กรีนพีซ ชี้มะละกอจีเอ็มโอเป็นระเบิดเวลา

จี้กระทรวงเกษตรจัดการกับการปนเปื้อนที่เกิดขึ้นแล้วด่วน

เรื่องราว - กันยายน 1, 2547
กรุงเทพฯ 1 กันยายน 2547 – กรีนพีซจี้กระทรวงเกษตรฯ เร่งจัดการกับการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอโดยด่วน ชี้มะละกอจีเอ็มโอที่หลุดรอดออกไปจากแปลงทดลองของสถานีวิจัยขอนแก่นเป็นเหมือนระเบิดเวลา ยิ่งนานยิ่งแพร่ และไม่มีใครรับประกันว่าปลอดภัย ร้องเจ้ากระทรวงอย่าเพิกเฉย ต้องมีมาตรการจัดการเร่งด่วน ก่อนที่มะละกอซึ่งควรอยู่แต่ในห้องทดลองจะแพร่กระจายไปทั่วประเทศ ทำให้คนไทยทั้งประเทศกลายเป็นหนูทดลอง

ดร.จิรากรณ์ คชเสนี ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมด้วยอาสาสมัครกรีนพีซเดินทางไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์การเกษตร ถนนราชดำเนินกลาง เพื่อเรียกร้องให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ จัดการกับกรณีที่กรีนพีซตรวจพบและมีหลักฐานยืนยันว่า เมล็ดพันธุ์มะละกอแขกดำท่าพระที่สถานีวิจัยพืชสวนขอนแก่น ของกรมวิชาการเกษตรขายให้แก่บุคคลทั่วไปมีส่วนผสมของมะละกอจีเอ็มโออยู่ด้วย และกรณีที่มะละกอในแปลงเกษตรกร ในอำเภอพล จังหวัดขอนแก่นที่ซื้อเมล็ดพันธุ์จากสถานีวิจัยพืชสวนขอนแก่นเป็นมะละกอจีเอ็มโอ

"หนึ่งเดือนมาแล้ว ที่กรีนพีซเปิดเผยข้อมูลการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอในแปลงทดลองของสถานีวิจัยพืชสวนขอนแก่น และในสวนของเกษตรกรอำเภอพล จังหวัดขอนแก่น แต่กระทรวงเกษตรฯ กลับไม่สนใจที่จะจัดการหรือแม้กระทั่งตรวจสอบว่าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร กลับยกให้กรมวิชาการเกษตรซึ่งเป็นผู้ทำการทดลองเอง และควบคุมการแพร่กระจายไม่ได้ เป็นผู้ตรวจสอบความผิดของตนเอง ทำให้มีการบิดเบือน ปกปิดข้อมูล เบี่ยงเบนประเด็น และพยายามใส่ความให้กับกรีนพีซตลอดมา แม้แต่กลุ่มเกษตรกรหรือหน่วยงานอิสระอย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปขอข้อมูลเพื่อตรวจสอบก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือ และยังกลบเกลื่อนหลักฐานอีกด้วย" ดร.จิรากรณ์ คชเสนีกล่าว

การหลุดรอดของมะละกอจีเอ็มโอจากแปลงทดลองของรัฐและแพร่กระจายไปยังสวนของเกษตรกรแล้วครั้งนี้ ถือเป็นเสมือนระเบิดเวลา เพราะมะละกอจีเอ็มโอเป็นมะละกอทดลองที่ผิดธรรมชาติ และไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าปลอดภัยต่อการบริโภคหรือปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ซึ่งจากข้อมูลการวิจัยพบว่า มะละกอจีเอ็มโออาจทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ การดื้อยาปฏิชีวนะ หรือทำให้เกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่แข็งแรงหรืออันตรายขึ้นกว่าเดิมได้

