กรีนพีซสรรเสริญข้อตกลงพ่อค้าข้าวไทย-เวียดนาม ประกาศผลิตข้าวปลอดจีเอ็มโอ

เรื่องราว - พฤศจิกายน 27, 2549
กรุงเทพฯ 27 พฤศจิกายน 2549 – กรีนพีซชื่นชมผู้ค้าข้าวไทยและเวียดนามในฐานะผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งและสองของโลก ลงนามในข้อตกลง “ไม่เอาข้าวจีเอ็มโอ” ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดกรณีอื้อฉาวข้าวจีเอ็มโอปนเปื้อนในข้าวส่งออกจากสหรัฐ และจีน

ข้อตกลงไม่เอาข้าวจีเอ็มโอระหว่างไทยและเวียดนามครั้งนี้จะปูทางเพิ่มการส่งออกให้กับสองประเทศ เพราะในสหภาพยุโรป ปิดประตูสำหรับข้าวจีเอ็มโอปนเปื้อนจากสหรัฐ

 

ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ข้อตกลงครั้งนี้เป็นชัยชนะสำหรับเกษตรกร และสิ่งแวดล้อมของทั้งภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม การปนเปื้อนข้าวจีเอ็มโอยังเป็นภัยคุกคามภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้าวเป็นอาหารหลักของชาวเอเชีย ดังนั้นทุกประเทศต้องกำหนดมาตรการตรวจสอบและเฝ้าระวังที่เข้มงวด เพื่อหยุดยั้งการปนเปื้อนที่อาจอาจเล็ดลอดข้ามพรมแดนมา และต้องห้ามทดลองข้าวจีเอ็มโอในแปลงเปิดเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน

 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสมาคมผู้ส่งออกข้าวของไทย และสมาคมอาหารของเวียดนามได้เซ็นข้อตกลงร่วมกันกำหนดนโยบายการผลิตข้าวปลอดจีเอ็มโอ โดยมีสมาชิกระดับสูงและผู้ส่งออกและผลิตข้าวมากกว่า 30 แห่งให้การรับรองอย่างเป็นทางการ

 

ภัสน์วจีกล่าวว่า ประเทศไทยได้ให้ความมั่นใจแก่ประชาคมโลกในฐานะเป็นผู้นำในการผลิตข้าวปลอดจีเอ็มโอแล้ว และในฐานะเป็นผู้ผลิตสินค้าการเกษตรรายใหญ่ในภูมิภาค ประเทศไทยจะยังคงได้เปรียบหากรัฐบาลยังคงกฎหมายยุติการทดลองจีเอ็มโอในระดับไร่นา และประกาศนโยบายเป็นประเทศปลอดจีเอ็มโออย่างสิ้นเชิง

 

เมื่อเร็วๆ นี้ การปนเปื้อนข้าวจีเอ็มโอเป็นประเด็นอื้อฉาวที่เกิดขึ้นทั่วโลก แม้บริษัทไบเออร์ซึ่งเป็นบริษัทที่ต้องรับผิดชอบการปนเปื้อนครั้งนี้จะยกเลิกการทดลองข้าวจีเอ็มโอ LL601 ในสภาพไร่นามาห้าปีแล้ว แต่ก็ยังพบข้าวจีเอ็มโอ LL601 หลุดรอดออกจากแปลงทดลอง และปัจจุบันพื้นที่ปนเปื้อนได้แพร่กระจายไปทั่วสหรัฐ โดยไม่สามารถประเมินค่าได้

และยังพบการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์จากข้าวที่ส่งออกไปยุโรปและญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังพบว่าผลิตภัณฑ์จากข้าวของจีนที่ส่งออกไปสหภาพยุโรปมีการปนเปื้อนข้าวจีเอ็มโอบีที 63 ซึ่งยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ปลูกเป็นการค้าอีกด้วย

 

การปนเปื้อนข้าวจีเอ็มโอทำให้อุตสาหกรรมข้าวทั่วโลกต้องรับแบกภาระต้นทุนมากขึ้น เช่น ต้นทุนในการตรวจสอบ การเรียกคืนสินค้า ความเสียหายที่จะเกิดกับตรายี่ห้อสินค้า(แบรนด์) การห้ามนำเข้า และยกเลิกคำสั่งซื้อ

กรีนพีซรณรงค์ไม่เอาพืช และผลิตภัณฑ์อาหารจีเอ็มโอ ตามหลักพื้นฐานของการพัฒนาเกษตรยั่งยืน การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนมีอาหารที่ปลอดภัย ถูกหลักโภชนาการ จีเอ็มโอจึงเป็นเทคโนโลยีที่ไม่จำเป็นและไม่เป็นที่ต้องการ แต่จีเอ็มโอที่ปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม กลับคุกคามความหลากหลายทางชีวภาพ และก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับต่อสุขภาพ