กรีนพีซเดินทางแข่งกับเวลา เพื่อไปให้ถึงธารน้ำแข็งที่กำลังแยกตัว

เที่ยวแรกของการเดินทางอันมุ่งมั่น เพื่อบันทึกผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เรื่องราว - มิถุนายน 30, 2552
เรืออาร์กติก ซันไรส์ ของกรีนพีซ กำลังมุ่งหน้าไปทางเหนือ ตามชายฝั่งทางตะวันตกของกรีนแลนด์ ในการเดินทางแข่งกับเวลา จุดหมายของเราคือธารน้ำแข็งปีเตอร์แมนน์ที่กำลังแยกตัว อย่างไรก็ดีเรือลำนี้จะไปถึงธารน้ำแข็งดังกล่าวได้ ต้องผ่านช่องแคบนาเรส ซึ่งตกอยู่ในอันตราย โดยอาจจมอยู่ภายใต้น้ำแข็งในทะเลเมื่อใดก็ได้

น้ำแข็งนั้นสวยงาม แต่เราไม่ต้องการเห็นน้ำแข็งสักก้อนเป็นเวลา 2-3 วัน

ตอนบนสุดของช่องแคบนาเรส คือ สะพานน้ำแข็ง ซึ่งเก็บน้ำแข็งแห่งทะเลอาร์กติกเอาไว้ หากสะพานน้ำแข็งนี้พังทลายลง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ น้ำแข็งในทะเลที่ทะลักลงมา จะทำให้การเดินทางขึ้นต่อไปทางเหนือต้องหยุดชะงัก

เรืออาร์กติก ซันไรส์กำลังมุ่งหน้าไปยังธารน้ำแข็งปีเตอร์แมนน์เพื่อเป็นประจักษ์พยานแก่การละลายของน้ำแข็งขั้วโลกที่กำลังละลายอย่างรวดเร็ว และเพื่อสนับสนุนการทำงานของทีมนักวิทยาศาสตร์อิสระ ผู้ซึ่งกำลังดำเนินการวิจัยหาเหตุผลว่าทำไมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้น้ำแข็งละลายรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ การเดินทางไกลไปสู่ธารน้ำแข็งปีเตอร์แมนน์เป็นขั้นแรกของการเดินทางไปยัง 4 จุดหมาย โดยเราจะทำสิ่งต่อไปนี้

  • บันทึกการถล่มของหนึ่งในธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
  • ค้นหาคำตอบว่ากระแสน้ำในมหาสมุทรที่กำลังเปลี่ยนแปลงจะสามารถเร่งการหลอมละลายของน้ำแข็งในกรีนแลนด์ได้ในวิธีการใด
  • เดินทางไกลไปสู่สถานที่ที่หมีขั้วโลกจะมีชีวิตอยู่เป็นแห่งสุดท้าย
  • เดินเรือไปยังขอบน้ำแข็งที่กำลังหดตัว เพื่อเป็นประจักษ์พยานเบื้องแรกต่อน้ำแข็งในทะเลที่กำลังหดหายไป

การเดินทางสำรวจในครั้งนี้จะมุ่งหน้าไปไกลออกไปทางเหนือ ซึ่งไกลกว่าที่เรือของกรีนพีซทุกลำเคยล่องไป ทีมงานบนอาร์กติก ซันไรส์จะเขียนบล็อกเกี่ยวกับการผจญภัยและข้อค้นพบ ติดตามบล็อกภาษาอังกฤษได้ที่ บล็อกภาวะโลกร้อนของกรีนพีซ สากล

หรือที่ ทวิตเตอร์ของกรีนพีซ สากล

ดูการปฏิบัติการบนเรือได้ที่ เว็บแคมอาร์กติก ซันไรส์

หากเรือของเราประสบความสำเร็จในการไปถึงธารน้ำแข็งปีเตอร์แมนน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดและอยู่เหนือสุดของกรีนแลนด์ ทีมงานของอาร์กติก ซันไรส์จะบันทึกการแยกตัวที่กำลังเกิดขึ้น ภาพถ่ายทางดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าผืนน้ำแข็งที่กว้างใหญ่กว่าเกาะแมนฮัตตันของนิวยอร์ก พร้อมที่จะแตกตัวออกจากธารน้ำแข็งปีเตอร์แมนน์ และทั้งลูกเรือและนักวิทยาศาสตร์ตั้งใจที่จะอยู่ ณ ที่นั้น เพื่อบันทึกเหตุการณ์อันสำคัญยิ่งครั้งนี้

