กรีนพีซเปิดโปงสถานีวิจัยพืชสวนขอนแก่น

ตัวการขายมะละกอจีเอ็มโอ

เรื่องราว - กรกฎาคม 27, 2547
ขอนแก่น 27 กรกฎาคม 2547 - กรีนพีซเปิดโปงแปลงทดลองมะละกอจีเอ็มโอขนาด 11.5 ไร่ในสถานีวิจัยพืชสวนขอนแก่นของกรมวิชาการเกษตรว่าเป็นต้นตอการปนเปื้อนมะละกอจีเอ็มโอ หลังตรวจพบว่าเมล็ดพันธุ์มะละกอแขกดำท่าพระที่สถานีวิจัยพืชสวนขอนแก่นผลิตขายให้กับประชาชนทั่วไป เป็นมะละกอดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) แฉผิดกฎหมายเพราะไทยยังไม่อนุญาตให้ปลูกมะละกอจีเอ็มโอเพื่อการค้า เรียกร้องให้หยุดการทดลองในพื้นที่เปิดทุกประเภทก่อนเกิดการปนเปื้อนไปมากกว่านี้

อาสาสมัครกรีนพีซสวมชุดป้องกันมลพิษ สอยลูกมะละกอจีเอ็มโอพันธุ์แขกดำและแขกนวลในแปลงทดลองมะละกอดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) ในสถานีวิจัยพืชสวนขอนแก่น ที่ ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น บรรจุใส่ถังเก็บสารพิษที่ปิดมิดชิด พร้อมทั้งติดป้ายผ้า "Stop GMO field trials" และ "หยุดต้นกำเนิดการปนเปื้อนจีเอ็มโอ" และล้อมเทป "เขตอันตราย" รอบแปลงทดลองมะละกอจีเอ็มโอ เพื่อเป็นสัญลักษณ์เรียกร้องให้กรมวิชาการเกษตรหยุดการกระทำที่ผิดกฎหมาย และทำลายต้นมะละกอทุกต้นทันทีโดยเฉพาะอย่างยิ่งมะละกอจีเอ็มโอในแปลงทดลองภาคสนามแห่งนี้

สถานีวิจัยพืชสวนขอนแก่นเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์มะละกอหลักของประเทศไทย มะละกอที่จำหน่ายให้กับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปอยู่ในขณะนี้ ทางสถานีวิจัยฯ อ้างว่าเป็นมะละกอแขกดำท่าพระที่ไม่ใช่จีเอ็มโอ แต่จากการที่กรีนพีซส่งตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อมาจากสถานีวิจัยฯไปตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการจีนสแกน ฮ่องกงซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอิสระ พบว่าเมล็ดพันธุ์มะละกอดังกล่าวปนเปื้อนจีเอ็มโอ

"เนื่องจากการปนเปื้อนของฝ้ายดัดแปลงพันธุกรรม (ฝ้ายบีที) เมื่อหลายปีก่อน ทำให้ประเทศไทยมีมติ ครม. วันที่ 3 เมษายน 2544 ให้ยุติการทดลองพืชจีเอ็มโอในระดับไร่นา โดยหวังว่าจะหยุดยั้งการปนเปื้อนจีเอ็มโอได้ แต่ปรากฏว่าสถานีวิจัยพืชสวนขอนแก่น ภายใต้สังกัดของกรมวิชาการเกษตรซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐกลับเป็นผู้ทดลองมะละกอจีเอ็มโอในพื้นที่เปิด และจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ปนเปื้อนจีเอ็มโอ เท่ากับว่ารัฐเป็นผู้ก่ออาชญากรรมสิ่งแวดล้อมเสียเอง" ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์ เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

กรีนพีซเรียกร้องให้สถานีวิจัยพืชสวนขอนแก่นหยุดการขายเมล็ดพันธุ์และต้นกล้ามะละกอทุกชนิด ให้หยุดการทดลองมะละกอจีเอ็มโอ รวมทั้งทำลายมะละกอทุกต้นภายในสถานีโดยทันทีเพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนมากไปกว่านี้ และยังเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งการยกเลิกการทดลองพืชจีเอ็มโอในพื้นที่เปิดทั่วประเทศอย่างถาวร

