กรีนพีซร่วมมือตลาดนัดเกษตรอินทรีย์ เปิดตัวคู่มือจ่ายตลาดเล่มใหม่

66 บริษัทผู้ผลิตอาหารยืนยันไม่ใช้จีเอ็มโอ

เรื่องราว - พฤษภาคม 29, 2547
เชียงใหม่, 29 พฤษภาคม 2547 – วันนี้ที่กาดอิ่มบุญ ตลาดนัดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์กลางเมืองเชียงใหม่ กรีนพีซเปิดตัวคู่มือจ่ายตลาดสำหรับซื้ออาหารปลอดจีเอ็มโอเล่มใหม่ล่าสุด ฉบับ พฤษภาคม 2547เผยบริษัทในบัญชีเขียวเพิ่มจาก 40 แห่งเป็น 66 แห่ง ชี้ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการซื้ออาหารจีเอ็มโอมากขึ้น

สินค้าดอยคำ นมดัชมิลล์ น้ำมันพืชมรกต ปลากระป๋องปุ้มปุ้ย และซีเล็คทูน่า เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์อาหารที่ประกาศนโยบายไม่ใช้วัตถุดิบจีเอ็มโอที่เพิ่มเข้ามาในบัญชีเขียว ส่วนบริษัทที่ยังคงใช้จีเอ็มโอเป็นวัตถุดิบและติดบัญชีดำอย่างต่อเนื่องคือ บริษัทเนสท์เล่ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารข้ามชาติที่ประกาศนโยบายปลอดจีเอ็มโอในยุโรป แต่ยังยืนยันว่าจะใช้ส่วนประกอบอาหารที่มีจีเอ็มโอในประเทศไทย ซึ่งใช้วัตถุดิบจีเอ็มโอ โดยเฉพาะถั่วเหลืองจีเอ็มโอในการผลิตอาหารหลายชนิด เช่น เนสวิต้า ซีรีแล็ค ซอยพลัส นมถั่วเหลืองเนสท์เล่ ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในบัญชีดำฉบับนี้คือโปรตีนเกษตร ของสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งใช้ถั่วเหลืองจีเอ็มโอเป็นวัตถุดิบ ไส้กรอกแฮมของบริษัทเบทาโกร รวมถึงน้ำมันถั่วเหลืองกุ๊ก ทิพ และองุ่น

ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารยี่ห้อ "ท็อปส์" ยังคงอยู่ในบัญชีเทา เนื่องจากแม้บริษัทจะมีนโยบายผลิตอาหารปลอดจีเอ็มโอ แต่กรีนพีซตรวจพบว่ากุนเชียงยี่ห้อ "ท็อปส์" ยังปนเปื้อนถั่วเหลืองจีเอ็มโอ และบริษัทยังไม่มีมาตรการในการคัดเลือกวัตถุดิบให้ปลอดจีเอ็มโอได้อย่างสม่ำเสมอ

"คู่มือจ่ายตลาดเล่มล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2547นี้ มีรายชื่อบริษัทผู้ผลิตอาหารจำนวนทั้งสิ้น 90 บริษัท แยกเป็นบริษัทในบัญชีสีเขียว 66 บริษัท บัญชีเทา 1 บริษัท และบัญชีดำ 23 บริษัท เมื่อเปรียบเทียบกับคู่มือจ่ายตลาดเล่มก่อนที่มีรายชื่อบริษัททั้งสิ้น 62 บริษัท แสดงว่าบริษัทผู้ผลิตอาหารส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับความต้องการอาหารปลอดจีเอ็มโอของผู้บริโภคมากขึ้น" วรุณวาร สว่างโสภากุล เจ้าหน้าที่รณรงค์ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

"กรีนพีซเลือกมาเปิดตัวคู่มือจ่ายตลาดในตลาดเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากสินค้าเกษตรอินทรีย์เป็นสินค้าที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีหรือจีเอ็มโอในการผลิต นับเป็นการเกษตรที่ยั่งยืน ทำให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงกันข้ามกับการผลิตพืชจีเอ็มโอ" วรุณวารกล่าว

"ถ้ามีพืชจีเอ็มโอเข้ามาในประเทศไทย เกษตรกรจะต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์ราคาแพงจากบริษัท ราคาก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี เกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกเองไม่ได้ แล้วจีเอ็มโอยังทำลายพืชพื้นบ้านให้หายไป แนวทางของเกษตรอินทรีย์จึงไม่ใช้พืชจีเอ็มโอ นอกจากนี้ ถ้ากินอาหารจีเอ็มโอเข้าไปก็ไม่รู้ว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า แต่ถ้ากินอาหารเกษตรอินทรีย์จะปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างแน่นอนเพราะไม่มีทั้งสารพิษและจีเอ็มโอ" นายอนันต์ สมจักร เกษตรกรจาก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเลขานุการสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ กล่าว

ในการเปิดตัวคู่มือจ่ายตลาดครั้งนี้ กรีนพีซยังจัดคาราวานแจกคู่มือจ่ายตลาดในสถานที่ชุมชนรอบเมืองเชียงใหม่ และมีการจัดสัมมนาเรื่อง "รู้เท่าทันจีเอ็มโอ" ร่วมกับกลุ่มประชาคมเชียงใหม่อีกด้วย

กรีนพีซออกคู่มือจ่ายตลาดสำหรับซื้ออาหารปลอดจีเอ็มโอมานับตั้งแต่เดือนเมษายน 2545 โดยมีการปรับปรุงข้อมูลและจัดพิมพ์ใหม่ปีละ 2 ครั้ง โดยในปีนี้มียอดพิมพ์หนึ่งแสนเล่ม แจกฟรีให้ผู้บริโภคเพื่อเป็นทางเลือกในการซื้อผลิตภัณฑ์อาหารปลอดจีเอ็มโอ ทั้งนี้เนื่องจาก

กรีนพีซเห็นว่ากฎการติดฉลากอาหารจีเอ็มโอของกระทรวงสาธารณสุขเป็นกฎข้อบังคับที่หละหลวมมาก ไม่ได้คุ้มครองผู้บริโภค หรือให้

สิทธิ์ในการรับรู้หรือปฏิเสธอาหารจีเอ็มโออย่างแท้จริง

สนใจรับคู่มือจ่ายตลาดได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ทุกสาขา ศูนย์หนังสือธรรมศาสตร์ ร้านซีเอ็ดบุ๊คทุกสาขา เลมอนฟาร์ม คาร์ฟูร์ และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในจังหวัดต่าง ๆ ดาวน์โหลดได้ที่ www.truefood.org หรือส่งซองเปล่าติดแสตมป์ 5 บาท จ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง ส่งมาที่ ตู้ปณ.9 ปณฝ.สนามเป้า กรุงเทพฯ 10406