กรีนพีซ แขวนป้ายผ้าประท้วง มอนซานโต ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนทางพันธุกรรม

พร้อมต่อว่า WTO ที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของธุรกิจมากกว่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เรื่องราว - กันยายน 12, 2546
กรุงมะนิลา, 12 กันยายน 2546 - กรีนพีซ ประท้วงบริษัท มอนซานโต ที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนทางสายพันธุ์ด้วยการแนะนำพืชตัดแต่งพันธุกรรมเข้าสู่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยนักเคลื่อนไหวของ กรีนพีซ ปีนขึ้นไปแขวนป้ายผ้าบนอาคารสำนักงานใหญ่ของมอนซานโต ในกรุงมะนิลา มีข้อความว่า 'มอนซานโต+ WTO = หายนะทางสิ่งแวดล้อม' เนื่องมอนซานโตเป็นเจ้าของสิทธิบัตร ข้าวโพดบีที ยี่ห้อ 'ยีลด์การ์ด' ซึ่งเป็นพันธุ์พืชจีเอ็มโอชนิดแรกที่มีการเพาะปลูกเชิงพาณิชย์ในฟิลิปปินส์

กรีนพีซ เปิดเผยว่า มอนซานโตพยายามจะแพร่เชื้อจีเอ็มโอเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเริ่มต้นจากการปล่อยข้าวโพดบีทีเข้ามาในฟิลิปปินส์เป็นแห่งแรก ซึ่งต่อไปจะปนเปื้อนเข้าสู่พืชพื้นเมืองจำนวนมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วในประเทศเม็กซิโกซึ่งเป็นสถานที่จัดการเจรจา WTO ครั้งล่าสุดที่เพิ่งผ่านไป

เมื่อเดือนมกราคมปี 2002 รัฐบาลเม็กซิโกประกาศว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดของ15 ชุมชน จาก 22 ชุมชนปนเปื้อนไปด้วยข้าวโพดจีเอ็มโอ ในปี 1999 และ 2001 กรีนพีซร่วมกับนักวิจัยอีก 2 คน คือ ดร.เดวิด ควิสต์ และ ดร.อิกนาซิโอ ชาเพล่า ได้แสดงหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีการปนเปื้อนของข้าวโพดจีเอ็มโอในข้าวโพดพันธุ์พื้นเมืองของเม็กซิโกจริง

ในฟิลิปปินส์ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ข้าวโพดบีทีจะปนเปื้อนเข้าสู่สายพันธุ์พื้นเมืองที่มีความหลากหลายเพราะเป็นประเทศที่ปลูกพืชไร่ในฟาร์มขนาดเล็กและอยู่ติดๆ กัน อีกทั้งยังไม่มีมาตรฐานเพื่อรับประกันการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์และการปนเปื้อนจีเอ็มโอ

การประชุม WTO ที่กำลังมีขึ้นในเมือง แคนคัน ประเทศเม็กซิโก รัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกล้วนแล้วแต่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาการต่อต้านจีเอ็มโอ ถึงแม้จะมีการคัดค้านจากเครือข่ายผู้บริโภคทั่วโลก แต่รัฐบาลสหรัฐยังคงยืนยันอย่างแข็งกร้าวที่จะปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจให้กับบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่อย่างมอนซานโต โดยใช้ WTO เป็นอาวุธทางการเมืองเพื่อบีบบังคับให้ทิ้งพันธุ์พืชจีเอ็มโอลงในประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย

"WTO กำลังช่วยเหลือและสนับสนุนให้บริษัทจากสหรัฐอย่างมอนซานโตสามารถ ควบคุมทรัพยากรทางพันธุกรรมผ่านเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม โดยไม่สนใจต่อการคัดค้านของผู้บริโภค สหรัฐยังคงใช้ WTO บีบบังคับให้ประเทศกำลังพัฒนาต่างยอมรับจีเอ็มโอ อย่างเช่นประเทศฟิลิปปินส์เป็นต้น" โบ บาคอนกิส เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

WTO ยังกลายเป็นเวทีของสหรัฐในการโจมตีพิธีสารคาร์ทาจีน่าว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา โดยพิธีสารดังกล่าวเป็นการวมเอาข้อตกลงนานาชาติซึ่งยืนยันถึงสิทธิของประเทศต่างๆ ในการต่อต้าน จีเอ็มโอ บนหลักการป้องกันไว้ก่อน พิธีสารนี้มีประเทศต่างๆ ลงนามถึง 57 ประเทศทั่วโลก

เพื่อปกป้องประเทศฟิลิปปินส์จากการปนเปื้อนทางพันธุกรรม และการครอบงำของกลุ่มธุรกิจ กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ซึ่งได้ลงนามในพิธีสารว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพแล้ว ให้บังคับใช้กฎหมายที่ออกร่วมกันทั่วโลกอย่างเคร่งครัด เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และสุขภาพร่างกายของประชาชน จากความเสี่ยงอันเกิดจาก จีเอ็มโอ และรัฐบาลต้องหามาตรการหยุดการแพร่กระจายจีเอ็มโอในประเทศอย่างเร่งด่วน