ตลาดข้าวโลกประกาศจุดยืน “ไม่เอา” จีเอ็มโอ กรีนพีซผนึกกำลังสมาคมผู้ส่งออกข้าวและเกษตรกรย้ำ “ประเทศไทยต้องปลอดจีเอ็มโอ”

เรื่องราว - กุมภาพันธ์ 6, 2550
กรีนพีซเปิดรายงานการตลาดข้าวโลก เผยบริษัทข้าวชั้นนำของโลก 41 บริษัทประกาศนโยบาย “ไม่เอา” ข้าวจีเอ็มโอ ด้านสมาคมผู้ส่งออกข้าวร่วมแถลงจุดยืนย้ำ “ไม่ค้าข้าวจีเอ็มโอ” ส่วนเกษตรกรไทยร้องรัฐบาลห้ามออกกฎหมายเปิดทดลองภาคสนาม หวั่นอุตสาหกรรมข้าวไทยล่มซ้ำรอยอเมริกา

ข้าวหลากหลายสายพันธุ์ที่พบเห็นได้ทัวไปตามตลาดภายในชุมชนต่างๆ

ในรายงานการตลาดเรื่อง วิกฤตอุตสาหกรรมข้าว ได้บรรจุแถลงการณ์นโยบายของบริษัทข้าวชั้นนำในเอเชีย ยุโรป ออสเตรเลีย และทวีปอเมริกาเหนือและใต้รวม 41 บริษัท (1) เช่นบริษัท Ebro Puleva ผู้แปรรูปข้าวที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่ระบุว่าหยุดซื้อข้าวจากอเมริกาทันทีหลังการปนเปื้อนข้าวจีเอ็มโอของบริษัทไบเออร์เมื่อปลายปี 2549 ในรายงานนี้ยังรวมถึงแถลงการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของโลกระหว่างสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยและสมาคมอาหารแห่งเวียดนาม ที่ร่วมลงนาม ไม่ค้า ข้าวจีเอ็มโออีกด้วย

 

ตลาดข้าวยุโรปเป็นตลาดที่มีแนวโน้มสดใสมาก เพราะนอกจากบริโภคภายในแล้วยังส่งออกผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลกอีกด้วย เมื่อตลาดยุโรปต้องการข้าวปลอดจีเอ็มโอ 100 % เราจึงต้องทำตามความต้องการของตลาด โดยไม่ต้องเอาใจอเมริกาที่สนับสนุนจีเอ็มโอ สมาคมผู้ส่งออกข้าวจึงมีนโยบายไม่ค้าขายจีเอ็มโออย่างเด็ดขาด และไม่สนับสนุนให้มีการทดลองข้าวจีเอ็มโอในภาคสนาม เพราะอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนได้ นายรุจจน์ ทรัพย์นิรันดร์ กรรมการบริหารสมาคมผู้ส่งออกข้าวต่างประเทศ และประธานกรรมการบริหารบริษัทปทุมไรซ์มิลล์แอนด์แกรนารีจำกัด (มหาชน) - ผู้ผลิตข้าวถุงมาบุญครอง กล่าว

 

ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การปนเปื้อนและการปฏิเสธของตลาดจากทั่วโลก แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความต้องการให้ไบเออร์หยุดพัฒนาข้าวจีเอ็มโอ ไบเออร์ได้พิสูจน์ว่าข้าวจีเอ็มโอมีความเสี่ยงมากเกินไป เพียงแค่แปลงทดลองเล็กๆ ก็สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมข้าวโลกได้

 

รัฐบาลทั่วโลกต้องตอบสนองต่อกรณีความเสียหายทางเศรษฐกิจ ตลาดและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการปนเปื้อนข้าว จีเอ็มโอในปี 2549 โดยต้องไม่อนุมัติคำขออนุญาตปลูกและทดลองข้าวจีเอ็มโอทุกชนิด การทดลองข้าวจีเอ็มโอภาคสนาม การปลูกข้าวจีเอ็มโอเพื่อการค้าต้องไม่เกิดขึ้น มิเช่นนั้นพืชอาหารหลักของโลกต้องเผชิญหน้ากับหายนะภัสน์วจีกล่าว

 

ในรายงานได้เปิดเผยผลกระทบจากการปนเปื้อนข้าวของไบเออร์  กล่าวคือราคาข้าวในตลาดล่วงหน้าตกลงถึง 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำลายสถิติราคาที่ตกต่ำที่สุดในรอบวันในหลายปีที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าการส่งออกข้าวของสหรัฐฯ จะลดลงถึง 16% ในปีการผลิต 2549-2550 (2) ส่วนกลุ่มเกษตรกรและผู้ค้าข้าวเรียกร้องให้ไบเออร์รับผิดชอบต่อการปนเปื้อนและจ่ายเงินชดเชย โดยฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายวงเงินหลายล้านเหรียญสหรัฐ (3)

 

ไบเออร์พยายามผลักดันให้ทั่วโลกอนุมัติคำขอปลูกข้าวจีเอ็มโอ รวมถึงในยุโรปและบราซิล แต่ปฏิเสธความรับผิดชอบจากการปนเปื้อนข้าวจีเอ็มโอผิดกฎหมายของตัวเองที่แพร่กระจายไปทั่วอเมริกาและที่อื่นๆ ตรงกันข้ามกลับอ้างว่าเป็น

