พลังงานลมพัดแรงเมื่อกรีนพีซประกาศปฏิวัติพลังงาน

เรื่องราว - กุมภาพันธ์ 16, 2550
กรีนพีซท้าทายรัฐบาลและสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานซึ่งได้นำเสนอร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับล่าสุด (PDP2007) ให้ตรวจสอบและทบทวนความสำคัญของพลังงานหมุนเวียนผนวกกับประสิทธิภาพทางพลังงาน แทนที่จะเน้นการพึ่งพาพลังงานสกปรกจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่เป็นอันตรายเพิ่มมากขึ้น การเรียกร้องครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้กิจกรรม “ปฏิวัติพลังงาน ปกป้องสภาพภูมิอากาศ เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน” เป็นเวลาสามวันที่ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งจะมีการติดตั้งกังหันลมขนาด 2.5 กิโลวัตต์โดยเยาวชนยุคพลังงานสะอาด(Solar Generation) และชาวบ้านในชุมชนด้วย

กรีนพีซพร้อมด้วยกลุ่มเยาวชนรักษ์พลังงานสะอาดร่วมกับคนท้องถิ่นในชุมชนทำการติดตั้งกังหันลมขาด 2.5 กิโลวัตต์ ที่โรงเรียนปะทิว อ.ปะทิว จ.ชุมพร

การตัดสินใจเลือกแผนพัฒนาพลังงานของรัฐบาลในปีที่จะมาถึงนี้ จะเป็นตัวกำหนดสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของพวกเราในอีกหลายทศวรรษถัดไป ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต พลังงานหมุนเวียนสามารถแข่งขันได้ หากรัฐบาลเลิกสนับสนุนด้านการเงินให้กับเชื้อเพลิงจากฟอสซิลและนิวเคลียร์ และหันมาใช้หลักผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าปี 2550(PDP2007) เป็นการถอยหลังลงคลองในทางยุทธศาสตร์พลังงานของประเทศ โดยจะมีการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าจาก 17,500 ถึง 21,700 เมกะวัตต์ ในปี 2557- 2564 หรือเทียบเท่ากับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่อีก 25 ถึง 31 โรง นอกเหนือจากผลกระทบด้านมลพิษต่อชุมชน เช่นที่แม่เมาะและมาบตาพุดแล้ว โรงไฟฟ้าถ่านหินเหล่านี้ยังส่งผลต่อภาวะโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย ธารา บัวคำศรี นักรณรงค์ด้านพลังงาน กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

 

ระหว่างการจัดกิจกรรม กรีนพีซนำเสนอรายงานปฏิวัติพลังงาน : เส้นทางอันยั่งยืนสู่อนาคตพลังงานสะอาดซึ่งจัดทำขึ้นโดยความร่วมมือจากสภาอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนแห่งยุโรป รายงานนี้ได้เสนอแผนการในทางปฏิบัติในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกลงกว่าครึ่งหนึ่งภายใน 43 ปีข้างหน้า ในขณะที่มีการจัดหาแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มั่นคงและหาซื้อได้ และยังคงไว้ซึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกอีกด้วย พลังงานหมุนเวียน ผนวกกับประสิทธิภาพทางพลังงาน สามารถตอบสนองความต้องการพลังงานกว่าครึ่งหนึ่งของโลกภายในปี 2593 ได

 

พลังงานหมุนเวียนสามารถและจะเป็นส่วนสำคัญต่ออนาคตพลังงานโลก ที่สำคัญคือ มันไม่ใช่ปัญหาทางเทคโนโลยีแต่กลับเป็นปัญหาทางการเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่จะใช้โอกาสนี้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป ลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากต่างประเทศ เพิ่มการจ้างงาน สร้างชุมชนยั่งยืน และช่วยเหลือชุมชนในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน ธารากล่าว

 

วิทยากรที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้แก่ ศุภกิจ นันทวรกานต์-มูลนิธินโยบายสุขภาวะ หาญณรงค์ เยาวเลิศ-สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและกระทรวงพลังงาน

ร่วมบริจาค

ท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมได้โดยบริจาค ที่นี่