นักวิทยาศาสตร์ระบุเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เสียหายหลายพันล้านจากภาวะโลกร้อน

เรื่องราว - กรกฎาคม 18, 2549
นักวิทยาศาสตร์ในเอเชียเปิดผลการศึกษาเบื้องต้นซึ่งระบุถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อันเนื่องมาจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานที่เขียนโดย ดร.กัณฑรีย์ บุญประกอบ จากประเทศไทย และ ดร. ลีออนโช อะมาโดเร จากฟิลิปปินส์ ได้ยืนยันถึงการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย เช่นไทย และฟิลิปปินส์ จะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนมากที่สุด เว้นเสียแต่ว่าจะมีการดำเนินการด้านมาตรการการปรับตัวและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นซึ่งต้องทำในทันที

เหตุการณ์โคลนถล่มเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากภูมิอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลง

ในรายงานล่าสุดเรื่อง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและประเทศไทย :วิกฤตหรือโอกาส  ดร. กัณฑรีย์ บุญประกอบ ระบุว่า ประเทศไทยเกิดความเสียหายจากอุทกภัย พายุ และภัยแล้งคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 7 หมื่นล้านบาท ในช่วงระหว่างปี 2532 – 2545 โดยความเสียหายส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรมซึ่งผลผลิตทางการเกษตรที่สูญเสียคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ในช่วงปี 2534 – 2543

 

ดร. กัณฑรีย์ บุญประกอบ รองประธานคณะทำงานที่ 1 ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กล่าวว่า ภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศจะเพิ่มและทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง และส่งผลกระทบการพัฒนาเศรษฐกิจและการเพิ่มปัญหาทางสังคม

วิดีโอนำเสนอภัยแล้งในกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อุณหภูมิที่สูงขึ้น รวมถึงสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงนำมาซึ่งภัยแล้งที่รุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย กัมพูชา เวียดนาม และ อินโดนีเชีย ทำให้ขาดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค รวมถึงการทำการเกษตร ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชนหลายล้ายคน

ร่วมบริจาค

ท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมได้โดยบริจาค ที่นี่