กรีนพีซส่งคืนดินปนเปื้อนมลพิษให้นิคมฯ บางปู

เรียกร้องให้มีปฏิบัติการฟื้นฟูและจัดทำบัญชีรายชื่อการปล่อยสารพิษ

เรื่องราว - ตุลาคม 30, 2546
30 ตุลาคม 2546, สมุทรปราการ – นักกิจกรรมและอาสาสมัครของกลุ่มกรีนพีซออกปฏิบัติการขุดดินตะกอนที่ปนเปื้อนสารพิษในระดับสูงจากบริเวณลำคลองด้านตะวันตกเฉียงเหนือของนิคมอุตสาหกรรมบางปูและนำบรรจุลงในถังเก็บวัตถุอันตรายก่อนนำส่งคืนให้กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางปู กรีนพีซเรียกร้องให้นิคมอุตสาหกรรมดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษ ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลมาจากการศึกษาของกรีนพีซซึ่งพบว่าโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในนิคมฯ บางปู ได้ปล่อยสารพิษหลายชนิด เช่น ทองแดง ตะกั่ว นิกเกิลและสารประกอบอินทรีย์ต่างๆ เป็นต้น ลงสู่ลำคลองที่ไหลผ่านพื้นที่ สารพิษต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะปนเปื้อนลงสู่อ่าวไทยในท้ายที่สุด

"นิคมอุตสาหกรรมบางปูจะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ในฐานะที่เป็นองค์กรที่กำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการสารเคมีของโรงงานในพื้นที่ อันดับแรกคือการฟื้นฟูลำคลองที่มีการปนเปื้อนสารพิษในพื้นที่ทั้งหมด การปล่อยทิ้งสารพิษดังที่เกิดขึ้นนี้จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชุมชนและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ของอ่าวไทย" นายธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์สารพิษของกรีนพีซกล่าว

รายงานเรื่อง "มลพิษสิ่งแวดล้อมที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู สมุทรปราการ : การศึกษาของกรีนพีซ" (Bangpoo Industrial Estate: An Investigation of Environmental Pollutants) ทีมนักวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการวิจัยของกรีนพีซซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ สหราชอาณาจักร ระบุว่า ตัวอย่างดินตะกอนที่เก็บจากลำคลองที่ไหลผ่านนิคมฯ บางปูมีความเข้มข้นของโลหะหนักที่เป็นพิษและทนทานต่อการย่อยสลายอยู่ในระดับที่สูง รายงานการศึกษาได้หยิบยกพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนมลพิษสูงสุดคือบริเวณลำคลองด้านตะวันตกเฉียงเหนือซึ๋งเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของคนจนหลายครอบครัว ระดับการปนเปื้อนของโลหะหนักในลำคลองดังกล่าวเมื่อเทียบกับระดับปกติของโลหะหนักที่มีอยู่ในธรรมชาติเป็นดังนี้คือ ระดับของทองแดงและตะกั่วสูงกว่า 100 เท่า ระดับของนิกเกิล 50 เท่าและระดับของสังกะสี 125 เท่า โลหะหนักเหล่านี้ไม่สามารถแตกสลายให้เป็นสารที่มีพิษน้อยลงได้

ลำคลองด้านตะวันออกเฉียงใต้มีระดับการปนเปื้อนของโลหะหนักน้อยกว่า และการวิเคราะห์ได้พบมลพิษตกค้างที่เป็นสารประกอบอินทรีย์หลายชนิดเช่น สารประกอบที่เรียกว่า พทาเลท เอสเตอร์ (phthalate esters) ไอโซเมอร์ของโนนิล ฟีนอล (nonyl phenol) และคลอโรเบนซีน ซึ่งพบในระดับต่ำที่สามารถตรวจพบได้ (trace level) ลำคลองทั้งสองด้านที่ไหลผ่านนิคมฯ บางปูนี้เชื่อมต่อกับระบบลำคลองที่ไหลลงสู่อ่าวไทย

"เป็นที่ชัดเจนว่า ได้มีการพบสารพิษที่มีความเข้มข้นสูงและเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทางทะเล ในลำคลองที่ไหลผ่านนิคมอุตสาหกรรมบางปู โรงงานอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดของเสียที่มีสารพิษเหล่านั้นจะต้องรับผิดชอบในการนำสารเคมีเป็นพิษออกจากของเสียจากกระบวนการผลิตโดยใช้กระบวนการผลิตที่สะอาดซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องใช้สารพิษ" เควิน บริจเดน นักวิทยาศาสตร์ของกรีนพีซที่ห้องปฎิบัติการวิจัย กล่าว

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมโดยประกาศว่าการประกอบอุตสาหกรรมจะได้รับการเอาใจใส่ดูแลเพื่อมิให้เกิดมลภาวะกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีรายงานว่า สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางปูได้นำระบบมาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14000 มาใช้ในปี 2546 นี้อีกด้วย แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามกัน

กลุ่มกรีนพีซเรียกร้องให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยนำเอาระบบการรายงานการปล่อยสารพิษ (Toxic Release Inventory) มาบังคับใช้กับอุตสาหกรรมทุกชนิดที่ดำเนินการอยู่ในพื้นที่ โดยที่สาธารณชนสามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การปล่อยทิ้ง และการเคลื่อนย้ายกากของเสีย

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอ่าวไทยไร้มลพิษ ซึ่งเป็นงานรณรงค์ของกรีนพีซเพื่อปกป้องแหล่งอาหารและระบบนิเวศทางทะเลของอ่าวไทยจากมลพิษและการปล่อยทิ้งกากของเสียอันตราย

รายงาน : :มลพิษสิ่งแวดล้อมนิคมอุตสาหกรรมบางปู สมุทรปราการ การสำรวจของกรีนพีซ

หมวด