเวลาเดียวกับการประชุมนานาชาติเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยาในทวีปแอฟริกาซึ่งตัวแทนรัฐบาลทั่วโลกได้อภิปรายอย่างดุเดือดถึง มาตรการลดผลกระทบและปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวี ความรุนแรงมากขึ้น ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดประเด็นหนึ่งในที่ประชุมดังกล่าวคือการลดการใช้ เชื้อเพลิงฟอสซิลลงอย่างขนานใหญ่จากระบบพลังงานของโลกเพื่อลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกอันเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่ทำให้ประเทศไทยตกอยู่บนทางแพร่ง ที่ต้องเลือกในด้านพลังงาน เราจำเป็นต้องยึดติดอยู่กับระบบการผลิตไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ดั้งเดิมที่ต้องพึ่ง พาถ่านหินและก๊าซเท่านั้น หรือจะมุ่งไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดมากขึ้น รัฐบาลชุดใหม่มีความต้องการที่จะปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด และเอื้ออำนวยให้เกิดมาตรการด้านการใช้พลังงานอย่างประสิทธิภาพในการใช้ พลังงาน คำถามที่ยังคงมีอยู่คือ ผู้นำของเรามีเจตจำนงทางการเมืองที่จะลดการพึ่งพาใช้พลังงานฟอสซิลลงและลดผล กระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศหรือไม่

รายงาน ฉบับนี้ได้ตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานของแหล่งผลิตพลังงานที่มีอยู่ โอกาสของทางเลือกที่สะอาดและเหนือกว่าในเชิงเศรษฐกิจ รวมทั้งตั้งประเด็นเชิงวิจารณ์ต่อกระบวนการวางแผนและการปฏิบัติของรัฐบาล อย่างจริงจังซึ่งสนับสนุนการลงทุนในพลังงานสกปรกและไม่สนใจการพัฒนาพลังงาน สะอาด อย่างไรก็ตาม รายงานได้อ้างถึง อุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินงานการใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดในประเทศไทย ความท้าทายต่างๆ เช่น ความไม่โปร่งใสของกระบวนการวางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ผลประโยชน์ทับซ้อนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่ควบคุมทั้งการผลิตและ ระบบส่งไฟฟ้า รวมทั้งระบบการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้าที่บิดเบือนซึ่งกระตุ้นให้เกิดการขยาย กำลังการผลิต และพึ่งพาพลังงานฟอสซิลที่มีความผันผวนทางราคามากเกินไป

คริส กรีเซน กลุ่มพลังไท นักวิชาการด้านพลังงาน และเป็นผู้เขียนร่วมของรายงานฉบับนี้ กล่าวว่า จากการปฏิบัติที่ดีที่สุดในหลายๆ ประเทศ การผลิตไฟฟ้าในอนาคตของประเทศไทยควรถูกกำหนดด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ มีความโปร่งใส โดยที่พิจารณาให้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดเช่นมาตรการด้านการใช้พลังงานอย่างมี ประสิทธิภาพและพลังงานหมุนเวียนมีบทบาทที่สำคัญมากขึ้นเมื่อเทียบกับแหล่ง พลังงานรวมศูนย์แบบดั้งเดิม เช่น ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และ เขื่อนขนาดใหญ่ กระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยนี้สามารถพัฒนาแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าซึ่งทำให้ บรรลุความต้องการพลังงานในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพโดยมีต้นทุนผลกระทบทั้ง หมดต่อสังคมที่ต่ำที่สุด

การ ศึกษาที่จัดทำโดยรัฐบาลและธนาคารโลกยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพมหาศาลของการพัฒนาพลังงานสะอาดในประเทศไทย รายงานของกรีนพีซรวมถึงการทำแบบจำลองที่ชี้ให้เห็นว่าหากประเทศไทยใช้ ประโยชน์จากโอกาสของพลังงานสะอาดเหล่านี้ ในปี พ.ศ. 2554-2559 ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลหรือการนำเข้าพลังงานไฟฟ้าจากเขื่อนขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน

ธารา กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อเสนอแนะของเราจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากการพัฒนาพลังงาน สะอาดได้อย่างเต็มที่ เราเชื่อว่า การกระจายศูนย์การผลิตไฟฟ้าจะทำให้เกิดผลตอบแทนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผลประโยชน์ที่วัดได้ และความมั่นคงด้านพลังงานอย่างแท้จริงต่อสังคมไทย นอกจากนี้ ทำให้ปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากมลพิษของโรงไฟฟ้าถ่านหินลดน้อยลง มีการจ้างงานมากขึ้นและมีคุณูปการสำคัญต่อการปกป้องสภาพภูมิอากาศของเรา

กรีนพีซเป็นองค์กรรณรงค์อิสระ เผชิญหน้าอย่างสร้างสรรค์และด้วยสันติวิธี เพื่อเปิดโปงปัญหาสิ่งแวดล้อมทั่วโลก และนำเสนอแนวทางแก้ไข ซึ่งจำเป็นยิ่งต่ออนาคตของสิ่งแวดล้อม และสันติภาพของโลก

ดาวน์โหลดรายงาน "กระจายศูนย์การผลิตไฟฟ้า​ไทย​ : ​สู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน"

ประเทศไทยสามารถบรรลุความต้องการด้านพลังงานในอนาคตได้จากระบบการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์โดยการเน้นไปที่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดมากขึ้น