กรีนพีซชี้ผลกระทบจากการทดลองระดับไร่นา 'ได้ไม่คุ้มเสีย'

วอนรัฐบาล 'ฟังความรอบข้าง' และยึดหลักการ 'ป้องกันไว้ก่อน'

เรื่องราว - ธันวาคม 18, 2546
กรีนพีซระบุ ทั่วโลกยอมรับว่า การปนเปื้อนจากการทดลองระดับไร่นาควบคุมและหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะทำให้เกิดผลกระทบตามมามากกว่าผลดีที่คาดว่าจะได้รับ โดยยกตัวอย่างประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นจากมะละกอจีเอ็มโอในฮาวาย พร้อมชี้ให้เห็นว่า ในความเป็นจริง ตลาดโลกปฏิเสธจีเอ็มโอกันมากขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลไทยควรพิจารณาข้อมูลให้ครบทุกด้าน และยึดหลักการ “ป้องกันไว้ก่อน” ก่อนที่จะทำให้ประเทศไทยตกเป็นเหยื่อของการทดลองจีเอ็มโอโดยบริษัทข้ามชาติอย่างกู่ไม่กลับ

กรุงเทพฯ 18 ธันวาคม 2546 - ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประชาคมโลกและวงการวิทยาศาสตร์เริ่มยอมรับกันแล้วว่า การปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอจากการปลูกพืชจีเอ็มโอในพื้นที่เปิดซึ่งรวมถึงการทดลองระดับไร่นา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงและไม่มีทางควบคุมได้ การปนเปื้อนเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกาที่มีกฎหมายควบคุม

ในรัฐฮาวายซึ่งเป็นเสมือนเมืองหลวงของการทดลองจีเอ็มโอ มะละกอจีเอ็มโอหลุดรอดจากแปลงทดลองมาปนเปื้อนอยู่ในไร่นาเกษตรกรตั้งแต่ยังไม่มีการอนุมัติให้ปลูกเพื่อการค้า โดยไม่มีใครทราบว่า หลุดออกมาได้อย่างไร รัฐบาลฝรั่งเศสวิจัยพบว่า การปนเปื้อนของเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง ข้าวโพด และคาโนล่าที่เป็นจีเอ็มโอ มีสาเหตุหนึ่งจากการทดลองในระดับไร่นา ในประเทศไทยเองก็เคยประสบปัญหาปนเปื้อนจากฝ้ายบีทีที่จนบัดนี้ ก็ยังไม่มีใครทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง หนังสือพิมพ์ไทเปไทม์ของไต้หวันรายงานว่า ในมณฑลไทชุง ผู้ตรวจสอบของหน่วยงานสาธารณสุข ตรวจพบมะละกอจีเอ็มโอปนเปื้อนในท้องตลาด ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในขั้นทดลองระดับไร่นา

"การปนเปื้อนของจีเอ็มโอถือเป็นการละเมิดสิทธิในการรับรู้และในการเลือกปฏิเสธจีเอ็มโอของทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคภายใต้รัฐธรรมนูญ และยังก่อให้เกิดผลกระทบที่ตามมาอีกมากมาย ดังเช่น หายนะที่เกิดขึ้นจากมะละกอจีเอ็มโอในฮาวาย" นางสาว วรุณวาร สว่างโสภากุล เจ้าหน้าที่รณรงค์ของกรีนพีซ กล่าว

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเกษตรกรฮาวายเคยเตือนคนไทยว่าอย่าปลูกมะละกอจีเอ็มโอในพื้นที่เปิดเพราะในฮาวายเกิดการปนเปื้อนไปทั่วเกาะแล้ว ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเพราะญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของฮาวายไม่ยอมรับมะละกอจีเอ็มโอ ราคามะละกอจีเอ็มโอตกต่ำ เกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ไม่สามารถขายผลผลิตในฐานะเกษตรอินทรีย์ได้ เพราะเกิดการปนเปื้อน อีกทั้งมะละกอจีเอ็มโอยังเป็นโรคเชื้อราจุดดำและต้องใช้สารเคมีกำจัดเชื้อราในปริมาณมากทำให้ดินเสื่อม

