เอบีเอ็น แอมโร : ติดตามภาวการณ์ที่เหมืองลาฟาเยต?

เรื่องราว - ธันวาคม 11, 2549
จากการที่ประเทศฟิลิปปินส์ถูกพายุไต้ฝุ่นทุเรียนและพายุอูโทพัดถล่ม เราจึงขอร้องอีกครั้งให้ธนาคารเอบีเอ็น แอมโร พิจารณาทบทวนการให้การสนับสนุนการทำเหมืองแร่ ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามต่อเนื่องต่อประชาชนและชีวิตสัตว์น้ำบริเวณเกาะ Rapu Rapu

ชายคนหนึ่งเดินผ่านบ้านที่ถูกน้ำท่วมและโคลนทับ อันเป็นผลจากพายุไต้ฝุ่นเรมิง ในจังหวัดอัลเบย์ ประเทศฟิลิปปินส์ ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 340 กม.

ในที่สุด ธนาคารสัญชาติดัตช์ก็ตอบจดหมายที่เราเขียนถึงเมื่อตอนต้นปี รวมกับจดหมายอีกหลายพันฉบับที่ผู้ร่วมรณรงค์ปกป้องมหาสมุทร (Ocean Defenders) เขียนไปถามเกี่ยวกับการลงทุนในเหมืองลาฟาเยต ประเทศฟิลิปปินส์  คำตอบของธนาคารเป็นเพียงคำสัญญาว่า จะติดตามภาวการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะภาวะการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่ทางธนาคารติดตามและเก็บข้อมูลไว้ แม้แต่จดหมายถึงพวกเรา ทางธนาคารก็เขียนเนื้อหาตามจดหมายฉบับก่อนที่เคยเขียนตอบเราในประเด็นอื่น (ซึ่งพวกเขาก็เลิกติดตามภาวการณ์ไปแล้ว ไม่รักษาสัญญาเลย) แสดงให้เห็นว่า ตำตอบของพวกเขาไม่มีความหมายอะไรเลย อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นทางธนาคารก็ตกลงที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับเราอย่างจริงจัง

"ทางผ่านของไต้ฝุ่น"

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ซูเปอร์ไต้ฝุ่นทุเรียนพัดโหมกระหน่ำในเขตบิกอล ซึ่งเป็นจุดแวะพักจุดหนึ่งของ เรือเอสเปแรนซา (Esperanza) ระหว่างอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางรณรงค์ปกป้องมหาสมุทรของเรา (the Defending our Oceans expedition) ปริมาณน้ำฝนที่สูงเป็นประวัติการณ์ทำให้โคลนไหลภูเขาไฟหรือลาฮาร์ (lahar) ที่สะสมอยู่บนพื้นที่ลาดชันของภูเขาไฟมายอนซึ่งเกิดการปะทุในปีนี้ไหลลงมาท่วมทับและฝังชุมชนโดยรอบไว้ข้างใต้ จนถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2549 จำนวนผู้เสียชีวิตมีมากกว่า 670 คน และมีผู้สูญหายอีกกว่า 700 คน 
 
เกาะ Rapu Rapu ซึ่งเป็นที่ตั้งของเหมืองลาฟาเยต (Lafayette) ก็ถูกไต้ฝุ่นทุเรียนพัดถล่มเช่นกัน มีรายงานว่าเกิดดินถล่มใน Barangay Malobago ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน เหมืองลาฟาเยตปฏิเสธโดยเร็วว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเกิดดินถล่ม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะแผ้วถางพื้นที่บางส่วนที่อาจมีการป้องกันไว้แล้วก็ตาม อย่างไรก็ดี ทางบริษัทรายงานว่า ท่าเรือและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ได้รับความเสียหาย และจะหยุดดำเนินงานชั่วคราวเป็นเวลา 4-6 สัปดาห์

ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงและความปลอดภัย

สาเหตุของการเกิดดินถล่มยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่ปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน รวมทั้งอากาศผันผวนรุนแรงเนื่องจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ก็ทำให้โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวมีมากขึ้น  
 
รากเหง้าของปัญหานี้เกิดจากเหมืองแร่ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ลาดชันไม่มีการป้องกัน บนเกาะเขตร้อนที่มีปะการังอันบอบบางเสียหายง่ายอยู่รายล้อม และยังเป็นบริเวณที่มีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์ เป็นทีอาศัยทำมาหากินของครอบครัวชาวประมงนับหมื่นคน ตั้งอยู่กลางแนวการเคลื่อนตัวของพายุ และอยู่ในคาบสมุทรที่เป็นภูเขาไฟ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวพอดี   
 
เห็นได้ชัดว่า ไม่มีทางที่จะเหมืองนี้จะดำเนินงานได้อย่างปลอดภัย และไม่มีหนทางใดที่จะลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นหรืออุบัติเหตุอย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วให้น้อยลงได้ ด้วยสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง สรรพสิ่งทั้งหลายมีแต่จะเลวร้ายลง และเหมืองลาฟาเยตไม่มีทางควบคุมทางวิศวกรรมในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้

ไต้ฝุ่นกับบ่อกักเก็บหางแร่

แต่ไหนแต่ไรมา ในประเทศฟิลิปปินส์ ช่วงฤดูที่ฝนตกหนัก จะมีการเปิดบ่อกักเก็บหางแร่ เพื่อปล่อยให้น้ำฝนชะเอาสารพิษและกากแร่ลงสู่ระบบระบายน้ำ ด้านหนึ่งคือเป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัย ในการป้องกันไม่ให้เขื่อนพังทลายจากการรับน้ำไว้มากเกินไป อีกด้านหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเหมืองที่มีอายุการใช้งานนานแล้ว เป็นวิธีปล่อยของเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม เพื่อบ่อกักเก็บจะได้ว่างและใช้ได้ต่อไปอีกโดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ไม่มีหลักฐานว่ามีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ไต้ฝุ่นลูกนี้พัดผ่าน แต่ก็ทำให้เกิดประเด็นปัญหาขึ้นมาว่า ไต้ฝุ่นลูกนี้จะก่อให้เกิดผละกระทบใดบ้างในอนาคต 

ออกแรงกดดันต่อไป

พวกเราและพันธมิตรคือ สถาบัน Mineral Policy Institute (MPI) และ BankTrack (เครือข่ายองค์กรประชาชนที่ติดตามการดำเนินงานของธนาคารเอกชน) ได้ตอบจดหมายไปยังธนาคารเอบีเอ็น แอมโร   
 
ต้องชมเชย เอบีเอ็น แอมโร ที่ได้ให้คำตอบเราผ่านการประชุมทางโทรศัพท์ และกระตือรือร้นที่จะหารือเรื่องนี้ร่วมกันต่อไป 
 
เราจะร่วมกับ MPI, BankTrack และองค์กร NGO อื่นๆ ดำเนินความพยายามเพื่อกดดันธนาคารเพื่อการลงทุน (เอบีเอ็น แอมโร, เอเอ็นแซด และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด) ที่สนับสนุนเหมืองลาฟาเยตต่อไป เพื่อให้ทบทวนการลงทุนในเหมืองที่เกาะ Rapu Rapu

หมวด