เหยื่อแม่เมาะ/มาบตาพุดยื่นจดหมายถึงกระทรวงพลังงาน ค้านแผนพีดีพีถ่านหิน

เรื่องราว - พฤศจิกายน 15, 2549
กรุงเทพฯ, 15 พฤศจิกายน 254 9-วันนี้ เครือข่ายชุมชนไม่เอาถ่านหิน(People Against Coal) ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการพลังงานขนาดใหญ่ กลุ่มประชาสังคมและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยซึ่งรวมตัวกันครั้งแรกในช่วงการประชุมถ่านหินโลกที่จัดขึ้น ณ จังหวัดลำปางในเดือนมกราคม 2548 ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยุติแผนการขยายโครงการโรงฟ้าถ่านหินและนำเอาพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดมาใช้ ทางเครือข่ายฯ นำโดยตัวแทนชุมชนแม่เมาะและมาบตาพุดเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อคัดค้านแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือแผนพีดีพีที่ยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลักในช่วง 10 ปีข้างหน้า

People Against Coal (PAC) submitted a petition letter to the Energy Ministry

นางมะลิวัลย์ นาควิโรจน์ ตัวแทนเครือข่ายชุมชนคนไม่เอาถ่านหินบอกว่า เราตกอยู่ภายใต้เงาทะมึนของปล่องควันจากโรงไฟฟ้าถ่านหินมาหลายสิบปีแล้ว ต้องทนทุกข์และประสบปัญหาสุขภาพจากมลพิษของโรงไฟฟ้าสกปรกเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคนแม่เมาะหรือมาบตาพุด ไม่ว่าจะเรียกมันว่าเป็น ถ่านหินสะอาดหรือไม่ เราต่างเจอผลกระทบแบบเดียวกัน ตัวเราทั้งปอด ตา จมูก คอ ต้องสัมผัสกับสารพิษ

 

งานวิจัยระดับปริญญาเอกที่จัดทำโดยเดชรัตน์ สุขกำเนิดซึ่งทำงานอยู่ที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณะสุขและเป็นอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนระบุว่า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นหลัก จะก่อให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพต่อประชากรในท้องถิ่นมากที่สุด การศึกษาคาดการณ์ว่า จากปี 2546-2558 มลพิษทางอากาศจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจะมีส่วนทำให้โรคหลอดลมเรื้อรังในเด็กเพิ่มจาก 7,500 เป็น 20,000 กรณี การเสียชีวิตแบบสะสมเรื้อรังจะเพิ่มจาก 800 เป็น 2,250 กรณี การเจ็บป่วยเฉียบพลันที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลจะเพิ่มจาก 260 เป็น 680 กรณี และการเสียชีวิตแบบเฉียบพลันจะเพิ่มจาก 70 เป็น 250 กรณี

 

ในแผนพีดีพีที่ร่างขึ้นใหม่ จะประกอบไปด้วยถ่านหิน 40 % ของการผลิตไฟฟ้าในช่วงปี 2554-2558 จากกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมที่ 10,570 เมกะวัตต์ นั่นหมายถึงจะมีแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้นอย่างน้อยที่สุด 4 โครงการ (รวม 4,000 เมกะวัตต์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังจะเปิดให้มีการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ หรือ ไอพีพี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในช่วงต้นปี 2550 และบริษัทบีแอลซีพีเพาเวอร์ซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 1,430 เมกะวัตต์ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีแนวโน้มสูงในการเข้าร่วมการประมูลโครงการเพื่อขยายกำลังการผลิตของตนในอนาคต

 

เป็นที่รับรู้กันว่า นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี เป็นแหล่งมลพิษอันดับต้นของประเทศจากการปล่อยระบายสารมลพิษจากปล่องมากกว่า 200 ปล่องของโรงงานอุตสาหกรรมออกสู่สิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ 25 ชุมชน การศึกษาที่จัดทำโดยหน่วยงานต่างของรัฐเปิดเผยว่า กลุ่มอาการของโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท ระบบการเจริญพันธุ์ ระบบกล้ามเนื้อและความผิดปกติทางจิตใจ นั้นมีอัตราการเพิ่มมากที่สุดมากกว่าพื้นที่อื่นใดของประเทศ

 

ธารา บัวคำศรี กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนี้ รายงานใหม่ที่กรีนพีซจัดทำขึ้นระบุชัดเจนว่า เราไม่จำเป็นต้องใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า ถ่านหินซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม สุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เราเพียงดำเนินนโยบายที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในการใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน เราสามารถพัฒนาเศรษฐกิจต่อไปได้ ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าน้อยลง มีการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น สร้างสังคมที่มีเสถียรภาพและยังมีส่วนสำคัญในการต่อสู้เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศของโลกอีกด้วย

 

กรีนพีซเป็นองค์กรรณรงค์อิสระ เผชิญหน้าอย่างสร้างสรรค์และด้วยสันติวิธี เพื่อเปิดโปงปัญหาสิ่งแวดล้อมทั่วโลก และนำเสนอแนวทางแก้ไข ซึ่งจำเป็นยิ่งต่ออนาคตของสิ่งแวดล้อม และสันติภาพของโลก