กรีนพีซ ยื่นมือช่วยเหลือชาวอิรัก นำถังใหม่แลกถังปนเปื้อนรังสี

เรื่องราว - มิถุนายน 28, 2546
อิรัก / กรุงแบกแดด / 28 มิถุนายน 2546 – ความต้องการที่จะกักเก็บน้ำไว้เพื่อใช้ดื่มกินทำให้ชาวบ้านจำนวนมากไม่คำนึงถึงมหันตภัยจากการแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสีที่มองไม่เห็น กรีนพีซ ได้นำภาชนะบรรจุน้ำจำนวนมากเข้าสู่ชุมชนรอบๆ โรงงานนิวเคลียร์ในตูเวท่า และกระตุ้นให้ประชาชนนำถังที่มีกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนอยู่มาแลกกับถังสะอาดที่ กรีนพีซ เตรียมมา

กองทัพสหรัฐเสนอให้ชาวบ้านที่มีถังที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีอยู่ในครอบครองนำถังมาแลกเงินจำนวน 3 เหรียญสหรัฐ แต่กระนั้นชาวบ้านก็ยังคงเก็บถังไว้บรรจุน้ำกินและใช้ต่อไป ถังบรรจุยูเรเนี่ยม หรือ Yellowcake ที่หายไปจากโรงงานนิวเคลียร์จำนวน 500 ใบในช่วงระหว่างสงคราม มีจำนวน 150 ใบที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าอยู่ที่ไหน และขณะนี้กองทัพสหรัฐได้เพิ่มราคาแลกเปลี่ยนขึ้นเป็น 15 เหรียญสหรัฐ

ประชาชนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ไม่ใช่กลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่มีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบ หากแต่เป็นชาวบ้านผู้แร้นแค้นที่สุด ผู้ที่ต้องอยู่กับความจนเรื้อรังเนื่องจากถูกปล่อยปละละเลยในห้วงของการปกครองภายใต้ผู้นำอย่าง ซัดดัม ฮุสเซน และประเทศถูกระงับความช่วยเหลือมาเป็นเวลากว่า 10 ปี กรีนพีซ หวังว่าถังใส่น้ำซึ่งเราออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับประชาชนในตูเวท่าจะทำให้เราสามารถเรียกคืนถังจากโรงงานนิวเคลียร์ที่สูญหายกลับคืนไปยังกองทัพสหรัฐได้ครบทุกใบ

ทีมเก็บตัวอย่างเพื่อทดลองการแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสีกลุ่มเล็กๆ จาก กรีนพีซ ได้ร่วมกันทำงานอย่างหนักในชุมชนรอบๆ โรงงานนิวเคลียร์ตูเวท่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากจะพบระดับการแพร่กระจายของรังสีที่สูงจนน่ากลัวแล้ว กรีนพีซ ยังพบว่า

-- ถังบรรจุยูเรเนี่ยมที่ภายในมียูเรเนี่ยมบรรจุอยู่ประมาณ 4-5 กิโลกรัม ถูกเปิดทิ้งไว้ใกล้ๆ หมู่บ้าน กรีนพีซ และทีมงานที่ไปสำรวจได้ขนย้ายกลับไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีของกองทัพสหรัฐที่ประจำอยู่ในโรงงานนิวเคลียร์ตูเวท่าแล้ว

-- มีการแพร่กระจายของรังสีอยู่ในบ้านเรือนหลายหลัง โดยมีอยู่จุดหนึ่งที่สามารถวัดระดับการปนเปื้อนที่สูงกว่าปกติถึง 10,000 เท่า

-- แหล่งกำเนิดกัมมันตภาพรังสี ที่อยู่ด้านนอกโรงเรียนประถมที่มีนักเรียนจำนวน 900 คน มีระดับการปนเปื้อนสูงกว่าปกติถึง 3,000 เท่า

-- ยังมีประชาชนจำนวนมากที่เก็บถังบรรจุสารกัมมันตภาพรังสีไว้ในบ้าน และเปิดฝาถังดังกล่าวเอาไว้

