แถลงการณ์จากกรีนพีซต่อกรณีวิกฤตมลพิษในเขตอุตสาหกรรมมาบตาพุด

เรื่องราว - มกราคม 23, 2550
จากมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้เลื่อนเวลาประกาศเขตอุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษออกไป ถือเป็นสิ่งที่น่าอัปยศอย่างที่สุด มตินี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับบริษัทที่สร้างมลพิษมากกว่าสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม

นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

การดำเนินการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินBLCP ที่รับเงินลงทุนจากธนาคาร ADB และ JBIC

การประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ เป็นก้าวแรกที่จำเป็นต้องทำในการแก้วิกฤตมลพิษที่กำลังคุกคามต่อชีวิตของประชาชนในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียง ซึ่งหากมีการประกาศ รัฐบาลสามารถจัดการตรวจสอบมลพิษทั้งหมดที่ถูกปล่อยออกมาจากนิคมอุตสาหกรรม และยังสามารถระบุโรงงานที่ปล่อยมลพิษมากที่สุดในเขตนี้อีกด้วย โรงงานอุตสาหกรรมควรจะถูกบังคับให้ลดการปล่อยมลพิษให้เหลือน้อยที่สุด และสุดท้ายแล้วจะต้องไม่มีการปล่อยมลพิษจากโรงงานทั้งหมด  การซื้อขายการปล่อยมลพิษระหว่างบริษัทไม่ได้เป็นการแก้ปัญหามลพิษ หากแต่เป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการปล่อยมลพิษในนิคมอุตสาหกรรมต่อไป กรีนพีซเชื่อว่าวิธีแก้ปัญหามลพิษอย่างแท้จริงและยั่งยืนในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและพื้นที่มลพิษอื่นๆในประเทศ ขึ้นอยู่กับภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมในการนำการผลิตที่สะอาด (Clean Production) มาปฏิบัติใช้อย่างจริงจัง  ซึ่งจะเป็นการกำหนดและกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ หันมาเลิกใช้สารประกอบที่เป็นพิษ และเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัยกว่าในกระบวนการผลิต จนกว่าจะถึงเวลานั้น รัฐบาลจะต้องระงับการขยายอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษไม่ให้เกิดขึ้นอีกในพื้นที่นี้  เช่น โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่กำลังมีการเสนอให้สร้างเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจปล่อยให้โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยมลพิษต่อไปในพื้นที่นี้ เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลยอมสังเวยสุขภาพอนามัยและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านนับหมื่นที่อาศัยอยู่ในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษ เพียงเพื่อแลกมาซึ่งผลกำไรจากบริษัทต่างๆ อย่างน่าไม่อาย

รายงานผลวิเคราะห์ตัวอย่างอากาศในมาบตาพุด

“อะไรอยู่ในอากาศ: ความลับที่คนมาบตาพุดและคนไทยยังไม่รู้”

ร่วมบริจาค

ท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมได้โดยบริจาค ที่นี่

หมวด