กากนิวเคลียร์จากญี่ปุ่นกำลังจะไหลเข้าไทย เอฟทีเอ ไทย-ญี่ปุ่น จะเปิดประตูให้ไทยเป็นแหล่งทิ้งกากนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น

เรื่องราว - มกราคม 26, 2550
กรีนพีซเตือน ระวังญี่ปุ่นใช้ความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจบีบบังคับให้บรรจุข้อตกลงการส่งออกกากนิวเคลียร์และกากกัมมันตรังสี ไว้ในข้อตกลงเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในไทย และฟิลิปปินส์

นอกจากจะมีข้อตกลงสนับสนุนการทิ้งขยะพิษแล้ว ในสำเนาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์-ญี่ปุ่น หรือ JPEPA ยังมีข้อตกลงยกเว้นภาษีกากกัมมันตรังสี และ แท่งเชื้อเพลิง (คาร์ทริดจ์) ที่ใช้แล้ว (แผ่รังสีแล้ว) ของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์รวมอยู่ด้วย กรีนพีซเชื่อมั่นว่าภายใต้หัวข้อดังกล่าว น่าจะรวมถึงของเสียหรือกากจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์

 

กิตติคุณ กิตติอร่าม ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า เราเชื่อว่าในเอฟทีเอ ไทย-ญี่ปุ่น และเอฟทีเอ ฟิลิปปินส์-ญี่ปุ่น มีข้อตกลงที่เหมือนกันในเรื่องกากนิวเคลียร์และกากกัมมันตรังสี นอกเหนือไปจากขยะพิษต่างๆ ที่ญี่ปุ่นต้องการนำมาทิ้งในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ รัฐบาลไทยต้องตัดข้อตกลงการทิ้งกากนิวเคลียร์และขยะพิษออก ก่อนจะลงนามในเอฟทีเอกับญี่ปุ่น

 

ในขณะที่การให้สัตยาบันต่อข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างญี่ปุ่นกับไทยและฟิลิปปินส์ขยับใกล้เข้ามา ท่ามกลางเสียงคัดค้านข้อตกลงยกเว้นภาษีขยะพิษจากประชาชนและกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  รายละเอียดเอฟทีเอฟิลิปปินส์-ญี่ปุ่นได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะหลังจากที่รัฐบาลฟิลิปปินส์และรัฐบาลญี่ปุ่นได้ลงนามรับรองไปแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภาฟิลิปปินส์เพื่อให้สัตยาบัน ซึ่งมีการเปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ญี่ปุ่นต้องการรวมกากนิวเคลียร์และกากกัมมันตรังสีไว้ในข้อตกลงเอฟทีเอด้วย

 

กิตติคุณ กล่าวเสริมว่า สภานิติบัญญัติของญี่ปุ่นต้องไม่ยอมรับข้อตกลงระหว่างประเทศใดๆ ที่จะสนับสนุนการส่งออกกากนิวเคลียร์ไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเป็นสิ่งไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งที่ประเทศร่ำรวยอย่างญี่ปุ่นจะนำขยะอันตรายมาทิ้งในประเทศที่ไม่มีศักยภาพแม้จะจัดการกับขยะภายในประเทศของตนเองได้ นอกจากนั้น ข้อเท็จจริงก็คือเวลานี้ยังไม่มีวิธีใดเลยที่จะกำจัดกากกัมมันตรังสีได้อย่างปลอดภัย

 

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติให้ส่งเรื่องความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ไทย-ญี่ปุ่น หรือ JTEPA ไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาการลงนามและให้สัตยาบัน จนทุกวันนี้ รายละเอียดของ JTEPA ก็ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ แม้ว่าจะมีการเรียกร้องจากภาคประชาชนอย่างต่อเนื่องก็ตาม คณะเจรจาฯได้อ้างสาเหตุในการบรรจุข้อตกลงยกเว้นภาษีขยะพิษจากญี่ปุ่นใน JTEPA ว่าเป็นหนึ่งใน กลยุทธ์ในการเจรจา

 

ทั้งไทยและญี่ปุ่นต่างก็เป็นภาคีสมาชิกในอนุสัญญาบาเซล ซึ่งบังคับใช้กฎหมายในระดับสากลเพื่อลดการส่งออกขยะพิษจากประเทศอุตสาหกรรมไปยังประเทศกำลังพัฒนา อย่างไรก็ตามทั้งไทยและญี่ปุ่นต่างไม่ได้ให้สัตยาบันต่อข้อห้ามบาเซล ซึ่งเป็นการแก้ไขในตัวอนุสัญญาที่ไม่อนุญาตแม้แต่การค้าขยะพิษที่แอบแฝงมาในรูปของการรีไซเคิล

ร่วมบริจาค

ท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมได้โดยบริจาค ที่นี่