ข้าวอยู่ในความเสี่ยง

เรื่องราว - ตุลาคม 16, 2547
จีน มณฑลยูนาน ,16 ตุลาคม 2547 – กว่า 10,000 ปีมาแล้วที่มีการปลูกข้าวใน 113 ประเทศทั่วโลก และมีคน 3 พันล้านคนกินข้าวเป็นอาหารหลัก คนเหล่านี้กำลังตกอยู่ในอันตราย เมื่อภัยคุกคามของจีเอ็มโอกำลังคืบคลานสู่พันธุ์พืชที่เป็นอาหารสำคัญที่สุดของโลก

เห็นได้จากการที่รัฐบาลจีนอาจจะเริ่มปลูกข้าวจีเอ็มโอ ในต้นปี 2005 นี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอนที่สุดคือ อุตสาหกรรมจีเอ็มโอจะเบ่งบาน และจะกระตุ้นให้ชาติอื่นๆในเอเชีย ปลูกข้าวจีเอ็มโอตามจีนอย่างไม่ต้องสงสัย

ทำไมจีนจึงตัดสินใจเสี่ยงครั้งนี้ หรือเป็นเพราะจีนกำลังรับมือกับปัญหาการปลูกข้าวในประเทศ? นั่นไม่ใช่ปัญหาที่จีนประสบ หรือข้าวจีเอ็มโอช่วยเพิ่มผลผลิตหรืออย่างไร? ไม่แน่นอน ถ้าหากข้าวจีเอ็มโอเหล่านี้ เป็นข้าวที่พัฒนาตามรูปแบบปัจจุบันของพืชจีเอ็มโอที่ให้ผลผลิตต่ำ

ข้าวจีเอ็มโอจะเป็นอันตรายต่อข้าวสายพันธุ์พืชเมืองนับพันชนิดในจีนหรือไม่? แน่นอนว่ามันเป็นอันตราย

จีนเป็นแหล่งกำเนิดของข้าว และยังเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมข้าวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ว่ากันว่าจีนมีข้าวถึง 75,000 สายพันธุ์ ข้าวไม่เพียงเป็นอาหารสำหรับยังชีพที่สำคัญที่สุดของจีน แต่ข้าวยังเป็นหัวใจหลักของวัฒนธรรมจีน เช่นเดียวกับวัฒนธรรมของชาติอื่นๆ ในเอเชีย ข้าวจีเอ็มโอจึงเป็นภัยคุกคามต่อทั้งสายพันธุ์พื้นเมือง และวัฒนธรรมของเอเชีย ที่น่าตลกคือ ระหว่างที่จีนกำลังพัฒนาข้าวจีเอ็มโอ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO กำหนดให้ปี 2004 เป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลอง "ปีข้าวสากล" และวันอาหารโลก ภายใต้คำขวัญว่า "ข้าวคือชีวิต"

Sze Pang Cheung เจ้าหน้าที่รณรงค์ของกรีนพีซจีน กล่าวว่า "ไม่มีใคร นอกจากนักวิทยาศาสตร์ด้านพันธุวิศวกรรมและเจ้าหน้าที่รัฐบาล ที่จะรู้ว่าข้าวจีเอ็มโอกำลังจะอยู่ในจานข้าวแล้วในไม่ช้านี้ ถือเป็นเรื่องน่าอดสูเพราะสำหรับชาวจีน ข้าวเป็นอาหารหลัก และชาวนามากกว่าร้อยล้านคนก็ทำมาหากินกับการปลูกข้าว"

หากข้าวจีเอ็มโอถูกนำมาเพาะปลูกในนาข้าว มันจะปนเปื้อนข้าวสายพันธุ์พื้นเมืองอันหลากหลาย ผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จีนพบว่า ละอองเกสรของข้าวจีเอ็มโอ ปลิวไปได้ไกลถึง 110 เมตร

"หากเราถือว่าข้าวคือชีวิต ข้าวจีเอ็มโอก็ถือเป็นการเดิมพันกับชีวิตของเรา ข้าวจีเอ็มโอสามารถเพิ่มจำนวนเป็นทวีคูณ และแพร่กระจายออกไปทันทีที่มันออกสู่สิ่งแวดล้อม มันเป็นการพนันที่ไม่มีทางจะถอนทุนคืนได้" Sze กล่าว

