กรีนพีซพาหมีโคอาล่าเรียกร้องหน้าสถานทูตออสเตรเลียอย่าเลี่ยงการรับรองพิธีสารเกียวโตในการประชุมเอเปก

เรื่องราว - สิงหาคม 31, 2550
อาสาสมัครกลุ่มกรีนพีซในชุดหมีโคอาล่าชูป้ายผ้ามีข้อความว่า “Kyoto-Just Do it” หน้าสถานทูตออสเตรเลียในกรุงเทพฯ และยื่นจดหมายเตือนนายจอห์น โฮเวิร์ด ว่าไม่ควรกดดันผู้นำ 21 ประเทศที่จะมาร่วมประชุมสุดยอดกลุ่มเอเปกในเมืองซิดนีย์สัปดาห์หน้า เพื่อที่จะล้มพิธีสารเกียวโตซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่มีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน

หมีโคอาล่าของกรีนพีซเรียกร้องหน้าสถานทูตออสเตรเลียในกรุงเทพฯ ณ 31 ส.ค. ให้นายจอห์น โฮเวิร์ดอย่าหลีกเลี่ยงไม่รับรองพิธีสารเกียวโตในการประชุมเอเปกในกรุงซิดนีย์

หมีโคอาล่าของกรีนพีซไปเยือนสถานทูตออสเตรเลียในกรุงเทพฯ ณ 31 ส.ค. เรียกร้องให้นายจอห์น โฮเวิร์ดอย่าหลีกเลี่ยงไม่ลงนามในพิธีสารเกียวโต

พนักงานรักษาความปลอดภัยสถานทูตออสเตรเลียประกบข้างหมีโคอาล่าของกรีนพีซที่ไปเยือนเพื่อยื่นจดหมายแก่นายจอห์น โฮเวิร์ด โดยเตือนว่าอย่าออกนอกลู่ทางโดยไม่รับรองพิธีสารเกียวโตที่การประชุมสุดยอดผู้นำเอเปกในสัปดาห์หน้า

จากข้อมูลที่รั่วไหลออกมา นายจอห์น โฮเวิร์ด มุ่งที่จะตั้งเป้าหมาย อันสูงส่ง เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการประชุมสุดยอดเอเปกครั้งที่ 14 ซึ่งตัวเขาเองจะร่วมกับอาชญากรโลกร้อนอีกคนหนึ่ง นั่นคือ นายจอร์จ บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในการผลักดันข้อเสนอใหม่ที่ต่างไปจากพิธีสารเกียวโต หรือข้อตกลงภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มีผลบังคับใช้ในทางกฎหมาย

 

นายธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกล่าวว่า ใน พ.ศ. 2538 นานาประเทศต่างเห็นพ้องกันว่า เป้าหมายการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกโดยใช้วิธีการ สมัครใจ นั้นเป็นสิ่งที่ไร้ประสิทธิภาพ และด้วยเหตุนี้เองนานาประเทศจึงเจรจาให้พิธีสารเกียวโตมีพันธะสัญญาในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ถ้านายโฮเวิร์ดจริงจังเรื่องภาวะโลกร้อนเหมือนอย่างที่กล่าวไว้ เขาควรเป็นผู้นำให้เอเปกสนับสนุนพิธีสารเกียวโต และใช้สิ่งที่ได้จากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม G-8 ซึ่งเรียกร้อง ปฏิบัติการเร่งด่วนและมีพลัง เพื่อจัดการกับปัญหาโลกร้อน รวมทั้งยืนยันว่ากระบวนการของสหประชาชาติในเรื่องสภาพภูมิอากาศนั้นเป็นเวทีที่เหมาะสมในการเจรจาข้อตกลงระหว่างประเทศอันใหม่

 

ข้อสรุปในรายงานการประเมินผลครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ที่นำเสนอในปี พ.ศ.2550 ได้ชี้ให้เห็นถึงระดับและความเร่งด่วนของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประชุมที่กรุงเทพฯ ในเดือนพฤษภาคม IPCC ระบุอย่างชัดเจนว่า ความพยายามในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในช่วงสองถึงสามทศวรรษข้างหน้าจะมีผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อโอกาสในการบรรลุถึงระดับที่สมดุลของก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ และขณะเดียวกัน ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะรักษาระดับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิให้อยู่ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส IPCC ชี้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับโลกจะขึ้นถึงจุดสูงสุดภายใน พ.ศ. 2558 อย่างช้าที่สุด และจะลดลงร้อยละ 50-85 ภายใน พ.ศ. 2593 เทียบกับระดับใน พ.ศ. 2533

 

กรีนพีซขอเรียกร้องผู้นำประเทศในกลุ่มเอเปกให้รับรู้ถึงนัยสำคัญเพื่อรักษาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกมิให้เพิ่มขึ้นไปกว่า 2 องศาเซลเซียส และให้คำมั่นต่อมาตรการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย รวมทั้งดำเนินการเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการประชุมพิธีสารเกียวโตที่จะเกิดขึ้นที่บาหลี อินโดนีเซียในเดือนธันวาคมนี้ การประชุมที่บาหลีจะทำให้โลกมีแนวทางที่เหมาะสม เพื่อปกป้องมนุษย์และโลกจากภัยคุกคามครั้งใหญ่ที่สุดที่ไม่เคยประสบมาก่อน นายธารา กล่าวเสริม

 

กรีนพีซเรียกร้องให้ประเทศอุตสาหกรรมจำกัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 30 ภายใน พ.ศ.2563 และอย่างน้อยที่สุดร้อยละ 80 ภายใน พ.ศ. 2593 โดยเทียบกับปีฐานใน  พ.ศ.2533 เพื่อคงไว้ซึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกมิให้เพิ่มขึ้นมากไปกว่า 2 องศาเซลเซียส เท่าที่จะเป็นไปได้ และเพื่อให้รัฐบาลเคารพต่อคำมั่นสัญญาในช่วงเวลา 15 ปี ที่ผ่านมา ในการหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นอันตราย

ร่วมบริจาค

บริจาคเพื่อสนับสนุนงานรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมได้ที่นี่