ประมงเถื่อนก่อวิกฤตทำปลานกขุนทองหัวโหนกใกล้สูญพันธุ์

เรื่องราว - กันยายน 27, 2547
Bali-Indonesia- 27 กันยายน 2547 – วันนี้ กรีนพีซ และกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Telapak เปิดเผยว่า มีหลักฐานแน่ชัดที่ชี้ให้เห็นว่า ยังมีการจับปลานกขุนทองหัวโหนกเพื่อการค้าอย่างผิดกฏหมายในอินโดนีเซีย ทั้งที่การประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ CITES ครั้งที่ 13 กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 10 วันข้างหน้า กรีนพีซ และ Telepak เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ สนับสนุนข้อเสนอของรัฐบาลฟิจิ สหภาพยุโรป และรัฐบาลสหรัฐฯ ในการขึ้นบัญชีปลานกขุนทองหัวโหนก (Cheilinus undulatus) ไว้ในภาคผนวกที่ 2 ของ CITES เนื่องจากการลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วของมันในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า จำนวนปลานกขุนทองหัวโหนก หรือที่รู้จักในชื่อพื้นเมืองว่า Napoleon fish มีจำนวนน้อยในขั้นวิกฤต เนื่องจากการทำประมงแบบทำลายล้าง และไม่ยั่งยืน การจับปลานกขุนทองหัวโหนก ในหมู่เกาะ Kei ในปี 2547 นี้ จับได้ เพียง 1 ตัว ต่อเรือ 1 ลำ ต่อ 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับการจับปลาในปี 2533 ที่ได้ถึง 60-90 ตัวต่อเดือน เหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้กำลังเกิดขึ้นในเขต Sulawesi ซึ่งมีการจับปลานกขุนทองหัวโหนก ได้เพียง 5 ตัวต่อ 1 ลำเรือต่อเดือน ขณะที่ในปี 2533การจับได้คิดเป็นอัตราส่วนต่อเรือต่อเดือน 90-300 ตัว (1)

การใช้สารไซยาไนด์เพื่อทำให้ปลามึนงง และ ล่อปลาออกมาจากโขดหินใต้น้ำ เพื่อจับเป็น และ นำไปจำหน่าย ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่มีการทำต่อเนื่องในอินโดนีเซียมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน การกระทำเช่นนี้เป็นการคร่าชีวิตสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ตามโขดหินรวมทั้งทำลายหินปะการังด้วย การจับปลาด้วยวิธีทำลายนี้ รวมถึงการส่งออกปลาขนาดพอทานได้ แต่ยังไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ ถือเป็นภัยร้ายที่คุกคามความอยู่รอดของปลาพันธุ์นี้อย่างยิ่ง

ประมาณกันว่า การลักลอบค้าปลานกขุนทองหัวโหนกสูงถึงร้อยละ 80 จากตัวเลขการค้าทั้งหมดของอินโดนีเซีย ในปัจจุบันมีปลานกขุนทองหัวโหนกเหลืออยู่ในอินโดนีเซียเพียง 320,000 ตัวเท่านั้น Imran Amin หนึ่งในทีมรณรงค์ด้านมหาสมุทรของ Telapak กล่าวว่า "หากเปรียบเทียบกับแนวปะการังของอินโดนีเซีย เท่ากับว่าขณะนี้ มีปลาเพียง 3-4 ตัวต่อพื้นที่แนวปะการัง 1 ตารางกิโลเมตร และที่ผ่านมายังไม่มีกฎหรือข้อห้ามการค้าปลานกขุนทองหัวโหนกออกมาอย่างจริงจัง เชื่อแน่ว่า ปลาพันธุ์นี้กำลังใกล้สูญพันธุ์อย่างแน่นอน"

การค้าปลามีชีวิตแบบไม่ยั่งยืน เพื่อสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคในฮ่องกง และ ตลาดเอเชีย ยิ่งเร่งให้ปลาชนิดนี้ใกล้สูญพันธุ์มากยิ่งขึ้น อินโดนีเซียจัดเป็นตลาดใหญ่ที่ส่งออกปลามีชีวิตไปยังฮ่องกงกว่าร้อยละ 50 โดยปลาเหล่านี้จะถูกนำไปโชว์ไว้ในภัตตาคาร และขายในราคาสูงเพื่อนำไปประกอบอาหาร แม้ว่าปลานกขุนทองหัวโหนก จะถูกส่งออกไปยังฮ่องกงผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติอินโดนีเซีย แต่โดยมากจะมีเรือจากฮ่องกงล่องมาเพื่อซื้อปลา และนำกลับไป เพื่อเลี่ยงค่าธรรมเนียม ภาษี และข้อจำกัดอื่นๆ

Shane Rattenbury นักรณรงค์ด้านมหาสมุทรของกรีนพีซสากล กล่าวว่า มหา

สมุทรหลายแห่งของโลก กำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤต CITES เป็นเครื่องมือที่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่จะช่วยหยุดยั้งการค้าสัตว์น้ำอย่างไม่ยั่งยืนในมหาสมุทรของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนที่จะเกิดการสูญพันธุ์ขึ้น ฉะนั้นจึงถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่นานาประเทศ จะต้องช่วยกันสนับสนุนการขึ้นบัญชีปลานกขุนทองหัวโหนกในภาคผนวกที่ 2

เรือ Rainbow Warrior ของกรีนพีซ ลอยลำอยู่ในบาหลี ขณะนี้ พร้อมกับกลุ่ม Telapak เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการทำประมงแบบไม่ยั่งยืน กรีนพีซ และ Telapak จะพบปะกับสมาชิกของชุมชนที่เปลี่ยนวิธีการจับปลา จากการใช้สารไซยาไนด์ ไปเป็นการจับปลาด้วยวิธีการแบบยั่งยืน

บรรณานุกรม

1. Y.Sadovy, สิงหาคม 2547 "Summary of the Information on the History and Current Status of the Humphead Wrasse, Cheilinus Undulatus" IUCN-SSC