โคคา-โคล่า แม็คโดนัลด์ และ ยูนิลีเวอร์ ร่วมแรงลดก๊าซเรือนกระจก

กรีนพีซ เรียกร้องรัฐบาล และ บริษัทอื่นๆ เข้าร่วมเป็นพันธมิตรระบบแช่เย็น

เรื่องราว - มิถุนายน 22, 2547
กรุงวอชิงตันดีซี/บรัสเซลล์-โคคา-โคล่า/22 มิถุนายน 2004 - แม็คโดนัลด์ และ ยูนิลีเวอร์ ให้คำมั่นในวันนี้ที่จะร่วมกันลดก๊าซไฮโดรฟลูโอโรคาร์บอนจากอุปกรณ์แช่เย็นของบริษัท การประกาศร่วมมือนี้เกิดขึ้น 11 ปี หลังจากที่กรีนพีซแสดงให้โลกได้เห็นว่า ระบบแช่เย็นในอนาคตสามารถที่จะเป็นมิตรกับสภาพอากาศได้ บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้นำด้านอาหาร และ น้ำอัดลม ทั้ง 3 บริษัท ได้ร่วมกันนำเสนอโครงการที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดการใช้ก๊าซไฮโดรฟลูโอโรคาร์บอน ด้วยการออกแถลงข่าวร่วมที่กรุงบรัสเซลล์ในวันนี้ โดยกรีนพีซ และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP ได้ขานรับความร่วมมือครั้งนี้อย่างเต็มที่

นายเกิร์ด ไลโพล ผู้อำนวยการบริหารของกรีนพีซ สากล กล่าวว่า กรีนพีซ ยินดีกับพันธสัญญาของยูนิลีเวอร์, โคคา-โคล่า และแม็คโดนัลด์ กรีนพีซยังจะเรียกร้องให้บริษัทคู่แข่งทางธุรกิจ เช่น เนสท์เล่, เป็ปซี่ และเบอร์เกอร์ คิง ให้เดินตามแนวทางเดียวกัน แต่ความร่วมมือกันนี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของการแก้ไขปัญหาภาพรวมทั้งหมด ซึ่งต้องอาศัยการร่วมแรงจากรัฐบาล และนักการเมืองที่ต้องร่วมผลักดันให้โครงการนี้สำเร็จเพราะลำพังบริษัทเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินการให้ลุล่วงไปได้ ขณะนี้ยูนิลีเวอร์

ได้เปลี่ยนตู้แช่ไอศครีมไปแล้ว 14,000 ตู้ และ ภายในปี 2548 ยูนิลีเวอร์ จะซื้อเฉพาะตู้แช่ไอศครีมปลอดสารไฮโดรฟลูโอโรคาร์บอนเท่านั้น ส่วนโคคา-โคล่า จะเปลี่ยนเครื่องหยอดเหรียญทั่วโลกเป็นระบบปลอดสารไฮโดรฟลูโอโรคาร์บอนเช่นกัน ขณะที่แม็คโดนัลด์ จะเปลี่ยนเครื่องแช่เย็นต่างๆ 11 ชนิด ในร้านอาหาร 30,000 แห่ง ให้ใช้สารแช่เย็นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนี้ เช่น เครื่องปรับอากาศ, ห้องแช่แข็ง, ตู้แช่สลัด และ เครื่องดื่ม

เมื่อปี 2536 กรีนพีซ ได้พัฒนาและจำหน่าย กรีนฟรีซ ตู้แช่เย็นปลอดสารคลอโรฟลูโอโรคาร์บอน และ ไฮโดรฟลูโอโรคาร์บอน เครื่องแรกของโลก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าสาร

เหล่านี้ไม่จำเป็นสำหรับระบบแช่เย็น กรีนฟรีซ ได้ปฏิวัติเทคโนโลยี และ สร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับระบบแช่เย็นภายในบ้าน เบื้องหลังความร่วมมือของ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่นี้ คือ บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีหลายแห่ง ที่ลงทุนด้วยเงินหลายล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อทำให้เทคโนโลยีนี้เป็นจริงขึ้นมา เพราะขณะที่บริษัททั้ง 3 ประกาศยุทธศาสตร์ของการลดก๊าซเรือนกระจก บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ได้นำเสนอเทคโนโลยีที่อิงกับ ไฮโดรคาร์บอนจากธรรมชาติ, คาร์บอนไดออกไซด์ และ สเตอร์ลิ่ง หรือ สารทำความเย็น อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการบริหารของกรีนพีซ สากล สรุปว่า ลำพังบริษัททั้ง 3 แห่งนี้ ก็ไม่สามารถปกป้องโลกให้พ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศได้ เพราะภายในปี 2593 สารไฮโดรฟลูโอโรคาร์บอนที่ถูกผลิตออกมาจะมีส่วนก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน พอๆกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในโลกทุกวันนี้

หมายเหตุ

สารไฮโดรฟลูโอโรคาร์บอน มีส่วนก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนได้มากกว่าก๊าซเรือนกระจก หรือ คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นรู้จักกันอย่างกว้างขวาง สารชนิดนี้เริ่มเป็นที่รู้จักเพราะนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเคมีเมื่อ 15 ปี ที่แล้ว ในช่วงเดียวกับที่อนุสัญญามอนทรีอัล ได้เริ่มวางระเบียบควบคุมการใช้สารคลอโรฟลูโอโรคาร์บอน

กรีนพีซ ซึ่งได้ร่วมกับบริษัท โฟรอน ของชาวเยอรมันในการพัฒนาเทคโนโลยีกรีนฟรีซ ได้คัดค้านการใช้สารไฮโดรฟลูโอโรคาร์บอนมาตั้งแต่ต้น ขณะนี้เทคโนโลยีกรีนฟรีซ ได้กลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมในยุโรป จีน ญี่ปุ่น ละตินอเมริกา และ ออสเตรเลีย และถูกจำหน่ายไปแล้วประมาณ 120 ล้านเครื่อง ถือได้ว่ากรีนฟรีซ วางตัวเองในฐานะผู้นำเทคโนโลยีระบบแช่เย็นภายในบ้าน สำหรับทุกประเทศทั่วโลก นอก

สหรัฐอเมริกา

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.eu.greenpeace.org/downlaods/climate/greenfreezebackgrounder.pdf

หมวด