"ถ้ากระทรวงเกษตรฯ ไม่รีบจัดการควบคุม ระเบิดเวลานี้จะแพร่กระจายไปเรื่อยๆ มะละกอจีเอ็มโอเมล็ดหนึ่งปลูกขึ้นมาจะได้เมล็ดที่ขยายพันธุ์ต่อไปอีกได้เป็นหมื่นๆ เมล็ด ละอองเกสรของมะละกอจีเอ็มโอก็สามารถผสมข้ามกับมะละกอปกติทำให้ผลผลิตที่ออกมาเป็นจีเอ็มโอไปด้วย เพราะฉะนั้น แต่ละนาทีที่รัฐนั่งเฉยไม่ทำอะไร เท่ากับอนุญาตให้อัตราเสี่ยงของคนไทยที่

จะกลายเป็นหนูทดลองหรือได้รับผลกระทบจะการปลูกและบริโภคมะละกอจีเอ็มโอเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ " ดร.จิรากรณ์เตือน

นอกจากนี้ ประเทศในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้นำเข้ามะละกอจีเอ็มโอเพราะเป็นห่วงในเรื่องของความปลอดภัย หากมะละกอจีเอ็มโอที่หลุดออกจากแปลงทดลองของสถานีวิจัยพืชสวนขอนแก่นนี้ หลุดรอดเข้าไปในสวนของเกษตรกรที่ปลูกมะละกอให้กับบริษัทเพื่อการส่งออก จะกระทบกับการส่งออกมะละกอของไทยโดยเฉพาะอุตสาหกรรมมะละกอแปรรูปอย่างมาก

กรีนพีซนำข้อมูล หลักฐานความเป็นจริงมายื่นให้กับ รมว. เกษตรฯ ในวันนี้ เพื่อให้ รมว. เกษตรได้รับทราบข้อเท็จจริง และยุติการนำข้อมูลที่ผิดๆ จากกรมวิชาการเกษตรมาใช้ พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้ รมว.เกษตรฯ ลงไปจัดการกับการปนเปื้อน และตรวจสอบการแพร่กระจายไปในสวนของเกษตรกรด้วยตนเอง เพื่อจำกัดวงการแพร่กระจายไม่ให้กว้างไกลไปกว่านี้

ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นระเบิดเวลาแล้ว การปลูกทดลองมะละกอจีเอ็มโอในไร่ทดลอง 11.5 ไร่โดยไม่มีอะไรปกคลุมของกรมวิชาการเกษตร ยังขัดกับมติ ค.ร.ม. 3 เมษายน 2544 ที่ห้ามการทดลองพืชจีเอ็มโอในระดับไร่นา รวมทั้งเหตุการณ์การแพร่กระจายของมะละกอจีเอ็มโอจากแปลงทดลองไปยังสวนเกษตรกรเป็นการละเมิด พ.ร.บ. กักพืช พ.ศ. 2507 ที่กำหนดให้มะละกอจีเอ็มโอเป็นสิ่งต้องห้าม อนุญาตให้นำเข้ามาได้เพื่อการวิจัยทดลองเท่านั้น แต่ห้ามนำเข้ามาใช้เชิงพาณิชย์ กรมวิชาการเกษตรซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมดูแลให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ กลับละเมิด พ.ร.บ. เอง ทำให้การควบคุมดูแลไม่ได้เกิดขึ้นจริง

"เมื่อวานนี้ ค.ร.ม. ตัดสินแล้วว่าจะยังไม่พิจารณานโยบายเปิดรับจีเอ็มโอที่เสนอโดยคณะกรรมการนโยบายเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และจะยังไม่เปิดให้มีการทดลองจีเอ็มโอในระดับไร่นา เพราะข้อมูลที่ได้มาเป็นข้อมูลที่ผิดและไม่รอบด้าน วันนี้ เราขอเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ รับฟังข้อมูลที่เป็นจริง และจัดการกับการปนเปื้อนที่เกิดจากการทดลองในระดับไร่นาครั้งนี้โดยด่วน" ดร. จิรากรณ์กล่าวเรียกร้อง