ครบรอบเหตุการณ์จมเรือ “เรนโบว์ วอร์ริเออร์”

เรื่องราว - กรกฎาคม 10, 2547
10 กรกฎาคม 2547 ตรงกับวันครบรอบ ปีที่ 19 ที่เรือ “เรนโบว์ วอร์ริเออร์” ของกรีนพีซ จมสู่ท้องทะเล

Rainbow Warrior in full sail off Honolulu, Hawaii.

ในปี 2528 เรือเรนโบว์ วอริเออร์จัดว่ามีบทบาทสำคัญในการต่อต้านโครงการทดลองนิวเคลียร์ของฝรั่งเศส ที่โมรูโรอา (Moruroa) แต่ช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 10 กรกฎาคม เพียงเล็กน้อย ได้เกิดเหตุระเบิดรุนแรงขึ้นบนเรือลำนี้ ขณะจอดเทียบท่าอยู่ที่เมืองโอ๊คแลนด์ ของนิวซีแลนด์ แรงระเบิดทำให้เรือกลายเป็นซากไปในพริบตา

ช่างภาพ Fernando Pereira รีบกลับไปที่ห้องพักใต้ดาดฟ้าเรือเพื่อเก็บรวบรวมผลงานภาพถ่ายของเขาออกมา แต่กลับถูกระเบิดลูกที่ 2 และจมน้ำเสียชีวิต ขณะที่ Martini Gotje ต้นหนเรือสามารถเอาชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิด หลังจากที่พยายามเข้าไปค้นหาลูกเรือที่สูญหายจากระเบิดลูกแรก

"ผมลงไปตามหาคนที่อาจติดอยู่ใต้ดาดฟ้าเรือ เพราะบางคนพักอยู่ตรงจุดนั้น ตอนที่ผมลงไปยังเห็นเฟอร์นันโด้ อยู่ในห้อง กำลังสวมเลนส์เข้ากับกล้องถ่ายรูป ขณะที่น้ำพุ่งขึ้นจากพื้นห้อง แล้วจู่ๆก็มีเสียงระเบิดลูกที่ 2 ดังขึ้น ใกล้ห้องของเขามาก แล้วเฟอร์นันโด้ก็หนีขึ้นมาไม่ทัน"

"เดอะ วอร์ริเออร์" เป็นเรือที่ถูกเตรียมไว้สำหรับนำขบวนกลุ่มเรือเรียกร้องสันติภาพ ซึ่งเตรียมจะเดินทางไปยังโมรูโรอา (Moruroa) เพื่อประท้วงโครงการทดลองนิวเคลียร์ของฝรั่งเศส แม้รัฐบาลฝรั่งเศสจะออกมาปฏิเสธในขั้นแรก แต่ดูเหมือนหน่วยสืบราชการลับของฝรั่งเศสจะอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดครั้งนี้เสียเอง เพื่อกำจัดกระแสต่อต้านเสียตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะกลายเป็นปมปัญหาขัดแย้งครั้งใหญ่

พันตรี Alain Mafart และนาวาเอก Dominique Prieur คือผู้ที่นำระเบิด 2 ลูกไปติดตั้งบนลำเรือ ทั้งคู่ถูกตั้งข้อหาจงใจฆ่าและก่อความเสียหายร้ายแรง จนถูกศาลตัดสินจำคุก 10 ปี แต่ในที่สุด ผู้ต้องหาทั้ง 2 ก็พ้นโทษก่อนกำหนด

ด้วยเงินชดเชยความเสียหายจากรัฐบาลฝรั่งเศส บวกกับเงินบริจาคจากผู้สนับสนุนทั่วโลก กรีนพีซจึงสามารถซื้อเรือลำใหม่มาติดตั้งใบเรือเพื่อแทนที่เรนโบว์ วอร์ริเออร์ ลำเดิม "เรนโบว์ วอร์ริเออร์" ลำใหม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2532 และได้ล่องไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกเพื่อส่งเสริมโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างๆ

เรือ เรนโบว์ วอร์ริเออร์ ยังคงมีพันธะผูกพันกับปัญหาคุกคามมหาสมุทรแปซิฟิก จึงเดินทางไปยัง Suva ใน Fiji เพื่อเริ่มการเยือนภาคพื้นแปซิฟิกเป็นเวลา 10 สัปดาห์ ภายใต้ชื่อโครงการ "ทะเลของเรา, อนาคตของเรา, ทางเลือกของเรา"