ประเทศสมาชิกอียูควรปฏิเสธข้าวจีเอ็มโอ

อาหารหลักของโลกกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการควบคุมของบรรษัทข้ามชาติ

เรื่องราว - มีนาคม 23, 2547
23 มีนาคม 2547, บรัสเซลส์ / กรุงเทพฯ – กรีนพีซและกลุ่มเฟรนส์ออฟดิเอิร์ธแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลของสหภาพยุโรปปฎิเสธข้าวจีเอ็มโอ เพื่อป้องกันไม่ให้บรรษัทข้ามชาติเข้ามาควบคุมอาหารหลักที่สำคัญที่สุดของโลก

สมาชิกสหภาพยุโรป มีเวลาถึงวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคมนี้ ในการคัดค้านคำร้องของบริษัทไบเออร์ ครอปไซน์ของเยอรมนี ที่ต้องการนำเข้า ข้าวจีเอ็มโอ (LL Rice 62) ไปยังประเทศในสหภาพยุโรป โดยข้าวจีเอ็มโอของบริษัทไบเออร์ ถูกตัดต่อพันธุกรรมให้ต้านทานยากำจัดวัชพืช แอมโมเนียมกลูโฟซิเนต ที่ผลิตโดยบริษัทไบเออร์เอง ข้าวจีเอ็มโอชนิดนี้นับเป็นข้าวจีเอ็มโอชนิดแรกของโลกที่บริษัทเอกชนยื่นขออนุมัตินำเข้าเพื่อการค้าในยุโรป หากสหภาพยุโรปอนุมัติให้นำเข้าข้าวจีเอ็มโอ ก็เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณอันตรายไปยังประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก และจะเปิดทางให้บรรษัทข้ามชาติเข้ามาครอบครองหนึ่งในอาหารหลักที่สำคัญที่สุดของโลก ปัจจุบัน ประชากรโลก 25,000 ล้านคน รับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก

Devinder Sharma ผู้เชี่ยวชาญความมั่นคงทางอาหารจากอินเดีย ได้ร่วมกับองค์กร Friends of the Earth และกรีนพีซ ในการแถลงข่าวที่กรุงบรัสเซลส์ วันนี้ และระบุว่า การควบคุมข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนเอเชีย กำลังตกอยู่ในกำมือของบรรษัทข้ามชาติ ในยุโรป และสหรัฐฯ มากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทเหล่านี้มักใช้กฎหมายสิทธิบัตรที่ไม่ยุติธรรมและใช้การตัดต่อยีนเพื่อการควบคุมแหล่งอาหารของโลก Devinder ยังเตือนเกี่ยวกับอันตรายของ "การขโมยความมั่งคั่งทางพันธุกรรม" ของประเทศกำลังพัฒนา โดยบรรษัทข้ามชาติจากยุโรป และสหรัฐฯ

องค์กร Friends of the Earth และ กรีนพีซ ไม่เพียงแต่กังวลเกี่ยวกับการคุกคามแหล่งอาหารโลก ยังเป็นห่วงอีกด้วยว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาในระยะยาวเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดจากการบริโภคข้าวจีเอ็มโอ

บริษัทไบเออร์ สังเกตเห็นว่า สารประกอบที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในข้าวจีเอ็มโอชนิดนี้มีเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ไม่ให้คำอธิบายเพิ่มเติม รวมทั้งไม่ได้มีการวิจัยต่อ รัฐบาลอังกฤษ ซึ่งประเมินความเสี่ยงของข้าวจีเอ็มโอในทางบวกเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2547 ไม่ได้พิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากมีการปลูกข้าวจีเอ็มโอนอกสหภาพยุโรป บริษัทไบเออร์ ไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้เรื่องการปนเปื้อนและผลกระทบที่อาจเกิดจากข้าวจีเอ็มโอที่นำเข้ามายังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ปลูกข้าว 5 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี กรีซ สเปน โปรตุเกส และฝรั่งเศส

อิริก กัลล์ เจ้าหน้าที่รณรงค์ของกรีนพีซ กล่าวว่า "ข้าวจีเอ็มโออาจคุกคามความหลากหลายทางชีวภาพของข้าว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาหลายล้านคนในเอเชีย ไม่เพียงแต่ทำให้บริเวณที่ปลูกข้าวในสหภาพยุโรปเสี่ยงต่อการปนเปื้อน แต่คำถามสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัย ก็ยังไม่มีคำตอบ ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป แบกรับความรับผิดชอบมหาศาล และไม่ควรอนุมัติให้นำเข้า ข้าวจีเอ็มโอได้"

เกิร์ท ริทเซมา จาก Friends of the Earth กล่าวว่า "เรากำลังเผชิญกับการรุกรานของบริษัทข้ามชาติต่อพืชอาหารหลักของมวลมนุษยชาติ หากยุโรปอนุมัติให้นำเข้าข้าวจีเอ็มโอ เท่ากับเปิดไฟเขียวให้บริษัทข้ามชาติส่งเสริมการปลูกข้าวอย่างไม่ยั่งยืนนี้ในประเทศกำลังพัฒนา การอนุญาตให้อาหารหลักที่สำคัญที่สุดในโลก ตกอยู่ในมือบริษัทอย่างไบเออร์นับเป็นก้าวที่อันตรายและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"

วรุณวาร สว่างโสภากุล เจ้าหน้าที่รณรงค์ของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ความเห็นว่า "ข้าวที่ไบเออร์นำมาทำจีเอ็มโอนี้ เป็นข้าว พันธุ์เบงกอลของอินเดีย นอกจากนี้ยังมีข้าวพันธุ์อื่นๆ ของเอเชียที่กำลังอยู่ระหว่างการทดลองทำจีเอ็มโออีกมาก การที่บริษัทข้ามชาตินำข้าวพื้นเมืองของเอเชียไปทำจีเอ็มโอและจดสิทธิบัตรเป็นของตนเอง จะทำให้พันธุ์ข้าวที่หลากหลายของประเทศในเอเชียตกอยู่ในความเสี่ยง และทำให้ชาวนาในประเทศโลกที่สามอย่างเช่นประเทศไทยไม่มีโอกาสพึ่งตัวเองได้"