เมื่อได้ยินคำว่าอาร์กติก เรามักนึกถึงอะไรบ้าง? ผู้คนส่วนใหญ่ก็คงจะนึกถึง น้ำแข็ง ความหนาวเย็น และ หมีขั้วโลก แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากหมีขั้วโลกที่น่ารักแล้ว ยังมีเพื่อนสัตว์อีกหลายชนิดอาศัยอยู่ที่อาร์กติกหลังจากที่เราร่วมกันผลักดันปกป้องอาร์กติกกันมายาวนาน ลองมารู้จักกับผองเพื่อนของหมีขั้วโลกที่อาศัยอยู่ที่ดินแดนอาร์กติก แล้วคุณจะหลงรักดินแดนน้ำแข็งแสนมหัศจรรย์นี้มากขึ้น

ภาพ: เกาะน้ำแข็งกลาเซียร์ในสฟาลบาร์ อาร์กติก

แน่นอนว่าน้อยคนนักที่มีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวในอาร์กติก จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้อาศัยอยู่ที่นั่นมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบสุข ซึ่งผู้อาศัยที่เรากำลังกล่าวถึงนี้ก็ไม่ใช่ชาวเอสกิโม แต่เรากำลังพูดถึงเหล่าสัตว์นานาชนิดที่พึ่งพาอาร์กติกเป็นบ้าน แม้ว่าอุณหภูมิที่ติดลบและป่าบอเรียลอันขรุขระอาจจะดูเป็นภูมิภาคที่ไม่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ เชื่อหรือไม่ว่าสัตว์เหล่านี้สามารถเติบโตในเขตทุนดราของอาร์กติกได้อย่างน่ามหัศจรรย์

เราอาจรู้จักสัตว์ทั้ง 13 ชนิดนี้กันบ้างแล้ว ยกตัวอย่างเช่น หมีขั้วโลก หรือ นกเค้าแมวหิมะ แต่ก็ยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่มีลักษณะแปลกแตกต่างจากที่เราเคยรู้จัก เช่น สัตว์ที่มีฉายาว่า “ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล” และ แมวป่าแคนาดา เป็นต้น วันนี้ เราจะไปรู้จักกับเพื่อน ๆ ตัวแทนแห่งทวีปอาร์กติก ภูมิภาคแห่งน้ำแข็งกัน

ภาพ: แม่และลูกหมีขั้วโลกบริเวณเกาะ สฟาลบาร์ อาร์กติก

หมีขั้วโลก (Polar Bear)

หมีขั้วโลกได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของภูมิภาคอาร์กติกด้วยความน่ารักและสง่างามของมัน  หมีขั้วโลกเป็นที่รู้จักในอีกหลากหลายชื่อ เช่น “nanook” “nanuq” “หมีน้ำแข็ง” “หมีทะเล” และ “isbj” เจ้าหมีขาวร่างยักษ์นี้ก็เป็นหนึ่งในหลายสายพันธุ์ที่ได้รับการพิจารณาให้อยู่ในระดับ “เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์” และได้รับการคุ้มครองโดยสหรัฐแบบเดียวกับวาฬเบลูกา โดยอ้างอิงจากองค์กร U.S. Fish and Wildlife Service

แม้ว่ารูปร่างหน้าตาที่ดูน่ารักของหมีขั้วโลกนี้จะทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นสัตว์ที่น่ารัก แต่หมีขั้วโลกเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กินเนื้อ ซึ่งของโปรดของมันก็คือ แมวน้ำ ไม่แปลกใจเลยที่พวกมันจะอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลเป็นส่วนใหญ่

ถึงจะดูน่ารักน่าเกรงขาม แต่หมีขั้วโลกกำลังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างร้ายแรง ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญต่างแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่มีต่อความเป็นอยู่ของหมีขั้วโลกเพราะน้ำแข็งที่ละลายเร็วเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้หมีล่าเหยื่อได้ยากขึ้น ทำให้หมีขั้วโลกเผชิญกับความอดอยาก และการขาดแคลนอาหาร

ตามอนุสัญญาการตกลงอนุรักษ์หมีขั้วโลกอย่างยั่งยืน ประเทศที่ลงนามกับอนุสัญญาดังกล่าวจะต้องออกกฎห้ามล่าสัตว์ชนิดนี้ นอกจากนี้หมีขั้วโลกยังถูกระบุไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าสัตว์สูญพันธุ์ระหว่างประเทศอีกด้วยว่า เป็นสัตว์ที่ต้องมีถูกควบคุมอย่างเคร่งครัดในการซื้อขายสัตว์ระหว่างประเทศ

ภาพ: นกเค้าแมวหิมะในแคนาดา ขอบคุณภาพจาก nationalgeographic.com

นกเค้าแมวหิมะ (Snowy Owl)

