นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกผนึกกำลัง ต้านภัยจากฟลูออไรด์

เรื่องราว - กันยายน 2, 2546
2 กันยายน 2546, กรุงเทพฯ - นักวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าร่วมกับนักเคลื่อนไหวด้านสาธารณสุขจากทั่วโลกจำนวนนับร้อยคน ออกแถลงการณ์ร่วมในวันนี้เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลทั่วโลกที่ยังเห็นด้วยกับการเติมสารฟลูออไรด์ลงในน้ำประปา ให้แสดงความจริงใจในการโต้แย้งประเด็นดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้หยุดการปกปิดภัยร้ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพของประชาชนที่บริโภคน้ำประปาซึ่งถูกเติมสารฟลูออไรด์มาเป็นระยะเวลานานนับสิบปี

ทั้งนี้ การเติมสารฟลูออไรด์ลงในน้ำประปาสาธารณะเริ่มต้นขึ้นเมื่อห้าสิบปีที่ผ่านมา (ทศวรรษ 1950) เพื่อจุดประสงค์ในการลดอาการฟันผุ นั่นเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะมีการการคิดผสมสารฟลูออไรด์ลงในยาสีฟัน แต่ปัจจุบัน มีรายงานการศึกษาจำนวนมากชี้ให้เห็นถึงความวิตกกังวลต่อผลกระทบทางสุขภาพในระยะยาว เช่น โรคข้อต่ออักเสบ กระดูกสะโพกเสื่อม และเกิดการสะสมในต่อมไพนีลในสมอง ทั้งที่ข้ออ้างในการป้องกันฟันผุเปรียบเทียบไม่ได้กับผลกระทบรุนแรงต่อร่างกาย

นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลชาวสวีเดน ดร. อาร์วิด คาร์ลสัน ผู้ที่ได้ร่วมลงชื่อในหนังสือเรียกร้องจากนานาชาติซึ่งมีลายเซ็นของบุคคลและองค์กรชั้นนำกว่า 300 ชื่อ จาก 37 ประเทศ กล่าวว่า "ปริมาณฟลูออไรด์ที่เติมลงในน้ำประปา อยู่ในระดับที่สูงกว่าระดับฟลูออไรด์ในน้ำนมแม่ถึง 100 เท่า ผมเป็นห่วงว่าระดับฟลูออไรด์ที่สูงขนาดนี้จะส่งผลกระทบต่อเซลส์สมองที่กำลังเจริญเติบโตของทารก"

ในขณะเดียวกัน ดร.อัลเบิร์ต เบิร์กสตาห์เลอร์ บรรณาธิการวารสาร ฟลูออไรด์ (Fluoride) ได้สะท้อนความหวาดวิตกของ ดร.คาร์ลสสัน ว่า "ผลการศึกษาล่าสุดจากประเทศจีนชี้ให้เห็นว่า เด็กๆ ที่ดื่มน้ำประปาที่เติมสารฟลูออไรด์ในระดับความเข้มข้นน้อยกว่าระดับฟลูออไรด์ปกติที่เติมในน้ำประปาสาธารณะถึงสองเท่า มีระดับความฉลาดทางสติปัญญา (ไอคิว) ลดลง ในทางปฏิบัติแล้วเรายังไม่มีระดับที่ปลอดภัยในการเติมสารฟลูออไรด์"

บทความหนึ่งที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร ออสตราเลเซี่ยน ไซนส์ (Australasian Science) ฉบับเดือนกันยายน ซึ่งเขียนโดย ดร.มาร์ก ดีเซนดอร์ฟ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มีเนื้อหาว่า "พวกที่เห็นด้วยกับการเติมฟลูออไรด์ลงในน้ำไม่ได้แสดงความพยายามในการเปิดประเด็นดังกล่าวให้มีการโต้แย้งในเวทีสาธารณะ แต่กลับพยายามใช้อิทธิพลทางการเมืองเพื่อค้ำจุนให้ยังมีการเติมฟลูออไรด์ต่อไป"

ดร.ฮาร์ดี้ ไลม์แบค หัวหน้าภาควิชาการป้องกันด้านทันตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยโตรอนโต และเป็นอดีตประธานสมาคมวิจัยด้านทันตกรรมแห่งประเทศแคนาดา ได้เน้นย้ำถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรงกับชั้นนอกของฟัน พร้อมกล่าวว่า "ในปัจจุบัน บรรดานักวิจัยด้านทันตกรรมส่วนใหญ่เชื่อว่า การกลืนฟลูออไรด์มีผลดีเพียงน้อยนิดเท่านั้น"

กลุ่มยื่นหนังสือร้องเรียนครั้งนี้ ประกอบไปด้วย แพท คอสต์เนอร์ นักวิทยาศาสตร์อาวุโสของกรีนพีซสากล, ดร.ลินน์ มาร์กูลิส ผู้ได้รับรางวัลเหรียญเกียรติยศทางด้านวิทยาศาสตร์แห่งสหรัฐประจำปี 1999, สมาพันธ์ผู้บริโภคแห่งปีนัง และผู้ประสานงานรณรงค์สารพิษจากสำนักงานกรีนพีซในออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และไทย

ดร. พอล คอนเนต ศาสตราจารย์ด้านวิชาเคมีแห่งมหาวิทยาลัยเซนต์ ลอเรนซ์ ในนิวยอร์ก ซึ่งได้ออกแถลงการณ์ร่วมกล่าวว่า "หน่วยงานด้านสาธารณสุขของประเทศไม่กี่ประเทศที่ยังเติมฟลูออไรด์ลงในน้ำประปาอยู่ กำลังปกปิดรายงานการศึกษาที่สำคัญหลายชิ้นซึ่งแสดงให้เห็นว่าฟลูออไรด์ส่งผลรุนแรงต่อร่างกาย" ดร.คอนเนตยังกล่าวเสริมอีกว่า "หากรอยร้าวระหว่างวิทยาศาสตร์อันสัตย์ซื่อกับนโยบายด้านสาธารณสุขไม่ได้รับการประสาน มันจะส่งผลคุกคามไม่เฉพาะกับผู้ที่ถูกบังคับให้ดื่มน้ำที่เติมฟลูออไรด์ แต่ยังคุกคามไปถึงนโยบายสาธารณสุขอื่น ๆ ซึ่งต้องอาศัยความไว้ใจของมหาชนต่อการทำงานของรัฐบาลด้วย"

หมวด