กรีนพีซเปิดโปงเรือยักษ์บรรทุกถั่วเหลืองจีเอ็มโอ

ชี้ถ้านำเข้ามาจากสหรัฐและอาร์เจนติน่าเป็นจีเอ็มโอเกือบร้อยเปอร์เซนต์

เรื่องราว - พฤศจิกายน 19, 2546
กรีนพีซเปิดโปงเรือบรรทุกถั่วเหลืองจีเอ็มโอกลางทะเล ตั้งข้อสงสัยถั่วเหลืองจีเอ็มโอเข้าประเทศปีละเป็นล้านตัน หายไปไหนหมด ทำไมไม่มีฉลากบอกบนผลิตภัณฑ์อาหารในท้องตลาด กระทุ้งรัฐบาลให้แก้กฎหมายติดฉลาก บอกที่มาให้ประชาชนได้รับรู้ ชี้ทางที่ดีควรซื้อถั่วเหลืองจากประเทศที่ปลูกถั่วเหลืองปลอดจีเอ็มโอ

เช้าวันนี้ (19 พ.ย. 2546) อาสาสมัครกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรีนพีซ ขับเรือยางลำเล็กเข้าเทียบเรือบรรทุกถั่วเหลืองจีเอ็มโอขนาดยักษ์จากอาร์เจนติน่าชื่อ โพไซดอน ในระหว่างที่กำลังจอดลำเลียงถั่วเหลืองปริมาณ 57,000 ตันอยู่กลางทะล ท่าเรือเกาะสีชัง โดยอาสาสมัครวาดเครื่องหมายเอ็กซ์ GMOs ด้านหน้าของเรือเป็นสัญลักษณ์แทนการติดฉลาก และวางทุ่นประกาศเขตระวังจีเอ็มโอ เพื่อเปิดโปงว่าปัจจุบันประเทศไทยเป็นแหล่งรองรับถั่วเหลืองจีเอ็มโอจำนวนมหาศาล พร้อมชูธงท้ายเรือยางอ่านได้ใจความเป็นภาษาอังกฤษและไทยว่า "Stop Dumping GMOs" และ "คนไทยไม่เอาจีเอ็มโอ"

ประเทศไทยนำเข้าถั่วเหลืองกว่า 1 ล้านตันต่อปี โดยนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาและอาร์เจนติน่ามากเป็นอันดับที่ 1 และ 2 เมื่อปี 2545 ไทยนำเข้าถั่วเหลืองจากอาร์เจนติน่าและสหรัฐรวมกันแล้วมากถึง 92.48% ของปริมาณถั่วเหลืองทั้งหมดที่นำเข้าในปีนั้น (1) ทั้งอาร์เจนติน่าและสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ผลิตและส่งออกถั่วเหลืองจีเอ็มโอรายใหญ่ที่สุดในโลก โดย 99% ของถั่วเหลืองที่ปลูกในประเทศอาร์เจนติน่าเป็นถั่วเหลืองจีเอ็มโอ และ 80% ของถั่วเหลืองที่ปลูกในสหรัฐอเมริกาเป็นถั่วเหลืองจีเอ็มโอ และทั้งหมดนั้นเป็นถั่วเหลืองจีเอ็มโอราวด์อัพเรดี้ ที่มีบริษัทมอนซานโต้เป็นเจ้าของสิทธิบัตร

"ในแต่ละเดือน มีเรือบรรทุกถั่วเหลืองขนาดยักษ์แบบนี้เข้ามาเมืองไทยเดือนละหลายลำ ถั่วเหลืองจีเอ็มโอเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารชนิดต่างๆ มากมาย ถ้าบริษัทเหล่านั้นไม่มีนโยบายคัดแยกใช้เฉพาะถั่วเหลืองปลอดจีเอ็มโอ ถั่วเหลืองจีเอ็มโอเหล่านี้จะเข้าไปปนเปื้อนในกระบวนการผลิตอาหารและลงเอยที่อาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวัน ปัญหาก็คือ คนไทยไม่อาจรู้ได้เลยว่าผลิตภัณฑ์อาหารใดบ้างที่ปนเปื้อนจีเอ็มโอ และวัตถุดิบมาจากไหน เพราะกฎการติดฉลากจีเอ็มโอที่มีอยู่บกพร่อง ไม่ได้ให้สิทธิที่แท้จริงแก่ผู้บริโภคในการรับรู้และในการปฏิเสธจีเอ็มโอ" วรุณวาร สว่างโสภากุล เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านวิศวพันธุกรรมของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

