ขวดพลาสติกที่เราล้าง ตากให้แห้งแล้วส่งให้กับร้านรับซื้อขยะ หรือกล่องนม ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เราคิดว่าน่าจะรีไซเคิลได้ จริงๆแล้วบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวทิ้งเหล่านี้ประกอบด้วยพลาสติกประเภทไหน รีไซเคิลได้ 100 % หรือเปล่า?

วันนี้เราอยากชวนทุกคนมาสำรวจขยะพลาสติกที่เราใช้ว่ามีพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งประเภทใดบ้าง โดยเราสามารถแบ่งพลาสติกตามหมายเลขกำกับ ดังนี้

- โพลีเอทิลีน เทเรฟทาเลต (PET) พลาสติกประเภทนี้คือขวดพลาสติกใสๆ มองทะลุได้ เช่น ขวดน้ำเปล่า ขวดน้ำอัดลม ขวดน้ำมันพืช และขวดเครื่องปรุงอาหาร ให้เราจำสัญลักษณ์ เบอร์ 1 และ PET

- โพลีเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE) บรรจุภัณฑ์พลาสติกสีขาวและสีอื่นที่เป็นสีทึบ (ให้นึกถึงพวกขวดนมสีขุ่นๆ) ขวดชนิดนี้จะเหนียวและทนทานกว่า PET ยกตัวอย่างเช่น ขวดนม ขวดแชมพู ขวดน้ำยาปรับผ้านุ่ม ผลิตภัณฑ์ซักผ้า กระปุกยา เป็นต้น สามารถสังเกตสัญลักษณ์ เบอร์ 2 และ HDPE/HD-PE

- โพลีไวนิล คลอไรด์ (PVC) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า พีวีซี เป็นวัสดุที่เป็นแบบแข็งหรือเป็นยาง นอกจากท่อพีวีซีที่ใช้เป็นอุปกรณ์ก่อสร้างแล้ว พวกของเล่นเด็ก ผ้าม่านห้องน้ำ แฟ้มใส่เอกสาร บัตร หลอดพลาสติกแบบแข็ง ก็ผลิตจากพีวีซีทั้งสิ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น พลาสติกชนิดนี้สารประกอบคลอรีนเป็นองค์ประกอบสามารถตกค้างเป็นมลพิษต่อสุขภาพเราและสิ่งแวดล้อมได้ และเป็นพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดอีกด้วย ส่วนสัญลักษณ์ของ พีวีซี คือเบอร์ 3 หรือ PVC/V

- พลาสติกเบอร์ 4 พอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ หรือ LDPE พลาสติกเบอร์ 4 นี้ เป็นฟิล์มพลาสติกที่ยืดหยุ่นได้ เช่น ถุงพลาสติกมีหูหิ้ว หลอดพลาสติก พลาสติกแรปห่ออาหาร

- โพลีโพพีลีน (PP) พลาสติกแข็ง ถูกใช้เป็นบรรจุภัณฑ์อาหาร เช่น ถ้วยโยเกิร์ต ถ้วยบะหมีกึ่งสำเร็จรูปแบบแข็ง สัญลักษณ์ของพลาสติกชนิดนี้คือ เบอร์ 5 หรือ PP

- โพลีสไตรีน (PS) สัญลักษณ์เบอร์ 6 หรือ PS เป็นพลาสติกมีลักษณะแข็งและมันวาว แต่เปราะแตกง่าย ยกตัวอย่างเช่น ช้อน ส้อมพลาสติกตามร้านสะดวกซื้อ ภาชนะโฟม ฝาแก้วกาแฟ

พลาสติกอื่นๆ มีสัญลักษณ์เบอร์ 7 หรือมีคำว่า OTHER กำกับไว้ เป็นพลาสติกแข็งใช้ซ้ำได้ ยกตัวอย่างเช่น ขวดนมเด็ก ขวดน้ำดื่ม กล่องใส่อาหาร พลาสติกชนิดนี้แม้ใช้ซ้ำได้แต่ต้องระมัดระวังสาร Bisphenol A ที่เราเรียกว่า BPA ซึ่งสารนี้เมื่อปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายจะส่งผลเสียต่อเซลล์สมอง ระบบประสาท และส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์รวมไปถึงการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต

นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งพลาสติกตามลักษณะของบรรจุภัณฑ์ได้อีกด้วย คือ

1. Multi-Layered Plastic  พลาสติกชนิดนี้จะซ่อนอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่มีลักษณะไม่เหมือนพลาสติก  โดยเป็นพลาสติกหลายชั้นประกอบกับวัสดุชนิดอื่น เช่น กล่องนม กล่องน้ำผลไม้ ซองขนม และหลอดยาสีฟัน เป็นต้น

2. Single-Layered Plastic  เป็นฟิล์มพลาสติกที่ยืดหยุ่นได้และเป็นฟิล์มบางๆเพียงชั้นเดียว เช่น ถุงพลาสติกมีหูหิ้ว หลอดพลาสติก พลาสติกแรปห่ออาหาร

พลาสติกเบอร์ 1 PET เป็นพลาสติกที่ถูกรีไซเคิลเยอะที่สุดเพราะมีการจัดการที่ง่ายที่สุดในบรรดาบรรจุภัณฑ์พลาสติก ส่วนพลาสติกบางชนิดยกตัวอย่างเช่น พลาสติกเบอร์ 6 PS หรือ พลาสติกเบอร์ 3 PVC มักจะเป็นพลาสติกที่ไม่ถูกจัดการอย่างเหมาะสม จนกลายเป็นมลพิษขยะพลาสติกออกสู่มหาสมุทร

ยกตัวอย่างขวดเครื่องดื่มที่ประกอบไปด้วยพลาสติกหลายแบบ ขวดอาจประกอบไปด้วย ฝาขวดพลาสติกที่ทำจากพลาสติก เบอร์ 2 หรือ 5 ตัวขวดที่ทำจากพลาสติกเบอร์ 1 และฟิล์มพลาสติกห่อขวดเพื่อบอกฉลากซึ่งทำจากพลาสติกเบอร์ 3  

พลาสติกแต่ละชนิดมีกระบวนการในการรีไซเคิลแตกต่างกัน นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่แม้ว่าในบางประเทศจะมีการแยกขยะพลาสติกอย่างละเอียด แต่ก็ยังมีพลาสติกหลุดรอดจากกระบวนการการรีไซเคิลไปได้ ซึ่งตามเกณฑ์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพซึ่งกรีนพีซได้สำรวจและออกแบบเป็นข้อมูลพีระมิดพบว่าพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดคือพลาสติกชนิดเบอร์ 3 หรือ PVC

(แม้ว่าไบโอพลาสติกจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในบรรดาพลาสติกแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยต่อทะเลนะจ๊ะ เพราะหากไม่ถูกหลอมด้วยความร้อนสูงก็จะไม่ย่อยสลาย การเลิกใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้)

แม้ว่าที่ผ่านมามีการประกาศหยุดใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการตายของสัตว์ทะเล ก็คงไม่ยากหากแบรนด์ผู้ผลิตจะเริ่มลดผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกซ้ำซ้อน หรือเริ่มมองหานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อมหาสมุทร สัตว์ทะเลและมนุษย์เรา