หลังจากหลายทศวรรษของการละเลยกฎหมาย อุตสาหกรรมอาหารทะเลพร้อมหรือยัง ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง?

ใช่แล้ว โอกาสที่เราทุกคนต่อสู้ให้ได้มาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เรากำลังอยู่ ณ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนที่แท้จริง ของอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่มีการทำประมงแบบทำลายล้างมายาวนาน

คุณอาจจะทราบเรื่องนี้มาบ้างแล้ว นับเป็นเวลาหลายปีที่อุตสาหกรรมอาหารทะเล แสวงผลกำไรจากการกดขี่ขูดรีดแรงงานบนเรือ และการประมงผิดกฎหมาย การทำลายล้างมหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตในทะเล โดยเรือประมงจับปลาทูน่าอยู่ในทะเลหลวงซึ่งห่างไกลจากชายฝั่งโดยไม่มีใครเห็น หลายครั้งที่เราบริโภคผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าที่บริษัทผลิตออกมาโดยไม่ทราบเลยว่าปลาทูน่าที่พวกเขาจับมาได้มาจากไหนแล้วใครเป็นคนจับ

การรณรงค์ปกป้องมหาสมุทรของกรีนพีซเพื่อผลักดันให้บริษัทไทยยูเนี่ยน ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง ไทยยูเนี่ยนเป็นผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกในอุตสาหกรรมปลาทูน่าบรรจุกระป๋อง ซึ่งการรณรงค์ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการรณรงค์เพื่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรมของปลาทูน่าเพียงเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารทะเลทั้งหมด เรารู้ว่าหากเราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมปลาทูน่ากระป๋องที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ได้ ก็จะส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลที่เหลือเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน การดำรงไว้ซึ่งสถานการณ์ที่เป็นอยู่ไม่อาจยอมรับได้อีกต่อไป

นักกิจกรรมกรีนพีซเผชิญหน้ากับการทำประมงที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของบริษัทไทยยูเนี่ยนในปี พ.ศ. 2559 นักกิจกรรมในเรือยางส่งจดหมายเรียกร้องให้ยุติขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ Explorer II ซึ่งเป็นเรือจับปลาทูน่าที่ลอยลำอยู่โดยยึดเกาะกับ ภูเขาใต้น้ำและทำลายสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอย่างมหาศาล

สองปีผ่านไปหลังจากที่นักกิจกรรมและผู้บริโภคเรียกร้องต่อไทยยูเนี่ยน ไทยยูเนี่ยนกำลังเจรจากับกรีนพีซและมองหาแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินการ ไทยยูเนี่ยนกำลังพิจารณาที่จะเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การลดเครื่องมือทำประมงแบบทำลายล้าง ยุติการกดขี่ขูดรีดแรงงานในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล ต่อกรกับการทำประมงที่ผิดกฎหมายและการจับปลาเกินขนาด รวมทั้งทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าอาหารทะเลสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จากทะเลมาสู่จานอาหาร 

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้จะส่งสัญญาณให้กับอุตสาหกรรมอาหารทะเลอื่นๆ ว่าต้องปฏิบัติให้ดีขึ้นหรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง คำถามคือไทยยูเนี่ยนและผลิตภัณฑ์ยี่ห้อต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้ชื่อบริษัท พร้อมที่จะนำอุตสาหกรรมอาหารทะเลไปในทิศทางใหม่นี้หรือไม่?

ด้วยเหตุนี้ ในวิดีโอล่าสุดของเรา จึงมีแมวเหมียวอันโด่งดังในโลกอินเตอร์เน็ต นางเงือก ฉลาม เต่า และประชาชน มาช่วยกันผลักดันให้ไทยยูเนี่ยนเริ่มดำเนินแผนการ เราต้องการให้ทุกคนร่วมส่งเสียงเรียกร้อง และผลักดันให้เกิดการปฏิรูปที่มีความจำเป็นนี้อย่างรวดเร็ว ไม่มีเวลาสำหรับก้าวเล็ก ๆ หรือมาตรการที่ผ่อนปรน เราต้องการการเปลี่ยนแปลงที่เด็ดขาดที่ไทยยูเนี่ยนกำลังพิจารณาถึงมหาสมุทรและแรงงานในทะเลของเรา

ความยิ่งใหญ่ของไทยยูเนี่ยนนั้นคือการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อทั่วโลก เช่น Chicken of the Sea (สหรัฐฯ), Mareblu (อิตาลี), John West (ยุโรปเหนือและตะวันออกลาง), Petit Navire (ฝรั่งเศส) และ Sealect (ไทย) นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังมีส่งวัตถุดิบให้แก่ร้านค้าปลีก แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยง และบริษัทด้านอาหารทั่วโลก รวมถึงบริษัทค้าปลีกขนาดยักษ์อย่าง Walmart การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลสะเทือนไปไกลและเป็นวงกว้าง นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

เราไม่ควรปล่อยให้โอกาสครั้งสำคัญหลุดมือ ร่วมกับ Lil Bub นางเงือกฮันนาห์และนักกิจกรรมทั่วโลกในการเรียกร้องให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลปรับปรุงการดำเนินงานอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสายเกินไป

Graham Forbes หัวหน้าโครงการอาหารทะเลโลก กรีนพีซสหรัฐอเมริกา

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่


 ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่