หากใครที่เป็นแฟนวรรณกรรมเยาวชนชื่อดังอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็คงจะรู้จักเพื่อนผู้ภักดีของแฮร์รี่อีกตัวหนึ่งเป็นอย่างดี นั่นก็คือเฮ็ดวิกส์ ถูกต้องแล้ว เฮ็ดวิกส์คือนกเค้าแมวหิมะ นกสายพันธุ์นี้เป็นนกเพียงชนิดเดียวที่อาศัยอยู่ในอาร์กติกทั้งปี พวกมันอาศัยอยู่ในเขตตอนเหนือของทวีปอเมริกาและตอนเหนือของยุโรป เมื่อโตเต็มวัยนกเค้าแมวหิมะมีขนาดลำตัวใหญ่ มีสีขาวสะอาด ขนที่ปีกจะมีแต้มสีดำบ้าง มันมีดวงตากลมโตบ้างก็มีสีเหลือง บ้างก็มีสีฟ้า แตกต่างจากตอนที่พวกมันเป็นลูกนก เพราะเมื่อครั้งที่พวกมันยังเด็ก ขนของมันจะมีสีเทาปกคลุมทั้งตัว

ภาพ: วูฟเวอร์รีน ขอบคุณภาพจาก mnn.com

วูฟเวอร์รีน (Wolverine)

อย่าเพิ่งตกใจและนึกถึงความเก่งกาจของซูเปอร์ฮีโร่วูฟเวอร์รีนในภาพยนตร์ที่มีชื่อเหมือนกัน เพราะเจ้าสัตว์ชนิดนี้ลักษณะทางกายภาพของมันไม่เหมือนกับหมาป่าเลยซักนิด ความจริงแล้ววูฟเวอร์รีนเป็นสัตว์ในตระกูลพังพอน มีลักษณะคล้ายกับนากแม่น้ำ แล้วก็ไม่ได้มีกรงเล็บอะดาแมนเทียมที่พับเก็บได้อีกด้วย แต่ข้อมูลจาก U.S. Fish and Wildlife Services องค์กรที่มุ่งอนุรักษ์พันธุ์ปลา สิ่งมีชีวิต และพืชพันธุ์ ในอเมริกา ให้คำตอบว่า วูฟเวอร์รีนมีกรงเล็บกึ่งพับได้ เพื่อใช้ในการขุดหิมะและปีนต้นไม้

ภาพ: แมวป่าแคนาดาใช้อุ้งเท้าที่หนาเดินบนเกล็ดน้ำแข็ง ขอบคุณภาพจาก mnn.com

แมวป่าแคนาดา (Canada lynx)

โดยทั่วไปเรามักจะเห็นแมวป่าที่มีขนาดเล็ก แต่รูปร่างอันใหญ่โตของแมวป่าแคนาดาจะทำให้เราตะลึง เพราะมันมีช่วงขาที่ยาวมากและอุ้งเท้ากว้างปกคลุมไปด้วยขนเพื่อทำให้ทนต่อความหนาวและเดินในหิมะได้ง่ายขึ้น แมวป่าแคนาดาล่ากระต่ายหิมะ (ญาติห่างๆของกระต่ายอาร์กติก) เป็นอาหาร

ในช่วงปี พ.ศ.2503 – พ.ศ.2512 แมวป่าแคนาดาในโคโรลาโดเกือบต้องสูญพันธ์ไป แต่ก็โชคดีที่ความพยายามอนุรักษ์และเพิ่มประชากรแมวป่าสายพันธุ์นี้ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันองค์กร  U.S. Fish and Wildlife Service ได้พิจารณาและประกาศในรัฐอย่างน้อยใน 48 รัฐ ให้สัตว์ชนิดนี้อยู่ในระดับ “เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์” และต้องอนุรักษ์

ภาพ: หงส์ทุนดรา ขอบคุณภาพจาก en.wikipedia.org

หงส์ทุนดรา (Tundra swan)

หงส์ทุนดราเป็นสัตว์ที่มีการอพยพโยกย้ายในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง โดยจะอพยพไปยังอลาสก้าในฤดูใบไม้ผลิของทุก ๆ ปี เพื่อสร้างรังและวางไข่ ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง พวกมันจะย้ายไปตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ตามชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกตั้งแต่ นอร์ท แคโรไลนา ไปจนถึง รัฐแมรี่แลนด์ สหรัฐอเมริกา

ภาพ: จิ้งจอกแดงในเยลโล่สโตน ขอบคุณภาพจาก nationalgeographic.com

สุนัขจิ้งจอกแดง (Red fox)