-- มีแหล่งกำเนิดกัมมันตภาพรังสีขนาดเล็ก ถูกทิ้งไว้บริเวณทุ่งโล่งใกล้ๆ กัน

-- มีภาชนะที่มีสัญลักษณ์กัมมันตภาพรังสีติดอยู่ ถูกทิ้งไว้ทั่วชุมชน

-- มีรายงานความเจ็บป่วยอันเกิดจากการถูกสารกัมมันตภาพรังสีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากสัมผัสวัสดุที่มาจากโรงงานนิวเคลียร์

สิ่งที่น่าสังเกตคือ วัสดุที่พบนั้น ไม่มีชิ้นใดเลยที่จะนำมาใช้ผลิตเป็นอาวุธนิวเคลียร์ได้

กองกำลังที่เข้ายึดครองโรงงานนิวเคลียร์แห่งนี้ อ้างตนว่าเป็นผู้รับผิดชอบต่อสุขอนามัยของประชาชน แต่ก็ยังไม่อนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญจากทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency - IAEA) เข้ามาตรวจสุขภาพและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในบริเวณรองโรงงานนิวเคลียร์ตูเวท่าและในสถานที่อื่นๆ ในประเทศอิรัก โดยกองกำลังสหรัฐยังคงยืนกรานว่าไม่เป็นอันตรายต่อประชาชนซึ่งในกรณีนี้เห็นได้ชัดว่าไม่เป็นอย่างนั้น

จากหลักฐานที่ กรีนพีซ ได้รวบรวมมาในระเวลาเท่าที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่าการแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสีอาจจะปนเปื้อนไปทั่วตูเวท่าและส่งผลต่อประชาชนจำนวนมหาศาล อันตรายที่เกิดขึ้นกับประชาชนนี้ต้องได้รับการเหลียวแลอย่างจริงจัง และต้องจัดงบประมาณเพื่อทำการประเมินระดับการปนเปื้อนโดยละเอียด รวมถึงประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนด้วย

เราเรียกร้องให้สหรัฐมอบหมายให้ทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ทำการวิจัย สำรวจและกำจัดการปนเปื้อนในเมืองและหมู่บ้านต่างๆ รอบโรงงานนิวเคลียร์ตูเวท่าโดยเร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พันโทเมลอนสัน แห่งกองทัพสหรัฐซึ่งประจำอยู่ที่โรงงานนิวเคลียร์ตูเวท่าได้รับมอบกากกัมมันต์จากกรีนพีซพร้อมกล่าวว่า "ผมอยากเสนอให้ทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมกันทำการประเมินระดับการแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสีที่นี่ โดยทั้ง 2 หน่วยนี้เคยได้เข้าไปตรวจสอบที่ประเทศบราซิลมาแล้ว ซึ่งผลการตรวจสอบในครั้งนี้พบว่ามีการแพร่กระจายเข้าสู่ชุมชนจริงจึงได้ประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ยิ่งการสำรวจอย่างจริงจังเกิดขึ้นเร็วเท่าไรก็จะส่งผลดีขึ้นเท่านั้น"

ทั้งนี้ อุปกรณ์จากโรงงานนิวเคลียร์ในตูเวท่าที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยถูกประชาชนเข้าปล้นอย่างหนักหน่วง และโรงงานดังกล่าวขณะนี้อยู่ภายใต้การครอบครองของกองกำลังสหรัฐภายหลังการพ่ายแพ้ของผู้นำซัดดัม ฮุสเซน ในทางตรงกันข้ามท่อส่งน้ำมันและกระทรวงน้ำมันได้รับการคุ้มกันอย่างปลอดภัยโดยทันที เพียงไม่กี่วันหลังการหยุดยิง เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์อังกฤษได้ถูกนำตัวเข้ามาเพื่อตรวจสอบสิ่งประดิษฐ์ที่สูญหายไป นั่นเป็นเวลาเกือบ 2 เดือนมาแล้วก่อนที่คณะผู้ตรวจสอบจาก IAEA จะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าไปปฏิบัติหน้าที่

หมวด