ดร. เจสัน บ็อกซ์ หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานกับพวกเรากล่าวว่า

"นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะช่วยให้เราเข้าใจได้ดีขึ้นว่าพืดน้ำแข็งและธารน้ำแข็งของกรีนแลนด์มีปฏิกิริยาต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างไร รวมถึงนัยยะของปฏิกิริยาเหล่านั้นที่บ่งบอกถึงการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลทั่วโลก การเดินทางไปสู่ธารน้ำแข็งปีเตอร์แมนน์เป็นโอกาสอันหาได้ยาก เพราะเป็นการไปเยือนสถานที่อันห่างไกลที่เข้าถึงได้ยาก ณ เหนือสุดของโลก และยังเป็นโอกาสในการสังเกตการณ์ ที่มักจะอยู่นอกเหนือศักยภาพของวิทยาศาสตร์แบบดั้งเดิม"

น้ำแข็งในทะเลอาร์กติกที่กำลังละลายนั้น ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งชี้ว่าภูมิอากาศของโลกเรากำลังเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงนั้นกำลังเริ่มถลำเกินขอบเขตควบคุม การหายไปของน้ำแข็งในทะเลจะทำลายระบบนิเวศทั้งระบบของมหาสมุทรอาร์กติก ซึ่งต้องพึ่งพาน้ำแข็ง ส่วนการหลอมละลายของพืดน้ำแข็งกรีนแลนด์นั้น เป็นภัยเสี่ยงต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลทั่วโลก 7 เมตร

นั่นคือการเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับหายนะ ที่จะจุดชนวนความอดอยาก การสูญพันธุ์หมู่มาก และ การอพยพหมู่มาก หายนะภัยภูมิอากาศสามารถวาดแผนที่โลกใหม่ได้อย่างแท้จริง

กรีนพีซอยู่ในมหาสมุทรอาร์กติกเพื่อทำให้ทุกคนมองเห็นว่าสัญญาณเตือนภัยนี้ไม่สามารถถูกเพิกเฉยได้ ในปลายปีนี้ผู้นำโลกจะต้องเข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้านภูมิอากาศ ในกรุงโคเปนเฮเกน เพื่อเจรจาให้ได้ข้อตกลงที่ป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับหายนะ เป็นสิ่งจำเป็นที่สนธิสัญญาฉบับนี้ต้องระบุถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมาก การปกป้องป่า และ การให้เงินทุน ซึ่งจำเป็นต้องมอบให้แก่ประเทศที่กำลังพัฒนา เพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  

เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา

โดยเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนักกิจกรรมทางอินเตอร์เน็ตกรีนพีซ เพื่อรับวิธีการง่ายๆ ในการผลักดันผู้นำประเทศต่างๆ ให้บรรลุข้อตกลงที่การประชุมสุดยอดโลกร้อนในกรุงโคเปนเฮเกน เพื่อป้องกันภาวะโลกร้อนในระดับหายนะ

สนับสนุนงานรณรงค์ของเรา

เราพึ่งพา​​​เงินบริจาค​​​จาก​​​ประชาชนเช่นคุณ​ ​เพื่อ​​​ให้​​​เรา​​​เดินหน้าต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ​​ ​​และ​​​เรียกร้องวิธี​​​แก้ปัญหา​​ ​​เรา​​​ไม่​​​รับเงินสนับสนุน​​​จาก​​​รัฐบาล​​​และ​​​เอกชน​​ ​​โปรด​​​ช่วย​​​เรา​​​เท่า​​​ที่ทำ​​​ได้​​