พบอาหารปนเปื้อนจีเอ็มโอปริมาณสูง แต่ไม่มีฉลากบอก

กรีนพีซชี้ ต้องแก้กฎกระทรวง ให้สิทธิแก่ประชาชน

เรื่องราว - พฤศจิกายน 12, 2546
กรีนพีซส่งอาหารตรวจหาจีเอ็มโออีกครั้ง พบเครื่องดื่มธัญญาหารเนสท์เล่ เนสวิต้า และกุนเชียงยี่ห้อซูเปอร์เซฟของเทสโก้ โลตัส ปนเปื้อนด้วยถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) กว่า 80% แต่ไม่มีฉลากบอกผู้บริโภค ชี้กฎการติดฉลากหละหลวม ครอบคลุมไม่ทั่วถึง ลิดรอนสิทธิในการรับรู้ของประชาชน

วันนี้ (12 พ.ย. 2546) เวลา 11:00 น. กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้แถลงข่าวผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์จีเอ็มโอครั้งล่าสุด พร้อมจัดกิจกรรมเตือนผู้บริโภคหน้าห้างเทสโก้ โลตัส สาขาฟอร์จูนทาวน์ จากการ สุ่มตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการจีนสแกน (GeneScan) (1) ผลปรากฎว่ามีผลิตภัณฑ์อาหาร 2 ตัวอย่าง ที่ปนเปื้อนจีเอ็มโอ ได้แก่ เครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูปสูตรมังสวิรัติ โปรตีนถั่วเหลือง ตราเนสวิต้าของเนสท์เล่ และกุนเชียงยี่ห้อซูเปอร์เซฟ ของเทสโก้โลตัส ผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดนี้มีถั่วเหลืองราวด์อัพเรดี้ของบริษัทมอนซานโต้ (2) ปนเปื้อนอยู่สูงถึง 80% และ 83% ตามลำดับ แต่ไม่พบว่ามีการแสดงฉลากว่ามีจีเอ็มโอแต่อย่างใด

กรีนพีซชี้ให้เห็นว่าเป็นเพราะช่องโหว่ของกฎการแสดงฉลากจีเอ็มโอของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกำหนดให้อาหารสำเร็จรูปที่มีถั่วเหลืองหรือข้าวโพดอยู่ใน 3 ส่วนประกอบแรก และถั่วเหลืองหรือข้าวโพดนั้นมีน้ำหนักตั้งแต่ 5% ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์ขึ้นไป ถ้าตรวจพบจีเอ็มโอตั้งแต่ 5% ขึ้นไปถึงจะต้องแสดงฉลาก

"ผลิตภัณฑ์ 2 ชนิดนี้เป็นเพียงตัวอย่างของผลิตภัณฑ์อาหารในท้องตลาดที่หลุดรอดจากการติดฉลากจีเอ็มโอ เพราะถั่วเหลืองจีเอ็มโอไม่ได้อยู่ใน 3 ส่วนประกอบแรก กฎกระทรวงฉบับนี้จึงมีช่องโหว่มาก เปิดทางให้บริษัทข้ามชาติเหล่านี้ยัดเยียดถั่วเหลืองจีเอ็มโอให้กับคนไทย โดยไม่ต้องบอกให้ทราบ เหมือนกับใช้ผู้บริโภคเป็นหนูทดลองโดยที่ไม่มีทางเลือก" วรุณวาร สว่างโสภากุล เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านวิศวพันธุกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

เมื่อปีที่แล้ว ก่อนหน้าที่กฎการติดฉลากของกระทรวงสาธารณสุขจะมีผลบังคับใช้ กรีนพีซเคยตรวจสอบพบจีเอ็มโอในเนสวิต้ามาแล้วครั้งหนึ่ง พบการปนเปื้อน 7% แต่ครั้งนี้ หลังจากกฏการติดฉลากมีผลบังคับใช้มาแล้ว 6 เดือน กลับพบปริมาณถั่วเหลืองจีเอ็มโอปนเปื้อนสูงถึง 80% ของปริมาณถั่วเหลืองทั้งหมด ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เนสท์เล่ไม่เคยมีนโยบายที่จะเลิกใช้จีเอ็มโอในประเทศไทยจึงถูกจัดอยู่ในบัญชีดำในคู่มือจ่ายตลาดฯ ของกรีนพีซ เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ภายใต้ยี่ห้อซูเปอร์เซฟและคุ้มค่าของเทสโก้ โลตัส

"บริษัทข้ามชาติเหล่านี้ใช้กฎหมายที่หละหลวมของไทยเป็นข้ออ้างในการใช้จีเอ็มโอเพิ่มขึ้น ในขณะที่ประกาศนโยบายปลอดจีเอ็มโอในประเทศอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทั้งๆ ที่ประเทศเหล่านั้นก็ไม่ได้มีกฎหมายห้ามขายอาหารจีเอ็มโอแต่อย่างใด" วรุณวารให้ข้อสังเกต

กรีนพีซได้เสนอแนะให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขกฎกระทรวงฉบับนี้มาโดยตลอด โดยข้อเสนอของกรีนพีซก็คือ ถ้าอาหารนั้นๆ มีจีเอ็มโอตั้งแต่ 1% ขึ้นไป ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนประกอบอันดับที่เท่าไร ควรติดฉลากเพื่อให้ประชาชนได้มีสิทธิในการรับรู้และปฏิเสธอาหารจีเอ็มโอ ผู้บริโภคสามารถร่วมกันรณรงค์เรียกร้องสิทธิของตนเองได้โดยลงชื่อในเว็บไซต์ http://www.truefood.org

นอกจากนี้ ยังขอรับคู่มือจ่ายตลาด สำหรับซื้ออาหารปลอดจีเอ็มโอได้ฟรี โดยส่งซองเปล่าติดแสตมป์ 3 บาท จ่าหน้าซองถึงตัวเองมาได้ที่ตู้ปณ. 9 ปณฝ. สนามเป้า กทม. 10406