กรีนพีซเปิดตัวคู่มือจ่ายตลาดปลอดจีเอ็มโอโฉมใหม่

ชี้บริษัทอาหารในบัญชีเขียวเพิ่ม พร้อมชวนประชาชนลงชื่อแก้กฎติดฉลากจีเอ็มโอเป็น 1%

เรื่องราว - พฤษภาคม 30, 2546
กรุงเทพฯ 30 พฤษภาคม 2546 - กรีนพีซได้ฤกษ์ปรับปรุงโฉมคู่มือจ่ายตลาดฯ ใหม่ เพิ่มเติมหมวด อาหารและผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่มีนโยบายปลอดจีเอ็มโออีกหลายรายการ สำหรับให้ผู้บริโภค ใช้เป็นทางเลือกในการเลือกซื้ออาหารที่ปลอดจีเอ็มโอ ในขณะที่กฎการติดฉลากของ อ.ย. หละหลวม พร้อมชวนผู้บริโภคร่วมแสดงพลังลงชื่อแก้กฎกระทรวงใน www.truefood.org

วรุณวาร สว่างโสภากุล เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม ของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า "ตั้งแต่ออกฉบับแรกเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว คู่มือจ่ายตลาด สำหรับซื้ออาหารปลอดจีเอ็มโอ ก็ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก คงเป็นเพราะผู้บริโภคมีความรู้เรื่องจีเอ็มโอมากขึ้น จึงต้องการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีจีเอ็มโอ คู่มือจ่ายตลาดฯช่วยสนับสนุนสิทธิในการรับรู้และสิทธิ ในการเลือกปฏิเสธอาหารจีเอ็มโอแก่ผู้บริโภค"

ในคู่มือจ่ายตลาดฯ ฉบับพฤษภาคม 2546 นี้ บริษัทอาหาร 41 บริษัทแสดงนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร ว่า ไม่ไช้วัตถุดิบที่มาจากจีเอ็มโอในการผลิตอาหาร และถูกจัดอยู่ในบัญชีสีเขียวในขณะที่บริษัท ในบัญชีดำ ซึ่งหมายถึงบริษัทอาหารที่ไม่มีนโยบายว่าจะไม่ใช้จีเอ็มโอในอาหารของตน มี 19 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นบริษัทอาหารข้ามชาติยักษ์ใหญ่ เช่น เนสท์เล่ ยูนิลีเวอร์ ซึ่งผลิตอาหารยี่ห้อดัง หลายยี่ห้อในท้องตลาด เช่น ซีรีแล็ค นมแนน นมตราหมี เนสวิต้า คนอร์ เบสท์ฟู้ด ไอศกรีมเนสท์เล่ ไอศกรีมวอลล์ เป็นต้น

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กรีนพีซตรวจพบผลิตภัณฑ์ของบริษัทเหล่านี้ปนเปื้อนจีเอ็มโออยู่เป็นระยะๆ นอกจากนี้ ในคู่มือจ่ายตลาดฯ เล่มใหม่ยังมีหมวดอาหารเพิ่มขึ้นจากเดิม เช่น หมวดสินค้าภายใต้ ยี่ห้อของซูเปอร์มาร์เก็ต หมวดน้ำมันพืช หมวดอาหารกระป๋องทั้งนี้มาจากเสียงเรียกร้องของผู้บริโภค ที่ตื่นตัวและต้องการข้อมูลเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากยังไม่มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่า จีเอ็มโอปลอดภัยต่อการบริโภคในระยะยาว อีกทั้งการปลูกพืชจีเอ็มโอยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเกษตรกรรมอีกด้วย

แม้เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องการแสดงฉลากอาหารจีเอ็มโอ จะมีผลบังคับใช้แล้ว หากแต่สูตร 3:5:5 ของกฎกระทรวงฉบับนี้กลับเปิดช่องโหว่ให้อาหารที่มีจีเอ็มโอ เกือบทั้งหมดไม่ต้องติดฉลากเนื่องจากกำหนดให้เฉพาะอาหารที่มีส่วนประกอบของถั่วเหลืองและข้าวโพด 5% ขึ้นไปในสามส่วนประกอบแรก และตรวจพบจีเอ็มโอ 5%ขึ้นไปถึงต้องแสดงฉลากทำให้ อาหารจีเอ็มโอที่อยู่นอกเหนือจากกำหนดนี้ ไม่ต้องแสดงฉลากบอกใดใดทั้งสิ้น

"เมื่อกฎการติดฉลากของรัฐไม่สามารถให้สิทธิในการรับรู้ที่แท้จริงแก่ผู้บริโภคได้ผู้บริโภคสามารถใช้คู่มือจ่ายตลาดฯ เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับการปนเปื้อนของจีเอ็มโอในอาหาร และแสดงความห่วงใย ต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากจีเอ็มโอ" ดร. จิรากรณ์ คชเสนี ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

ในขณะเดียวกัน เพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานของรัฐทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคกรีนพีซทำเคมเปญชวน ประชาชนร่วมลงชื่อรณรงค์ให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขกฎการติดฉลากให้เข้มงวดขึ้น โดยเรียกร้อง ให้ลดระดับการปนเปื้อนจีเอ็มโอเหลือเพียง 1% ในแต่ละส่วนประกอบ

ดร. จิรากรณ์ เชิญชวนให้ผู้บริโภคชาวไทยร่วมแสดงพลัง ใช้สิทธิใช้เสียงของตนเองโดยลงชื่อผ่าน ทางอินเทอร์เน็ตได้ที่ www.truefood.org ประชาชนที่ต้องการคู่มือจ่ายตลาดฯ สามารถเข้าไปดู ได้ในเว็บไซต์เดียวกันนี้ หรือโทรศัพท์มาขอรับได้ฟรีที่ สายด่วนจีเอ็มโอ 0-2616-8170