 

ความผิดพลาดของเกษตรกรและธรรมชาติ (4) อดัม ลีวิตต์ ทนายความของสำนักงานกฎหมาย Wolf Haldenstein Adler Freeman & Herz ที่ฟ้องร้องคดีให้กับกลุ่มเกษตรกรในสหรัฐอเมริกากล่าว

 

นอกจากคดีกลุ่ม ยังมีการฟ้องร้องเป็นรายบุคคลของผู้ค้าข้าวในยุโรปอีกด้วย ผลจากการปนเปื้อนทำให้เกษตรกร โรงสีข้าว ผู้ค้าข้าวและผู้จำหน่ายข้าวต้องเสียเงินมหาศาลจาก ค่าตรวจสอบและเรียกคืนสินค้า การยกเลิกการสั่งซื้อ การห้ามการนำเข้า เสียชื่อเสียงผลิภัณฑ์ และผู้บริโภคขาดความไว้ใจ ซึ่งส่งผลในระยะยาว

 

ด้านอุบล อยู่หว้า ตัวแทนเกษตรกรจากเครือข่ายเกษตรทางเลือกกล่าวว่า ประเทศไทยไม่ควรเดินตามอเมริกา ซึ่งภาคธุรกิจจีเอ็มโอและรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วมกันเอาเปรียบผู้บริโภคและเกษตรกร โดยออกกฎหมายเปิดประเทศให้จีเอ็มโอ รัฐบาลไทยไม่ควรออกกฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพที่เปิดให้มีการทดลองภาคสนามพืชจีเอ็มโอ และไม่ควรอนุญาตให้มีการทดลองข้าวจีเอ็มโอ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรและสินค้าเกษตรไทยตกอยู่ในความเสี่ยง 

 

กรีนพีซรณรงค์เกี่ยวกับพืชและผลิตภัณฑ์อาหารปลอดจีเอ็มโอบนหลักการของความยั่งยืน การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย จีเอ็มโอเป็นเทคโนโลยีที่ไม่จำเป็นและไม่เป็นที่ต้องการ ที่สามารถปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม คุกคามความหลากหลายทางชีวภาพ และก่อเกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

 

Notes to editors

(1) แถลงการณ์ของบริษัทมาจากประเทศ: ญี่ปุ่น, สวิทเซอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, ฮ่องกง, เยอรมนี, ออสเตรเลีย, ปากีสถาน, ประเทศไทย, อินเดีย, บราซิล, สเปน, แคนาดา และสหราชอาณาจักร. ดูแถลงการณ์ได้ในรายงานการตลาดหน้า 6 – 14: www.greenpeace.org

(2)  Elias P. 2006. California growers fear biotech rice threat. Washington Post. 15 October, 2006.

http://www.washingtonpost.com/wp-dyn/content/article/2006/10/15/AR2006101500465.html

(3) Weiss, R. 2006. Firm Blames Farmers, ‘Act of God’ for Rice Contamination. Washington Post. 22 November, 2006.

www.washingtonpost.com/ActofGod

Leonard, C. 2006. 13 Lawsuits Over Accidental Spread of Genetically Altered Rice Could Be Combined Into 1. Associated Press. 30, November, 2006.

www.boston.com/LawsuitGErice

(4) ประเทศที่ไบเออร์ ครอปไซนส์ยื่นขออนุญาตเพื่อเพาะปลูกข้าว เพื่อเป็นอาหารมนุษย์และอาหารสัตว์ เป็นการอนุมัติเฉพาะพันธุ์ LL 62 เว้นแต่เสียว่ามีข้อระบุอื่น

1.                    ออสเตรเลีย อาหารมนุษย์และอาหารสัตว์ ยื่นคำขอเมื่อ 2549

2.                    บราซิล เพาะปลูก, อาหารคนและอาหารสัตว์,นำเข้าเมล็ดพันธุ์,การทดลองในสภาพไร่นา เพิ่มเติม, ยื่นคำขอ เมื่อ 2549

3.                    แคนาดา อนุมัติสำหรับเป็นอาหารคนและอาหารสัตว์ ยื่นคำขอเมื่อ 2549

4.                    สหภาพยุโรป (25 ประเทศ) อาหารคนและอาหารสัตว์ ยื่นคำขอเมื่อ 2006

5.                    นิวซีแลนด์ อาหารคนและอาหารสัตว์ ยื่นคำขอเมื่อ 2006

6.                    ฟิลิปปินส์ อาหารคนและอาหารสัตว์ ยื่นคำขอเมื่อ 2006

7.                    แอฟริกาใต้ - อาหารคนและอาหารสัตว์ ยื่นคำขอเมื่อ 2006

8.                    สหรัฐอเมริกา อนุมัติเพื่อเพาะปลูก เป็นอาหารคนและอาหารสัตว์แล้ว ในข้าวพันธุ์ LL601, LL 62 และ LL 06  ในปี 2549 และ 2545 ตามลำดับ

ข้อมูลข่าวทั่วไปเกี่ยวกับจีเอ็มโอ

ท่านสามารถอ่านข้อมูลทั่วไปและข่าวๆต่างเกี่ยวกับจีเอ็มโอได้ที่นี่

ร่วมบริจาค

ท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมได้โดยบริจาค ที่นี่