กรีนพีซ เตือน นิวซีแลนด์ละเมิดข้อตกลงยุติการค้ากากสารพิษข้ามพรมแดน

เรื่องราว - กรกฎาคม 2, 2546
กรุงมะนิลา, ประเทศฟิลิปปินส์ / 2 กรกฎาคม 2546 – กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรีนพีซ พบว่ามีของเสียอันตรายจำนวนมากโดยเฉพาะพวกแบตเตอรี่ตะกั่วใช้แล้วลักลอบขนส่งเข้ามาในฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศที่ห้ามประเทศที่มีความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมส่งขยะอันตรายมายังประเทศกำลังพัฒนา

ผลการตรวจสอบของกรีนพีซพบว่าในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา (2000-2003) ประเทศนิวซีแลนด์ได้ลักลอบส่งออกแบตเตอรี่ตะกั่วที่ใช้แล้วมายังประเทศฟิลิปปินส์เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ โดยมีบริษัท Philippine Recyclers Inc. เป็นผู้รับ ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทที่มีโรงงานหลอมตะกั่วตั้งอยู่ในเมืองมาริลาว จังหวัดบูลากัน โดยที่ถูกร้องเรียนจากประชาชาใกล้เคียงและคนงานที่เคยทำงานให้บริษัทจำนวนมาก

นายวอน เฮอร์นานเดซ เจ้าหน้าที่รณรงค์ประเด็นสารพิษประจำภูมิภาคเอเชียกล่าวว่า "การที่รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่จะละเมิดสนธิสัญญาบาเซล ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่แสวงหาข้อยุติในการเคลื่อนย้ายกากสารพิษข้ามพรมแดนในประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ไปยังประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก (non-OECD) เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศกำลังพัฒนาไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของสารพิษอันตรายที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม"

ตามรายงานการวิจัยของ สถาบันวิจัยแห่งพรรคกรีนในประเทศนิวซีแลนด์ กระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศนิวซีแลนด์ได้ให้เหตุผลของการส่งแบตเตอรี่ใช้แล้วมาผ่านกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ในประเทศฟิลิปปินส์ว่า มีโรงงานรีไซเคิลที่เหมาะสม

แต่ผลการทดสอบตัวอย่างตะกอนที่เก็บมาจากแม่น้ำมาริลาวแสดงถึงระดับตะกั่วที่สูงมากโดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับระดับที่ทดสอบได้จากตัวอย่างตะกอนบริเวณต้นน้ำ นอกจากนี้กรีนพีซยังพบว่ามีตะกั่วใช้แล้วจำนวนมากถูกกองทิ้งไว้ในที่โล่งของบริษัทโดยไม่มีอุปกรณ์หรือภาชนะบรรจุเพื่อความปลอดภัยแต่อย่างใด

กองตะกั่วดังกล่าวสูงเลยรั้วคอนกรีตของบริษัทซึ่งตั้งใจสร้างล้อมเอาไว้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาหลังจากที่มีฝนตกหนักกำแพงคอนกรีตได้พังลงมา ทำให้กองขยะทลายลงมาและไหลลงสู่แม่น้ำมาริลาว กรีนพีซได้เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจและพบว่ามีปริมาณตะกั่วอยู่ในระดับ 240,000 ส่วนต่อล้านส่วนซึ่งเป็นระดับสูงกว่าระดับตะกั่วปกติที่ปนเปื้อนอยู่ในดินถึง 24,000 เท่า

ยิ่งไปกว่านั้นตะกั่วไม่สามารถละลายในน้ำได้และดูเหมือนว่าจะยังมีการรั่วลงแม่น้ำอย่างต่อเนื่องจนเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรอบและชุมชนที่อยู่ปลายทางของแม่น้ำ

ในอดีตชุมชนโดยรอบได้เคยร้องเรียนถึงปัญหามลพิษที่เกิดจากโรงงานดังกล่าว และยังได้รายงานผลการตรวจสุขภาพของประชาชนโดยรอบที่ประสบปัญหาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีอาการคลื่นไส้ แสบตา และมีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบการหายใจ ซึ่งผลการสำรวจโรงงานของบริษัท Philippine Recyclers Inc.โดยกรีนพีซเมื่อปี 1996 ก็ได้ยืนยันสภาพดังกล่าว นอกจากจะพบตะกั่วที่ปนเปื้อนอยู่ในดิน น้ำ และผลิตผลทางการเกษตรแล้ว ระดับตะกั่วในเลือดของเด็กๆ บริเวณนั้นก็สูงกว่าระดับที่ยอมรับได้

นายโฮเซ่ บาร์โทโลมี ประชาชนในบริเวณ Barangay Patubig กล่าวว่า "ประชาชนต้องต่อสู้ในเรื่องมลพิษมาจนอ่อนล้า ข้อเรียกร้องของเราไม่มีใครแยแสและถูกปล่อยปละละเลยมาเป็นเวลานานแล้ว ผู้ที่มีส่วนในการรับผิดชอบเรื่องนี้ต่างมีส่วนได้ส่วนเสียจนเราสงสัยว่าปัญหานี้อาจไม่ได้รับการแก้ไข"

กรีนพีซ เรียกร้องให้รัฐบาลฟิลิปปินส์แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน และหามาตรการเพื่อยุติการส่งออกกากสารพิษเข้ามาในประเทศ และทบทวนนโยบายควบคุมการรีไซเคิลขยะอันตรายของประเทศ และเข้าร่วมกับประเทศมาเลเซีย บรูไน และจีนเพื่อปฎิบัติตามข้อตกลงในสนธิสัญญาบาเซล

กรีนพีซ ยังเรียกร้องให้บริษัท Philippine Recyclers Inc. จัดการกับตะกั่วที่ใช้แล้วอย่างถูกต้องและปลอดภัย และต้องชดเชยให้กับความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากมลพิษที่ปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำ ความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับคนงานในโรงงานและประชาชนโดยรอบ

หมวด