อันที่จริงแล้ว สุนัขจิ้งจอกแดงไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของอาร์กติก เพราะเราสามารถพบเห็นสุนัขจิ้งจอกแดงได้เกือบทุก ๆ ภูมิภาคในโลก ยกเว้นทวีปแอนตาร์กติก โชคไม่ดีที่มันมักจะเป็นภัยคุกคามต่อสัตว์ในระบบนิเวศต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่นในออสเตรเลีย เมื่อปี พ.ศ. 2398 มนุษย์ได้นำจิ้งจอกแดงเข้ามาเลี้ยงเอาไว้ออกล่านกและสัตว์อื่นเพื่อความสนุกสนาน จนกระทั่งพวกมันขยายพันธ์ไปอย่างรวดเร็ว  150 ปีหลังจากนั้น สุนัขจิ้งจอกแดงแห่งอาร์กติกนี้กำลังคุกคามจำนวนประชากรนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมพื้นเมืองในประเทศออสเตรเลีย

ภาพ: วาฬเบลูกา ขอบคุณภาพจาก mnn.com

วาฬเบลูกา (Beluga)

วาฬเบลูกาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีลักษณะพิเศษ พวกมันเป็นวาฬที่มีส่วนหัวเล็ก แต่ช่วงลำตัวแข็งแรง ตัวโตเต็มวัยไม่มีครีบบนหลัง ในอดีตการล่าสัตว์ในเชิงพาณิชย์เป็นภัยคุกคามวาฬชนิดนี้

วาฬสีขาวที่มีชื่อเสียงโด่งดังนี้พบเห็นได้บริเวณกระแสน้ำเย็นใน อลาสก้า แคนาดา กรีนแลนด์และรัสเซีย อย่างไรก็ตามจำนวนประชากรของมันน่าเป็นห่วงมากและถูกพิจารณาว่าเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อีกด้วย โดยวาฬเบลูกาที่สำรวจพบในอลาสก้า สหรัฐอเมริกา เหลือเพียงแค่ 5 ตัว จากการสำรวจประชากรวาฬเบลูก้าที่อ่าว คู้ก อินเลท บริเวณอลาสก้า มีวาฬหนึ่งในไม่กี่ตัวที่ไม่อพยพย้ายถิ่น

เมื่อเร็วๆ นี้ พวกมันได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายของสหรัฐที่ให้วาฬเบลูกาเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ 

ภาพ: กวางคาริบู ขอบคุณภาพจาก nationalgeographic.com

กวางคาริบู (Caribou)

หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ กวางเรนเดียร์ เราสามารถพบเจ้ากวางคาริบูนี้ได้ในแถบตอนเหนือและตอนใต้ของอลาสก้า แคนาดา รัสเซียและกรีนแลนด์ พวกมันเป็นกวางสายพันธุ์เดียวที่ทั้งตัวผู้และตัวเมียมีเขาเหมือนกัน ประชากรกวางคาริบูอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงเช่นเดียวกับประชากรของหมีขั้วโลกและวาฬเบลูกา กวางคาริบูได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายเนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อีกเช่นกัน

ภาพ: นาร์วาฬ ขอบคุณภาพจาก worldwildlife.org

นาร์วาฬ (Narwhal)

นาร์วาฬนี้เองที่มีฉายาว่า “ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล” เพราะความยาวของงา(บางครั้งยาวมากกว่า120 นิ้ว!) ที่งอกออกมาจากขากรรไกร คล้ายกับเขาของยูนิคอร์น นาร์วาฬอาศัยอยู่ในแถบอาร์กติกตลอดทั้งปี ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะพิเศษนี้อาศัยอยู่ในกรีนแลนด์และแคนาดา อาหารของมันคือปลาหมึก แม้เราจะทราบแล้วว่างาของมันไม่ได้ใช้สำหรับล่าสัตว์ แต่วิธีการหาอาหารและการผสมพันธุ์ของนาร์วาฬยังคงเป็นเรื่องลึกลับที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่กล้าฟันธง อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์ได้สันนิษฐานไว้ว่า งาของนาร์วาฬคือสิ่งที่ดึงดูดตัวเมียในเวลาหาคู่

ภาพ: สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก ขอบคุณภาพจาก nationalgeographic.com

สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก (Arctic Fox)

สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกพบได้ในระบบนิเวศอาร์กติก ซึ่งพบมากที่สุดในซีกโลกเหนือ แต่จะอยู่ในไอซ์แลนด์ ที่ที่เป็นพื้นที่ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเท่านั้น พวกมันอพยพมาถึงไอซ์แลนด์ในช่วงยุคน้ำแข็งตอนปลาย ก่อนที่จะข้ามน้ำแข็งไปยังเกาะภูเขาไฟ จิ้งจอกสายพันธุ์นี้ถูกคุกคามและใกล้สูญพันธุ์ในสแกนดิเนเวียร์ ที่ที่มันได้รับการปกป้องอย่างเข้มงวดมานานหลายทศวรรษ