"ประเทศไทยควรใช้บทเรียนที่เกิดขึ้นในฮาวายและยึดหลักการ "ป้องกันไว้ก่อน" (Precautionary Principle) ขณะนี้ยังไม่รู้ว่านอกจากผลกระทบที่เกิดขึ้นในฮาวายแล้ว มะละกอจีเอ็มโอจะทำให้เกิดผลกระทบอะไรตามมาอีกไม่ว่าจะเป็นทางสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและการเกษตรกรรม หรือเรื่องของการทำให้เกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่แข็งแรงกว่าเก่า" วรุณวารกล่าว

กรีนพีซชี้ให้เห็นข้อมูลในอีกด้านหนึ่งว่า ในความเป็นจริงแล้ว ตลาดโลกปฏิเสธจีเอ็มโอมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นในยุโรป ญี่ปุ่น ที่มีการต่อต้านจีเอ็มโอจากผู้บริโภคอย่างแข็งขัน ในแอฟริกา ซึ่งปฏิเสธอาหารบรรเทาทุกข์ที่เป็นจีเอ็มโอจากสหรัฐ ในสหรัฐเอง ผู้บริโภคกว่า 80% ต้องการให้มีกฎหมายติดฉลาก ในจีนและบราซิลมีการประกาศเขตปลูกเฉพาะถั่วเหลืองปลอดจีเอ็มโอ และจีนมีการติดฉลากอาหารที่ทำจากจีเอ็มโอโดยไม่คำนึงถึงเปอร์เซ็นต์และไม่จำเป็นต้องตรวจพบในผลิตภัณฑ์สุดท้าย แม้กระทั่งน้ำมันถั่วเหลืองก็ต้องติดฉลาก เมื่อปีที่แล้ว แรงผลักดันของมอนซานโต้ให้ปลูกข้าวสาลีในแคนาดาล้มเหลวเพราะเกษตรกรในแคนาดาไม่ต้องการปลูกเนื่องจากได้รับบทเรียนที่เลวร้ายจากการปลูกคาโนล่าจีเอ็มโอและถั่วเหลืองจีเอ็มโอมาแล้ว

"การคัดค้านจีเอ็มโอ เพราะเรื่องตลาดไม่รับก็ดี เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมก็ดี มีอยู่ทั่วโลกและนับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ จีเอ็มโอยังมีปัญหาเรื่องสิทธิบัตร โดยมอนซานโต้ซึ่งเป็นบริษัทผลิตจีเอ็มโอและสารเคมีการเกษตรยักษ์ใหญ่เป็นเจ้าของจีเอ็มโอ 91% ของจีเอ็มโอที่ปลูกอยู่ทั้งโลก แม้กระทั่งมะละกอจีเอ็มโอที่นำมาปลูกทดลองในเมืองไทย ก็มีสิทธิบัตรของมอนซานโต้และบริษัทกับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา รัฐบาลไทยควรนำข้อมูลเหล่านี้มาพิจารณาให้ถี่ถ้วนรอบด้าน การเปิดให้ทดลองจีเอ็มโอในระดับไร่นานั้นเป็นการเปิดทางให้บริษัทข้ามชาติเข้ามาแปลงผืนดินไทยเป็นแปลงทดลองพืชจีเอ็มโอที่สร้างปัญหามากกว่าจะเกิดผลดี"

"จีเอ็มโอไม่จำเป็นสำหรับประเทศไทยเลย เรามีการเกษตรแบบยั่งยืนแบบไทยๆ ที่ป้องกันโรคแมลงต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมีและจีเอ็มโอ รัฐบาลเองก็เริ่มหันมาสนใจเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากเห็นว่าขายได้ราคาดีและความต้องการของตลาดโลกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากรัฐบาลอนุมัติให้ทดลองพืชจีเอ็มโอในระดับไร่นา การปนเปื้อนที่หลีกเลี่ยงและควบคุมไม่ได้นี้ จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเกษตรอินทรีย์ที่กำลังเติบโต ประเทศต่างๆ ที่ไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปให้จะไม่มั่นใจว่า ผลิตผลของเราปนเปื้อนจีเอ็มโอหรือไม่" วรุณวารกล่าว

หมายเหตุ กรุณาดูรายงานประกอบเรื่อง "จีเอ็มโอกับการทดลองภาคสนาม" และ "ฉลากจีเอ็มโอกับสิทธิผู้บริโภค"

หมวด