กรีนพีซส่งท้ายคาราวานข้าวยิ้ม

ร่วมยินดี พ่อเมืองสุรินทร์ไม่เอาข้าวจีเอ็มโอ

เรื่องราว - มกราคม 24, 2548
สุรินทร์ 24 มกราคม 2548 – คาราวานข้าวยิ้มสิ้นสุดการสัญจร 5 จังหวัดในภาคอีสานแล้ววันนี้ ผู้ว่าฯ สุรินทร์ ร่วมลงลายมือชื่อปกป้องข้าวไทยให้ปลอดจีเอ็มโอร่วมกับชาวสุรินทร์และชาวอีสานอีกกว่า 1 พันคน พร้อมประกาศนโยบายชัดเจนสุรินทร์เดินตามรอยเกษตรอินทรีย์ไม่มีจีเอ็มโอ

นายเกษมศักดิ์ แสนโภชน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ประกาศให้การสนับสนุนและพร้อมผลักดันให้จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดปลอดจีเอ็มโอ ตามแนวทางของมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ นับแต่ปลายปี 2542 เป็นต้นมา จังหวัดสุรินทร์ยึดมั่นในเจตนารมณ์ในการเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์และดำเนินการมาโดยตลอด รัฐบาลยังมีมติให้สุรินทร์เป็นจังหวัดนำร่องของเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยด้วย นายเกษมศักดิ์กล่าวว่า การประกาศให้จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ จะทำให้เกิดความตื่นตัวให้เกษตรกรทั่วไปหันมาสนใจเกษตรอินทรีย์มากขึ้น และจะยิ่งส่งผลให้การค้าปุ๋ยเคมีและสารเคมีลดน้อยลง เห็นด้วยตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ซึ่งชัดเจนว่าไม่มีการใช้จีเอ็มโอ จีเอ็มโอไม่มีความจำเป็น

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกสุรินทร์ โครงการเสริมประสิทธิภาพเกษตรกรสุรินทร์ เครือข่ายผู้บริโภคจังหวัดสุรินทร์ องค์กรประชาชนจังหวัดสุรินทร์ และตลาดนัดสีเขียว ยื่นข้อเสนอภาคประชาชนกรณีคัดค้านพืชจีเอ็มโอต่อนายเกษมศักดิ์ โดยเสนอให้สุรินทร์เป็นพื้นที่ปลอดการปนเปื้อนจีเอ็มโอ มีมาตรการเฝ้าระหวังการแพร่กระจายและการปนเปื้อนจีเอ็มโอในพันธุ์พืชพืชทุกชนิด โดยเฉพาะในพันธุกรรมข้าว สนับสนุนให้เกษตรกรเป็นเจ้าของพันธุกรรมข้าวและพันธุ์พืชทุกชนิด และร่วมมือปกป้องพันธุกรรมท้องถิ่นในฐานะเป็นฐานทรัพยากรที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ

นางสาววรุณวาร สว่างโสภากุล เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่นโยบายของจังหวัดสุรินทร์ชัดเจนว่าจะสนับสนุนข้าวอินทรีย์และปฏิเสธจีเอ็มโอ แต่ก็ต้องมีมาตรการที่เข้มงวดและดำเนินการอย่างจริงจัง ข้าว จีเอ็มโออาจหลุดรอดเข้ามาปนเปื้อนกับข้าวอินทรีย์ได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นทางละอองเกสรและทางเมล็ดพันธุ์ ทางที่ดีที่สุดคือ ควรช่วยกันผลักดันให้นโยบายปลอดจีเอ็มโอเป็นนโยบายระดับประเทศและมีการดำเนินการเพื่อป้องกันข้าวจีเอ็มโอไม่ให้เข้ามาเมืองไทย เพื่อข้าวของไทยและคนไทยจะได้ไม่ต้องตกอยู่ในความเสี่ยง เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นจากมะละกอจีเอ็มโอ

คาราวานข้าวยิ้มรณรงค์ร่วมกับองค์กรร่วมจัดท้องถิ่นใน 5 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม อุบลราชธานี ยโสธร และสุรินทร์ ระหว่างวันที่ 10 - 24 มกราคม 2548 เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับข้าวจีเอ็มโอ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ข้าวจีเอ็มโอเข้ามาในประเทศไทย และสนับสนุนความสำเร็จของการเกษตรแบบยั่งยืนและเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรไทย ภายใต้สโลแกน หมู่เฮายิ้มได้เพราะข้าวไทยบ่มีจีเอ็มโอ

นอกจากการเสวนาแลกเปลี่ยนระหว่างเกษตรกร ผู้บริโภค นักวิชาการและนักเรียนนักศึกษาของไทยแล้ว ยังมีเกษตรกรจากหลายประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนด้วย เช่น เกษตรกรชาวอเมริกันซึ่งเพิ่งประสบความสำเร็จในการต่อต้านไม่ให้สหรัฐอนุมัติให้ปลูกข้าวจีเอ็มโอเพื่อใช้ผลิตยาในรัฐแคลิฟอร์เนีย เกษตรกรญี่ปุ่นเปิดเผยการปนเปื้อนพืชจีเอ็มโอจากการนำเข้ามาเป็นอาหารครั้งสำคัญในญี่ปุ่นและความสำเร็จของกลุ่มผู้บริโภคญี่ปุ่นในการรณรงค์ต่อต้านข้าวจีเอ็มโอของมอนซานโต เกษตรกรอินเดียและฟิลิปปินส์เล่าถึงประสบการณ์ความสำเร็จในการทำการเกษตรอินทรีย์และเกษตรยั่งยืนของพวกเขา

นอกจากนี้ยังมีศิลปินชื่อดังมาร่วมแสดงดนตรีเพื่อปกป้องข้าวไทยให้ปลอดจีเอ็มโอ อาทิเช่น ศุ บุญเลี้ยง พจนารถ พจนาพิทักษ์ และหงา คาราวาน

กรีนพีซจะนำกิจกรรมจากคาราวานข้าวยิ้มครั้งนี้ และนำเรื่องราวที่เกี่ยวกับข้าวในแง่มุมต่างๆ มาจัดเป็นงานรื่นเริงให้คนกรุงเทพฯ ได้ร่วมสนุกในงาน บางกอกก็กินข้าว ระหว่างวันที่ 18 - 20 กุมภาพันธ์ 2548 ที่สวนสันติชัยปราการ ถนนพระอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00 - 21.00 น.