"เราไม่รู้ว่า สถานีวิจัยฯ ขอนแก่น ขายเมล็ดพันธุ์มะละกอจีเอ็มโอแบบผิดกฎหมายมานานแค่ไหนแล้ว แต่ทุกวินาทีที่ปล่อยให้มีการทดลองมะละกอจีเอ็มโอและแพร่พันธุ์ต่อไปยิ่งทำให้มีการปนเปื้อนจีเอ็มโอในธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เมล็ดมะละกอจีเอ็มโอ 1 เมล็ด เมื่อนำไปปลูก จะได้เมล็ดพันธุ์จีเอ็มโอมาอีกเป็นหมื่นเมล็ด" ภัสน์วจี กล่าว

กรีนพีซรณรงค์ต่อต้านการทดลองมะละกอจีเอ็มโอในพื้นที่เปิดมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นในสถานีวิจัยของรัฐหรือในไร่นาเกษตรกร เพราะมีหลักฐานจากทั่วโลกยืนยันว่า การทดลองในพื้นที่เปิดคือสาเหตุของการปนเปื้อนจีเอ็มโอในสิ่งแวดล้อมและในอาหาร เมื่อใดก็ตามที่มีการปลูกพืชจีเอ็มโอในพื้นที่เปิด สิ่งป้องกันเพียงรั้วลวดหนามและต้นกล้วยจะไม่สามารถควบคุมการแพร่กระจายของเมล็ดพันธุ์ด้วยน้ำมือมนุษย์ หรือการปนเปื้อนทางละอองเกสรที่เกิดจากลม นก และแมลงได้

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2547 กรีนพีซจัดสัมมนาเตือนประชาชนถึงผลกระทบที่อาจเกิดจากมะละกอจีเอ็มโอ ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมและเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดการทดลองมะละกอจีเอ็มโอในพื้นที่เปิดทั่วประเทศ "มะละกอจีเอ็มโอถูกตัดต่อยีนโดยยิงยีนของไวรัสจุดด่างวงแหวนเข้าไป ซึ่งผลกระทบอาจทำให้เกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือทำให้ไวรัสปรับตัวแข็งแรงขึ้นได้ ส่วนในด้านของผลกระทบต่อสุขภาพ ถ้ามนุษย์รับประทานมะละกอจีเอ็มโอเข้าไปมากๆ อาจทำให้เกิดการสะสมของสารต้านทานยาปฏิชีวนะได้" ดร.แจเน็ท คอตเตอร์ นักวิทยาศาสตร์กรีนพีซชาวอังกฤษกล่าวเตือนไว้ในงานสัมมนา นอกจากนี้ เกษตรกรจากฮาวายเคยเดินทางมาประเทศไทย เพื่อเล่าถึงฝันร้ายจากการปนเปื้อนของเมล็ดพันธุ์มะละกอจีเอ็มโอในฮาวายที่เกิดการปนเปื้อนไปทั่วเกาะบิ๊กไอส์แลนด์ จนไม่สามารถแยกแยะได้ ทำให้เกษตรกรฮาวายเดือดร้อน พร้อมทั้งเตือนเกษตรกรไทยให้ระวังว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ขึ้น

"ไม่ว่าการปนเปื้อนครั้งนี้จะเกิดขึ้นจากความจงใจ หรือความผิดพลาดของหน่วยงานรัฐ รัฐบาลต้องดำเนินการสอบสวนอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมครั้งนี้โดยด่วน แต่ก่อนอื่นต้องเร่งทำลายมะละกอให้หมดทันที และสั่งห้ามการทดลองจีเอ็มโอในพื้นที่เปิดทุกประเภททั้งในสถานีวิจัยของรัฐ ของเอกชนหรือในไร่นาเกษตรกร" ดร.จิรากรณ์ คชเสนี ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวเรียกร้อง