กฎกกระทรวงสาธารณสุขเรื่องการแสดงฉลากอาหารจีเอ็มโอมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2546 กำหนดว่า ถั่วเหลืองและข้าวโพดจีเอ็มโอที่อยู่ในสามส่วนประกอบแรกเท่านั้นถึงต้องติดฉลาก หากส่วนประกอบที่ 4 เป็นจีเอ็มโอ 100% ก็ไม่จำเป็นต้องแสดงฉลากบอก นอกจากนี้ ถ้าในส่วนประกอบอันดับที่ 1 ถึง 3 มีจีเอ็มโอไม่ถึง 5% ก็ไม่ต้องแสดงฉลาก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กรีนพีซเพิ่งเปิดเผยผลการตรวจสอบพบผลิตภัณฑ์ชื่อดังในท้องตลาดที่ใช้ถั่วเหลืองจีเอ็มโอเพิ่มมากขึ้นโดยไม่ต้องติดฉลากบอกแต่อย่างใด

"คนไทยบริโภคอาหารจีเอ็มโอโดยไม่รู้ตัว ในขณะเดียวกันบริษัทข้ามชาติก็อาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ถั่วเหลืองจีเอ็มโอในอาหารที่ตนผลิต หรือผลิตอาหารชนิดใหม่ที่มีถั่วเหลืองจีเอ็มโอเป็นส่วนประกอบหลักโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความต้องการของผู้บริโภค" วรุณวารกล่าวเพิ่มเติม

ไม่เพียงแต่ถั่วเหลืองจีเอ็มโอจะไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าปลอดภัยต่อการบริโภคของมนุษย์ในระยะยาว ถั่วเหลืองจีเอ็มโอที่นำเข้ามาเป็นอาหารนี้ อาจหลุดรอดไปปะปนอยู่กับเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองในประเทศ ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและภาคเกษตรกรรมในประเทศ ดังนั้นการนำเข้าจีเอ็มโอมายังประเทศไทยจึงต้องเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบ และต้องมีกฎระเบียบที่เข้มงวดคอยควบคุม

กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขกฎการติดฉลากอาหารจีเอ็มโอโดยบังคับให้อาหารที่มีจีเอ็มโอ 1% ขึ้นไปไม่ว่าจะอยู่ในส่วนประกอบใดก็ต้องแสดงฉลาก พร้อมทั้งเสนอว่าควรบังคับให้ประเทศต้นทางแสดงเอกสารแจ้งให้ทราบเมื่อส่งอาหารและวัตถุดิบจีเอ็มโอเข้ามายังประเทศไทย

"เอาเข้าจริงแล้ว เราไม่จำเป็นต้องนำเข้าถั่วเหลืองจีเอ็มโอเลย เพราะรังแต่จะทำให้คนไทยตกอยู่ในความเสี่ยง ถ้าถั่วเหลืองที่ผลิตในประเทศไม่เพียงพอแก่ความต้องการ เราสามารถหาถั่วเหลืองที่ปลอดจีเอ็มโอได้จากแหล่งอื่นๆ อีกมากมาย เช่น จากประเทศจีน และบราซิล ซึ่งรัฐบาลของทั้งสองประเทศนี้มีนโยบายปลูกถั่วเหลืองปลอดจีเอ็มโอ (2)" วรุณวารเสนอแนะทางเลือก