ภาพ: นกเกรท อัค ณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ลอส แองเจลิส ขอบคุณภาพจาก nationalgeographic.com

นกเกรท อัค(Great Auk)

นกจำพวกนี้คือนกสายพันธุ์ดั้งเดิมของเพนกวินและเป็นนกที่บินไม่ได้ชนิดแรกที่เราเรียกว่า “เพนกวิน” พวกมันเคยอาศัยอยู่บริเวณมหาสมุทรทางตอนเหนือของแอตแลนติก แคนาดา และพบได้ในทางตอนใต้ของ นิว อิงแลนด์ ในที่สุด เพราะการล่านกเกรท อัค เป็นเหตุทำให้พวกมันต้องสูญพันธุ์ไปเมื่อช่วงปี พ.ศ.2330

เพราะการสูญพันธุ์ของนกเกรท อัค นี้เอง จึงทำให้ไม่มีนกเพนกวินอาศัยอยู่ในทวีปอาร์กติก เหลือแต่นกเพนกวินมีถิ่นที่อยู่อาศัยแค่ในซีกโลกใต้เท่านั้น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมจึงไม่มีนกเพนกวินอาศัยอยู่ในอาร์กติก

ภาพ: นกพัฟฟินแอตแลนติก ขอบคุณภาพจาก en.wikipedia.org

นกพัฟฟินแอตแลนติก (Atlantic Puffin)

เจ้านกหน้าตาน่ารักน่าชังนี้ รู้จักกันในนามว่า พัฟฟิน พวกมันเป็นญาติห่าง ๆ กับนกเกรท อัค แต่โชคดีที่พวกมันยังมีชีวิตอยู่และสามารถพบได้ในตอนเหนือของยุโรป อารก์ติก นิวฟาวด์แลนด์ และส่วนหนึ่งของ รัฐเมน เจ้านกทะเลพันธุ์นี้ใช้เวลากว่าทั้งชีวิตว่ายบนผืนน้ำ หาปลาและปลาหมึกเป็นอาหาร หากเมื่อใดนกเหล่านี้ขึ้นบก เมื่อนั้นจะเป็นฤดูผสมพันธุ์ของนกพัฟฟินและเป็นสัญญาณว่าฤดูใบไม้ผลิกับฤดูร้อนกำลังจะมาถึง

ภาพ: กระต่ายอาร์กติก ขอบคุณภาพจาก animalsadda.com

กระต่ายอาร์กติก (Arctic hare)

สิ่งมีชีวิตขนปุกปุยนี้พบได้ในเขตรัฐอลาสก้า แคนาดา กรีนแลนด์ และอาร์กติก ซึ่งสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจของเจ้ากระต่ายอาร์กติกก็คือความสามารถในการพรางตัว ในช่วงฤดูหนาว กระต่ายสายพันธุ์นี้จะผลัดขนขนทั้งตัวกลายเป็นสีขาวเพื่อพรางตัวให้กลืนไปกับหิมะ แต่ในช่วงฤดูร้อนขนของมันก็จะกลายเป็นสีน้ำตาลเทา

เจ้ากระต่ายอาร์กติกเป็นสัตว์สายพันธุ์ที่ไม่ได้อยู่ในระดับที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ แต่หากเกิดการขุดเจาะน้ำมันในอาร์กติก บ้านของสัตว์ทั้ง 13 ชนิดแล้วล่ะก็ สักวันหนึ่งกระต่ายอาร์กติกอาจต้องเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ถูกคุกคามและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ แมวป่าแคนาดาคงเหลือแต่เพียงรูปถ่าย และยูนิคอร์นแห่งท้องทะเลก็คงจะกลายเป็นเพียงตำนาน ซึ่งเราคงไม่อยากให้เหตุการณ์การสูญพันธุ์ของสัตว์เกิดขึ้นอีก

อาร์กติกเป็นภูมิภาคที่เปราะบาง และได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด หากอุตสาหกรรมน้ำมันและการประมงมุ่งแสวงหาประโยชน์จากอาร์กติกก็จะยิ่งเป็นการเร่งให้หมีขั้วโลก และเพื่อนสัตว์มหัศจรรย์เหล่านี้ขยับเข้าใกล้การสูญพันธุ์เร็วขึ้น แต่ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะร่วมรวมพลังกันปกป้องอาร์กติก บอกให้โลกรู้ว่าอาร์กติกสำคัญกับเหล่ามนุษย์และสัตว์มากขนาดไหน!

ร่วมปกป้องอาร์กติก

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.mnn.com