กรีนพีซ วิพากษ์ กฟผ.ไร้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

หลังเตรียมเพิ่มปริมาณการใช้ถ่านหิน

เรื่องราว - มิถุนายน 11, 2547
กรุงเทพฯ 11 มิถุนายน 2547 – กรีนพีซ คัดค้านคำแถลงการณ์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ต่อนโยบายการเพิ่มปริมาณการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าว่า “ขาดความรับผิดชอบอย่างไร้สำนึก” ทั้งยังเป็นความพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ดร.จิรากรณ์ คชเสนี ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า แถลงการณ์ของนายณรงค์ศักดิ์ วิเชษฐ์พันธุ์ รองผู้ว่าการอาวุโส กลุ่มพัฒนา รักษาการผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งระบุว่า "โรงไฟฟ้าถ่านหิน ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม" นั้น เป็นถ้อยแถลงที่ผิดจากข้อเท็จจริง ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน และก่อให้เกิดทัศนคติในทางที่ผิด ในภาวะที่สังคมกำลังได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นราคา"

"ให้เราลองพิจารณาข้อเท็จจริงซึ่งไม่โป้ปดต่อสาธารณชนกันดีกว่า" ดร.จิรากรณ์ กล่าว

ข้อเท็จจริงเหล่านี้คือ :

- ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นใหม่ ขณะที่ปริมาณไฟฟ้าสำรองยังคงมีอยู่ 35%

- การใช้ถ่านหินโดยไม่คำนึงถึงเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ จะยิ่งเพิ่มวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะภาวะโลกร้อน และสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

- คนไทยทุกคนจะได้ผลกระทบโดยตรงจากภาวะโลกร้อน และนับวันผลกระทบนี้มีแต่จะเพิ่มขึ้นจากการใช้พลังงานถ่านหิน

- เศรษฐกิจของประเทศไทย จะต้องได้รับผลกระทบจากรายจ่ายของถ่านหินที่นำเข้าเพิ่มมากขึ้น

- ในทางตรงข้ามกับถ้อยแถลงของนายณรงค์ศักดิ์ ที่มีนัยยะว่า ราคาถ่านหินจะไม่สูงขึ้นนั้น ปัจจุบันประเทศจีนกำลังเริ่มนำเข้าถ่านหินจากที่เมื่อก่อนมีความพอเพียงในประเทศ จึงเป็นไปได้สูงมากที่ราคาถ่านหินจะเพิ่มสูงขึ้น

- ความต้องการใช้พลังงานของไทยอยู่ในระดับพอเพียงหากมีการสนับสนุนให้ทุกชุมชนใช้พลังงานสะอาด ที่สามารถหมุนเวียนได้

กรีนพีซ เรียกร้องให้มีการลงโทษทางวินัยต่อนายณรงค์ศักดิ์ ที่ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง และสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน เพียงเพื่อต้องการสนับสนุนการใช้ถ่านหิน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สกปรก และล้าสมัย กรีนพีซ เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาปฎิเสธข้อเสนอดังกล่าวต่อสาธารณชน และล้มเลิกโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มาบตาพุด และให้คำมั่นสัญญาประชาคมในการใช้พลังงานสะอาดที่สามารถหมุนเวียนได้เท่านั้นในอนาคต