กรีนพีซจัดเวทีสาธารณะระดมความคิดไม่เอาจีเอ็มโอ

นักวิชาการย้ำชัดมะละกอจีเอ็มโอ คือความเป็นความตายของประเทศ

เรื่องราว - สิงหาคม 10, 2547
กรุงเทพฯ 10 สิงหาคม 2547 – กรีนพีซจัดเวทีสาธารณะ “ปอกเปลือกมะละกอจีเอ็มโอ” ระดมความคิดจากประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันคับคั่ง โดยนักวิชาการชี้ชัดว่า จีเอ็มโอ เป็นภัยคุกคามที่จะทำให้เกษตรกรไทยตกเป็นทาสบรรษัทข้ามชาติในอนาคตอันใกล้ และถือเป็นความเป็นความตายของประเทศขณะนี้ ขณะผู้บริโภคเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงบทบาทที่เหมาะสม

การปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอในสิ่งแวดล้อม และในไร่นาเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่น จากการซื้อเมล็ดพันธุ์มะละกอจีเอ็มโอมาจากสถานีวิจัยพืชสวนเกษตรขอนแก่น ได้รับการเปิดเผยจากอาสาสมัครกรีนพีซเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2547 และกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสาธารณชน ซึ่งเป็นที่มาของงานเสวนาระดมความคิดเห็นเพื่อไขข้อข้องใจในประเด็นปัญหาการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอ และเน้นย้ำถึงสิทธิในการรับรู้ของผู้บริโภค ในการปฎิเสธอาหารจีเอ็มโอ

"งานวิจัยเรื่องจีเอ็มโอ ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการลองผิดลองถูกที่เพิ่งทำกันมาในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้ เป็นการจับแพะชนแกะ แล้วอ้างว่าเป็นงานวิจัย ที่พยายามยกระดับพืชจีเอ็มโอให้เป็นความหวังของประเทศ อีกทั้งจะผลักดันให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางส่งออกจีเอ็มโอ ทั้งที่หากพิจารณาให้ดีแล้วจีเอ็มโอเป็นเพียงผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่ง ที่ยังไม่มีผลการพิสูจน์ว่า ปลอดภัยต่อการบริโภค" เจริญ คัมภีรภาพ อาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

"ขณะที่กฎหมายสิทธิบัตรของมะละกอจีเอ็มโอ ที่ขณะนี้มีถึง 11 เรื่องนั้น นอกจากจะผูกพันประเทศไทย ผูกพันนักวิจัย ซึ่งไม่มีทางได้ครอบครองสิทธิบัตร ยังทำให้เกษตรกรหมดหนทางในการพึ่งพาตัวเอง ทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีการผลักดันให้มะละกอเป็นพืชคุ้มครอง ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น เกษตรกรต้องแบมือขอพันธุ์มะละกอจากบริษัท และหากคนธรรมดาอย่างเราๆ จะปลูกมะละกอ ก็ต้องไปขออนุญาตจากเจ้าของสิทธิบัตรทั้ง 11 แห่งก่อน" อาจารย์เจริญ กล่าวเพิ่มเติม

"ความเห็นในฐานะนักวิทยาศาสตร์ ระเบิดนิวเคลียร์ที่มีฤทธิ์ทำลายล้าง ยังมีสวิทช์ปิดเปิด สามารถควบคุมได้ แต่การปนเปื้อนของจีเอ็มโอตรงข้ามกัน จีเอ็มโอนั้นหากมีการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมแล้ว ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ จึงจำเป็นต้องมีกติกา ซึ่งก็คือข้อตกลงความปลอดภัยทางชีวภาพ ไปควบคุม" ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเสวนา กล่าว

"อย่ามองจีเอ็มโอเป็นเรื่องเล็ก มีการเมือง มีผลประโยชน์มหาศาลเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น จีเอ็มโอเป็นความเป็นความตายของประเทศ เกษตรกรซึ่งเป็นต้นทุนของสังคม กำลังถูกคุกคาม เราต้องช่วยกัน" อาจารย์เจริญกล่าวสรุป

"ขณะนี้ผู้บริโภคยังไม่มีโอกาสรับรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมะละกอจีเอ็มโอ นอกเหนือจากการให้ข้อมูลของหน่วยงานที่ทำหน้าที่วิจัยมะละกอจีเอ็มโอว่าเป็นมะละกอต้านทานไวรัสจุดด่างวงแหวน แต่ข้อที่น่าเป็นห่วงของมะละกอจีเอ็มโอที่ยังไม่มีการพูดถึงคือความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น อาจทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ และการดื้อยาปฏิชีวนะ ความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ทำให้เกิดการปนเปื้อนมะละกอจีเอ็มโอในสิ่งแวดล้อม และอาจทำให้เกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่" ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์กล่าว

ปัญหาเร่งด่วนเกี่ยวกับมะละกอจีเอ็มโอในขณะนี้คือมีการปนเปื้อนมะละกอจีเอ็มโอออกสู่สิ่งแวดล้อมแล้ว กรมวิชาการเกษตรต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด คือสกัดกั้นการปนเปื้อนไม่ให้แพร่กระจายไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ และต้องตั้งคณะกรรมการกลางที่เป็นอิสระขึ้นมาเพื่อสอบสวนการปนเปื้อน