เอ็นจีโอยิ้มรับรายงานของคณะกรรมการเศรษฐกิจ

และสังคมแห่งยุโรปเน้นความบริสุทธิ์ของเมล็ดพันธุ์พืชที่ไม่ใช่จีเอ็มโอ

เรื่องราว - ธันวาคม 16, 2547
บรัสเซลส์ 16 ธันวาคม 2547 -- เอ็นจีโอ และ กลุ่มผู้บริโภค ต่างแสดงความยินดีกับคณะกรรมการเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งยุโรป หรือ EESC ที่เผยแพร่รายงานในวันนี้ว่าด้วยเรื่องของ การปลูกพืชจีเอ็มโอ ร่วมกับพืชที่ปลูกตามธรรมชาติ หลังจากเมื่อปีที่แล้วสภายุโรป ได้เรียกร้องให้มีการติดฉลากบอกระดับการปนเปื้อนจีเอ็มโอในเมล็ดพันธุ์พืชประเภท Non-GM ที่ต้องสงสัย เช่นเดียวกับทางคณะกรรมการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งยุโรป ที่ออกมากล่าวว่า ระดับการปนเปื้อนจีเอ็มโอในเมล็ดพันธุ์พืช ซึ่งไม่ใช่พืชจีเอ็มโอนั้น จะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำที่สุด

Aude l'Hirondel แห่ง EuroCoop กล่าวว่า คณะกรรมการเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งยุโรป ย้ำว่า มันจะไม่เกิดประโยชน์อันใดเลยที่จะพูดถึงการปลูกพืช 2 กลุ่มร่วมกันหากไม่มีการรับรองความบริสุทธิ์ของเมล็ดพันธุ์พืช ทางคณะกรรมการ เชื่อว่า ราคาของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่ไม่ใช่จีเอ็มโอจะมีราคาถูกลงมาก หากคณะกรรมาธิการแห่งสหภาพยุโรปหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนในเมล็ดพันธุ์พืชได้

Eric Gall กรีนพีซ ยุโรปกล่าวว่า รายงานที่ออกมานี้ถือเป็นเหตุผลที่สมควรที่จะทำให้คณะกรรมาธิการแห่งสหภาพยุโรปชุดใหม่ ยับยั้งนโยบายของคณะบริหารชุดเก่า และ หันมาปกป้องไม่ให้มีการปนเปื้อนจีเอ็มโอในเมล็ดพันธุ์พืช

Francis Blake ประธานกลุ่ม IFOAM EU กล่าวว่า คณะกรรมการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งยุโรป เห็นว่า เกษตรกรจะต้องขายวัตถุดิบที่มีระดับการปนเปื้อนจีเอ็มโอ ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนแล้ว จะต้องอยู่ที่ระดับต่ำกว่าอัตราที่ทางการระบุไว้ คือ ร้อยละ 0.9 เนื่องจากทุกวันนี้ผู้ค้าปลีก และผู้แปรรูป เรียกร้องให้มีระดับการปนเปื้อนจีเอ็มโอในวัตถุดิบเพียงร้อยละ 0.1 - 0.5 เท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการปน เปื้อนในระหว่างกระบวนการผลิตอื่นๆให้น้อยที่สุด ซึ่งเรื่องนี้แทบเป็นไปไม่ได้หากระดับการปนเปื้อนสูงกว่าเกณฑ์การตรวจสอบที่ระบุไว้

เราจึงเรียกร้องต่อกรรมาธิการ Dimas และ Fisher Boel ให้เคารพต่อความคิดเห็นของสภายุโรป และ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งยุโรป อีกทั้งทำข้อเสนอกำหนดเกณฑ์การตรวจสอบระดับการปนเปื้อนจีเอ็มโอในเมล็ดพันธุ์พืชแบบ Non-GM เบื้องต้นอีกด้วย

สรุปสาระสำคัญจากรายงานของคณะกรรมการเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งยุโรป

1.ระดับการปนเปื้อนจีเอ็มโอในเมล็ดพันธุ์พืชที่ไม่ใช่จีเอ็มโอ ต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำที่สุด

2.การปลูกพืช 2 กลุ่มร่วมกัน จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามกระบวนการผลิต ซึ่งผู้ประสงค์จะปลูกพืชจีเอ็มโอ จะต้องรับผิดชอบภาระส่วนนี้เอง

3.ภายใต้สภาพจำกัดด้านพฤกษศาสตร์ เช่น เมล็ดต้น Rape หรือ ด้านปฐพีศาสตร์ เช่น การทำเกษตรขนาดเล็ก ซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อการปลูกพืช 2 กลุ่มร่วมกัน ห้ามการปลูกพืชจีเอ็มโอ อย่างเด็ดขาด

4.สหภาพยุโรป จะต้องกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ เพื่อการทำเกษตรแบบไม่ใช่จีเอ็มโอในแง่ของมาตรการเฝ้าระวัง ความรับผิดชอบ และ มาตรการคุ้มครอง นอกจากนี้ในรายงานยังต้องการให้สหภาพยุโรป ผลักดันเรื่องนี้ให้ออกมาเป็นกฎหมายอีกด้วย

ค้นหารายงานของคณะกรรมการเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งยุโรป ได้ที่นี่