คนอีสานประกาศเจตนารมณ์ กลางงานเกษตรแห่งชาติที่ขอนแก่น

ครัวอีสาน ต้องปลอดมะละกอจีเอ็มโอ

เรื่องราว - มกราคม 23, 2547
ขอนแก่น 23 มกราคม 2547 – วันนี้ องค์กรประชาชนประกอบด้วยเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก คณะทำงานพันธุกรรมพื้นบ้านอีสาน สหพันธ์องค์กรผู้บริโภคและเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคอีสาน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์กรความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาไทย และชมรมศิษย์เก่าบูรณะชนบทและเพื่อน ร่วมจัดงานมะละกอจีเอ็มโอขึ้นที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดที่กำลังมีการทดลองปลูกมะละกอจีเอ็มโออยู่ในแปลงทดลองเปิดของรัฐ ณ สถานีทดลองพืชสวน ของกรมวิชาการเกษตร ที่ ต. ท่าพระ

ในช่วงเช้าที่โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล มีการสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเรื่องมะละกอจีเอ็มโอระหว่างองค์กรประชาชนและประชาคมชาวอีสานทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคจำนวน 300 คน

วรุณวาร สว่างโสภากุล จากกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกตัวอย่างผลกระทบและบทเรียนจากการปลูกมะละกอจีเอ็มโอในฮาวายว่า ฮาวายประสบปัญหาจากมะละกอจีเอ็มโอตั้งแต่ยังอยู่ในแปลงทดลองของรัฐ คือมีการเล็ดรอดของเมล็ดพันธุ์ออกมาสู่ท้องตลาด ทำให้เกิดการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอไปทั่วเกาะอย่างควบคุมไม่ได้ อีกทั้งยังเกิดผลกระทบอื่นๆ เช่น การใช้สารเคมีที่เพิ่มขึ้น เกษตรกรสูญเสียสิทธิในการเลือกปลูกมะละกอ และตลาดใหญ่คือประเทศญี่ปุ่นไม่ยอมรับซื้อมะละกอจีเอ็มโอ ทำให้ราคาตก และเกษตรกรล้มละลาย

ในช่วงบ่าย กลุ่มองค์กรประชาชน ตัวแทนเกษตรกรและผู้บริโภคภาคอีสานทั้งหมด เดินทางไปที่งานวันเกษตรแห่งชาติ จ.ขอนแก่น และแต่งตัวเป็นรูปมะละกอ พร้อมทั้งถือป้ายรณรงค์ 30 ป้าย มีใจความไม่เห็นด้วยกับมะละกอจีเอ็มโอ กลุ่มคนทั้งหมดเดินรณรงค์ในบริเวณงานโดยมีหมอพิณแคนอีสานนำ แจกแผ่นพับเผยแพร่ข้อมูลและสร้างความตื่นตัวให้กับชาวอีสาน ว่ามะละกอจีเอ็มโอปลูกอยู่ใกล้แค่เอื้อม และอาจปนเปื้อนสู่สวนครัวของชาวอีสานได้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่างๆ ตามมาเช่นเดียวกับการปลูกมะละกอจีเอ็มโอในฮาวาย

บำรุง คะโยธา ผู้ประสานงานภูมินิเวศน์กาฬสินธุ์ กล่าวว่า "ตำบักหุ่ง (ส้มตำ) เป็นอาหารหลักของคนอีสาน มะละกอจีเอ็มโอจะทำลายความมั่นคงทางอาหารของชาวอีสาน เพราะจีเอ็มโอเป็นเทคโนโลยีที่ถูกผูกขาดโดยธุรกิจข้ามชาติขนาดใหญ่ เป็นระบบของทุนนิยม โฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนคล้อยตาม แข่งขันกันผลิต ผลสุดท้ายขายไม่ออก ราคาก็ตกต่ำ สูญเสียสิทธิและเสรีภาพทางการผลิต"

ทั้งนี้ในงานเกษตรแห่งชาติครั้งนี้มีบอร์ดนิทรรศการมะละกอจีเอ็มโอของกรมวิชาการเกษตรที่โฆษณาชวนเชื่อถึงสรรพคุณของมะละกอจีเอ็มโอด้านเดียว โดยไม่ได้ระบุถึงผลกระทบในด้านลบที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด และไม่ได้เอ่ยถึงมะละกอพันธุ์พื้นบ้าน หรือมะละกอพันธุ์อื่นๆ ที่สามารถต้านทานโรคไวรัสใบด่างวงแหวนได้ โดยที่เกษตรกรและผู้บริโภคไม่ต้องตกอยู่ในความเสี่ยงจากจีเอ็มโอ

"มะละกอจีเอ็มโอไม่มีความจำเป็นอะไรเลย เรามีมะละกอพันธุ์พื้นบ้านและพันธุ์พืชพื้นบ้านอีกมากมายที่เป็นสายพันธุ์ที่ดีอยู่แล้ว แม้กระทั่งมะละกอแขกดำท่าพระก็เป็นที่นิยมและทนทานไวรัสใบด่างวงแหวนได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องเป็นจีเอ็มโอ" คำกล่าวของนายถนอม บุตรแสน ตัวแทนเกษตรกร จ.ขอนแก่นแสดงให้เห็นว่า เกษตรกรไทยมีทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าจีเอ็มโอ

กลุ่มรณรงค์หยุดที่หน้าซุ้มของกรมวิชาการเกษตรซึ่งมีแปลงปลูกมะละกอแสดงอยู่เป็นจำนวนมาก จากนั้น นายถนอม บุตรแสน อ่านคำแถลงการณ์ร่วมขององค์กรประชาชน สรุปได้ใจความว่า

"เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดการโฆษณาชวนเชื่อในภาพลักษณ์อันสวยหรูของพืชจีเอ็มโอ พร้อมทั้งคงมติ ค.ร.ม. วันที่ 3 เมษายน 2544 ให้ยุติการปลูกพืชจีเอ็มโอในระดับไร่นา และสนับสนุนการอนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์พืชพื้นบ้านเพื่ออธิปไตยทางอาหารของประเทศ"

เอกสารประกอบ

1. คำแถลงการณ์ขององก์กรภาคประชาชน

2. มายาคติ 10 ประการเกี่ยวกับจีเอ็มโอ ในเว็บไซต์ www.biothai.net

3. รายงานเรื่อง มะละกอจีเอ็มโอ พืชผิดธรรมชาติ ในเว็บไซต์ www.truefood.org

4. รายงานเรื่อง ทำไมไม่เอามะละกอจีเอ็มโอ ในเว็บไซต์ www.truefood.org