แต่ที่แย่กว่านั้น เมื่อรัฐบาลจีนไม่มีข้อบังคับให้เผยแพร่ข้อมูลแก่สาธารณชน หรือให้คำปรึกษาก่อนที่พืชจีเอ็มโอจะถูกนำออกจำหน่าย และเมื่อใดที่มีข้อร้องเรียนมายังกระทรวงเกษตร กระทรวงก็จะมอบหมายให้ศูนย์วิจัยจัดทำการประเมินผลกระทบและความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็จะใช้เวลาอย่างน้อย 3 - 6 เดือน

เมื่อใดที่ข้าวจีเอ็มโอสามารถจำหน่ายได้ในจีน ย่อมจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาค และต่อโลก และเชื่อกันว่าอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่ปลูกข้าวและบริโภคข้าวมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รวมทั้งประเทศที่ปลูกข้าวอื่นๆ (ไทย เวียดนาม) อาจเดินตามรอยของจีนในการอนุญาตให้ขายข้าวจีเอ็มโอได้ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจีเอ็มโอต่างก็หวังว่า การเปิดขายข้าวจีเอ็มโอ จะช่วยเปิดตลาดให้กับพืชจีเอ็มโออื่นๆ ในเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดโลกที่สำคัญที่สุดของธุรกิจจีเอ็มโอขณะนี้

หนทางในภายภาคหน้า

ในปีข้าวสากล องค์การสหประชาชาติเรียกร้องให้บรรดาผู้มีส่วนแบ่งการตลาดจากการค้าข้าว ร่วมมือกันเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของข้าว กรีนพีซก็กำลังทำงานอย่างหนัก และรณรงค์ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (cyberaction) ส่งจดหมายกว่า 5,400 ฉบับไปยังเจ้าหน้าที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ เพื่อกระตุ้นเตือนว่า ข้าวเป็นพืชพันธุ์ที่ต้องได้รับการคุ้มครองให้รอดพ้นจากการตัดแต่งพันธุกรรมในวิถีทุกทาง

"อนาคตของข้าวจะต้องอยู่ในมือของคนที่คิดว่าข้าวคือชีวิต ไม่ใช่อยู่ในมือของนักวิทยาศาสตร์ด้านพันธุวิศวกรรมและเจ้าหน้าที่รัฐบาลไม่กี่คน" Sze กล่าว "หากเราต้องการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของพันธุ์ข้าว แน่นอนว่าข้าวจีเอ็มโอไม่ใช่คำตอบ"

นอกเหนือจากการรณรงค์ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระหว่างวันที่ 16 -24 ตุลาคม 2547 คาราวาน "ข้าวคือชีวิต" ซึ่งประกอบด้วย ผู้สื่อข่าว ผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าว และผู้ที่ตระหนักถึงภัยของข้าวจีเอ็มโอ จากเดนมาร์ก อังกฤษ ฮ่องกง และจีนแผ่นดินใหญ่ จะเดินทางไปที่ต่างๆ ทั่วมณฑลยูนนาน ซึ่งเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมข้าวมากที่สุดของจีน โดยทั้งหมดจะร่วมหาหนทางที่ดีที่สุดเพื่อให้มั่นใจว่า ข้าวจะได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมีการปกป้องประเพณี วัฒนธรรมในศูนย์กลางของแหล่งกำเนิดข้าวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ชาวนาต้องเข้าใจว่าผลผลิตระยะสั้นที่จะได้จากเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น จีเอ็มโอนั้นไม่ยั่งยืนและจะเกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในวิถีชีวิตของพวกเขาอย่างร้ายแรง

แม้ว่าผู้สนับสนุนเทคโนโลยีชีวภาพ จะบอกว่าหนทางที่จะบรรเทาความยากจน และเลี้ยงปากท้องชาวโลกให้มากขึ้น จะต้องใช้มากกว่าเทคโนโลยีธรรมดา แต่ข้าวจีเอ็มโอจะไม่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ การปล่อยสิ่งแปลกปลอมสู่สิ่งแวดล้อม จะสร้างความเสียหายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งยังบ่อนทำลายความปลอดภัยของอาหาร และการเพาะปลูกที่ยั่งยืนในอนาคต